แทงบอลออนไลน์
แทงบอลทุกลีก hotgraph88 บอล พรีเมียร์ ลีก คืน นี้ มีครบทุกนัด

บอล พรีเมียร์ ลีก คืน นี้ การพนันฟุตบอลเป็นงานอดิเรกยอดนิยมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกีฬา และด้วย hotgraph88 แฟนคลับสามารถเพลินกับการวางเดิมพันในเกมจากทุกลีก ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก คืนนี้ แฟนบอลมีโอกาสวางเดิมพันทุกเกม ความสามารถในการนำเสนอตัวเลือกการเดิมพันที่หลากหลายเป็นสาระสำคัญของหนังสือกีฬาที่ประสบความสำเร็จ ด้วยการให้ตัวเลือกที่หลากหลายสำหรับแฟนๆในการเดิมพัน เจ้ามือรับแทงจะสามารถตอบสนองความสนใจและความถูกใจที่หลากหลายของลูกค้าได้ ตั้งแต่ผู้ชนะการแข่งขันไปจนถึงผู้ทำประตูแรกและผู้ที่ทำประตูรวม ความพร้อมของตลาดการเดิมพันที่แตกแตกต่างทำให้มั่นใจได้ว่าแฟนคลับมีตัวเลือกมากมายให้เลือก สิ่งนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มประสบการณ์การเดิมพันโดยรวม แต่ยังเพิ่มโอกาสในการดึงดูดผู้ชมที่กว้างขึ้น ด้วยเหตุนี้ หนังสือกีฬาที่เสนอตัวเลือกการเดิมพันที่หลากหลายจึงมีแนวโน้มที่จะดึงดูดฐานลูกค้าที่ภักดีและพึงพอใจ ความตื่นเต้นของการเดิมพันกีฬาสามารถเพิ่มระดับความตื่นเต้นใหม่ให้กับการรับชมทีมโปรดของคุณ ด้วยความสามารถในการวางเดิมพันในผลสรุปต่างๆของเกม แฟนๆสามารถลงทุนกับการแข่งขันในสนามได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องจำไว้ว่าการพนันอย่างมีความรับผิดถูกใจเป็นกุญแจสำคัญ ด้วยการตั้งงบประมาณและถือมั่นกับมัน คุณจะสามารถเพลินไปกับความตื่นเต้นของเกมในขณะที่ยังคงตัดสินใจได้อย่างฉลาดหลักแหลม กาพระอาทิตย์จัยและทำความเข้าใจอัตราต่อรองและคำตอบที่เป็นไปได้ของการเดิมพันของคุณเป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน เนื่องมาจากสิ่งนี้สามารถเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จได้ เมื่อเข้าใกล้การเดิมพันกีฬาด้วยความคิดที่หรูหราและรอบทราบ คุณจะได้รับประสบการณ์ที่สนุกสนานและเพลินใจในขณะที่ยังคงมีความรับผิดชอบ ด้วยราคาต่อรองแบบมืออาชีพและแพลตฟอร์มที่ใช้งานง่าย hotgraph88 จึงเป็นแพลตฟอร์มที่เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดิมพันฟุตบอลทุกคน

hotgraph88 แทงบอลสดมีสเต็ป สูง ต่ำ ให้แทงตลอดทั้งเกม

hotgraph88 แทงบอลสดมีสเต็ป สูง ต่ำ ให้แทงตลอดทั้งเกม

Hotgraph88 แพลตฟอร์มของเรานำเสนอประสบการณ์การเดิมพันฟุตบอลสดที่ไม่เหมือนใครและทำให้ผู้ใช้ได้มีส่วนร่วมกับการเดิมพันมากที่สุด โดยมีตัวเลือกขั้นสูงและขั้นต่ำที่ช่วยให้นักเสี่ยงดวงสามารถวางเดิมพันตลอดทั้งเกมได้โดยไม่ยุ่งยากและซับซ้อน ด้วยเทคโนโลยีระดับสูงและการอัปเดตตามเวลาจริงของเรา จึงช่วยให้ผู้ใช้สามารถติดตามอัตราต่อรองล่าสุดและทำการตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อประกอบกับการตัดสินใจได้ทำให้ผู้ใช้สามารถวางเดิมพันได้อย่างง่ายดายและไม่มีโอกาสผิดพลาด แพลตฟอร์มของพวกเรานั้นทำขึ้นมาเพื่อให้ใช้งานได้ง่าย มีอินเทอร์เฟซที่ราบรื่นและเป็นมิตรกับผู้ใช้ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลที่ต้องทั้งหมดและวางเดิมพันได้ด้วยการคลิกเพียงแต่ไม่จำนวนกี่ครั้ง และไม่ว่าคุณจะเป็นนักการพนันที่มีประสบการณ์หรือพึ่งเข้ามาสู่โลกของการเดิมพันกีฬา เราตัวเลือกระดับสูงและต่ำของเราเพื่อช่วยมอบวิธีการที่ยืดหยุ่นและน่าเร้าใจในการเพลิดเพลินเจริญใจและมีส่วนร่วมที่สนุกสนานไปกับการเดิมพันฟุตบอลสดกับเราคุณลักษณะนี้ทำให้ผู้เล่นสามารถเลือกระดับความเสี่ยงและการจ่ายเงินที่เป็นไปได้ ด้วยแพลตฟอร์มนี้ ผู้ใช้สามารถวางเดิมพันในด้านต่างๆของเกม รวมทั้งคะแนน ผู้กระทำประตู และหากแม้กระทั่งจำนวนใบเหลืองที่ได้รับ อินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่ายและการอัปเดตตามเวลาจริงทำให้ผู้เล่นติดตามการเดิมพันและปรับกลยุทธ์ได้ง่าย เว็บไซต์ของพวกเรายังได้มีการเสนออัตราต่อรองที่แข่งขันได้และระบบการชำระเงินที่ปลอดภัย ทำให้มั่นใจได้ถึงประสบการณ์การเดิมพันกับเรานั้นมีความปลอดภัยและจะก่อให้ผู้ได้ได้รับความสนุกสนานอย่างแน่นอน โดยรวมแล้ว Hotgraph88 เป็นแพลตฟอร์มที่น่าไว้ใจและน่าระทึกใจสำหรับผู้ที่ชื่นชอบฟุตบอลในการเดิมพันสด

hotgraph88ฝากถอนอย่างไว การเงินมั่นคงเท่าไหร่เราก็จ่าย100%

hotgraph88ฝากถอนอย่างไว การเงินมั่นคงเท่าไหร่เราก็จ่าย100%

Hotgraph88คาสิโนออนไลน์ชั้นนำเข้าใจว่าการให้ตัวเลือกการฝากและถอนที่เร็วทันใจและมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญในการมอบประสบการณ์การเล่นเกมที่ราบรื่นและสนุกสนานให้กับผู้เล่น พวกเขาภูมิใจในการนำเสนอวิธีการจ่ายเงินที่หลากหลาย รวมทั้ง e-wallets บัตรเครดิตและบัตรเดบิต และการโอนเงินผ่านธนาคาร เพื่อตอบตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้เล่น คาสิโนกลุ่มนี้ยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและรับรองว่าธุรกรรมทั้งหมดได้รับการเข้ารหัสและป้องกันการคดโกง ด้วยเวลาดำเนินการที่รวดเร็วและอินเทอร์เฟซธนาคารที่ใช้งานง่าย ผู้เล่นสามารถมุ่งเน้นไปที่การเพลิดเพลินเจริญใจกับเกมโปรดโดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับความล่าช้าหรือความยุ่งยากในการทำธุรกรรมทางการเงิน โดยรวมแล้ว คาสิโนออนไลน์ชั้นนำมุ่งมั่นที่จะให้บริการลูกค้าที่ยอดเยี่ยมในทุกด้านของการดำเนินงาน รวมทั้งตัวเลือกการธนาคาร แพลตฟอร์มของเราผลิตขึ้นอย่างพิถีพิถันเพื่อมอบประสบการณ์ที่เหนือชั้นให้กับผู้ใช้ของพวกเรา เรามีความภาคภูมิใจในการนำเสนอขั้นตอนการทำธุรกรรมที่ราบรื่น ปลอดภัย และไม่ยุ่งยาก ทีมงานของพวกเราได้ใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยที่ล้ำสมัยเพื่อปกป้องธุรกรรมทั้งหมด ทำให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลที่ประณีตได้รับการปกป้องตลอดเวลา อินเทอร์เฟซที่เป็นมิตรต่อผู้ใช้ของพวกเราได้รับการออกแบบมาเพื่อให้การทำธุรกรรมราบรื่นและง่ายดาย ทำให้ผู้ใช้ของพวกเราได้รับประสบการณ์ที่ปราศจากความเครียด เราเข้าใจถึงความสำคัญของความไว้วางใจในการทำธุรกรรมทางการเงิน และแพลตฟอร์มของพวกเราถูกทำขึ้นโดยพิจารณาถึงสิ่งนี้ ความมุ่งมั่นของเราในการให้บริการที่ปลอดภัยและไม่ยุ่งยากยังคงไม่เปลี่ยนแปลง และเรากำลังสำรวจวิธีการใหม่ๆอย่างสม่ำเสมอในการเปลี่ยนแปลงแพลตฟอร์มของเราและปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้ของเรา พวกเราเข้าใจถึงความสำคัญของการเงินที่มั่นคงและรับประกันว่าเราจ่าย 100% ของการถอนทั้งหมด ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินของพวกเรารับรองว่าธุรกรรมทั้งหมดจะได้รับการประมวลผลอย่างเร็วทันใจและถูกต้อง ทำให้ผู้เล่นของพวกเราสบายใจได้ ที่ Hotgraph88 เรามุ่งมั่นที่จะให้บริการอย่างมืออาชีพและน่าไว้วางใจแก่ผู้เล่นของเรา ด้วยตัวเลือกการฝากและถอนเงินที่เชื่อถือได้และมีประสิทธิภาพของเรา ผู้เล่นสามารถมุ่งเน้นไปที่การเพลิดเพลินกับเกมคาสิโนที่พวกเขาชื่นชอบได้อย่างมั่นใจ

แทงบอลออนไลน์
เว็บไซต์พนันกีฬา FUN888

fun888 เป็นเว็บไซต์เดิมพันกีฬาชั้นนำที่ภูมิใจในการมอบประสบการณ์การพนันออนไลน์ที่เหนือชั้นให้กับผู้ที่ชื่นชอบกีฬาทั่วทั้งโลก เว็บไซต์นำเสนอตัวเลือกการเดิมพันที่หลากหลายในกีฬายอดนิยม ยกตัวอย่างเช่น ฟุตบอล บาสเก็ตบอล และเทนนิส พร้อมอัตราต่อรองที่แข่งขันได้และการจ่ายเงินจำนวนมาก แพลตฟอร์มมีความปลอดภัยและเป็นมิตรกับผู้ใช้ พร้อมวิธีการฝากและถอนเงินที่ง่ายดาย และทีมสนับสนุนลูกค้าที่ตอบตอบสนองตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน FUN888 ยังมอบโบนัสและโปรโมชั่นที่น่าระทึกใจให้กับสมาชิกใหม่และสมาชิกปัจจุบัน ซึ่งช่วยยกระดับประสบการณ์การเดิมพันโดยรวม ด้วยความมุ่งมั่นในการเล่นอย่างยุติธรรม การพนันอย่างมีความรับผิดถูกใจ และบริการชั้นยอด FUN888 จึงเป็นปลายทางที่วางใจได้และมีชื่อเสียงสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดิมพันกีฬา
FUN888 เป็นเว็บไซต์เดิมพันกีฬาชั้นนำที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากตัวเลือกการเดิมพันกีฬาที่หลากหลายและอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่าย เว็บไซต์นำเสนอประสบการณ์การเดิมพันที่ราบรื่นและปลอดภัยแก่ผู้ใช้ด้วยการสนับสนุนลูกค้า 24 ชม. และการถอนที่เร็ว ด้วยกีฬาที่หลากหลาย เช่น ฟุตบอล บาสเก็ตบอล คริกเก็ต และเทนนิส FUN888 ตอบตอบสนองความต้องการของผู้ที่ชื่นชอบกีฬาทั่วทั้งโลก เว็บไซต์ยังมีการถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬา ช่วยให้ผู้ใช้สามารถติดตามคะแนนและอัปเดตล่าสุดได้ในขณะที่วางเดิมพัน ความมุ่งมั่นของเว็บไซต์ต่อการพนันอย่างรับผิดถูกใจและการปฏิบัติตามระเบียบกฎเกณฑ์อย่างครัดเคร่งทำให้เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมั่นได้สำหรับการเดิมพันกีฬา
FUN888 เป็นเว็บไซต์เดิมพันกีฬาที่มีชื่อเสียงที่ให้บริการแพลตฟอร์มที่ไว้ใจได้และปลอดภัยแก่ผู้ใช้ในการวางเดิมพันในการแข่งขันกีฬาต่างๆเว็บไซต์นำเสนอส่วนต่อประสานที่ทันสมัยและเป็นมิตรกับผู้ใช้ซึ่งช่วยทำให้ผู้ใช้สามารถสำรวจตลาดกีฬาต่างๆที่มีอยู่ได้อย่างง่ายดาย ด้วยกิจกรรมกีฬาที่หลากหลายให้เลือก รวมถึงกีฬายอดนิยม เป็นต้นว่า ฟุตบอล บาสเก็ตบอล และเทนนิส ผู้ใช้มีทางเลือกมากมาย FUN888 ยังเสนออัตราต่อรองที่แข่งขันได้ ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้สามารถได้รับผลตอบแทนที่สูงมากขึ้นจากการเดิมพันของพวกเขา เว็บไซต์ได้รับอนุญาตและควบคุมโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ใช้สามารถไว้วางใจบริการของตนเองได้ โดยรวมแล้ว FUN888 เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกีฬาที่กำลังมองหาแพลตฟอร์มที่น่าไว้ใจและไว้วางใจได้เพื่อวางเดิมพัน

FUN888 เว็บตรง เว็บหลัก แทงบอลสกอร์ สเต็ป

FUN888 เว็บตรง เว็บหลัก แทงบอลสกอร์ สเต็ป

FUN888 เป็นเว็บไซต์โดยตรงที่มีตัวเลือกการเดิมพันกีฬาที่หลากหลาย โดยเน้นการเดิมพันฟุตบอลโดยยิ่งไปกว่านั้น ในฐานะที่เป็นเว็บไซต์หลักของ FUN888 ให้ผู้ใช้มีขั้นตอนการเดิมพันที่ง่ายและตรงไปตรงมา เพื่อให้มั่นใจว่าพวกเขาสามารถวางเดิมพันในทีมกีฬาโปรดได้อย่างง่ายดาย ด้วยคุณสมบัติขั้นตอนการเดิมพัน ผู้ใช้จะได้รับคำแนะนำตลอดขั้นตอนการวางเดิมพัน ทำให้มั่นใจได้ว่าพวกเขาจะทำได้อย่างง่ายดายและมั่นใจ คุณสมบัตินี้มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ใช้ใหม่ที่อาจไม่คุ้นเคยกับกระบวนการเดิมพัน ที่ FUN888 แนวทางการเดิมพันกีฬาแบบมืออาชีพและเป็นมิตรกับผู้ใช้ของพวกเราช่วยทำให้ผู้ใช้ทุกคนได้รับประสบการณ์ที่ราบรื่นและสนุกสนาน
FUN888 เป็นเว็บตรงที่ให้บริการเดิมพันออนไลน์หลากหลายทั้งพนันบอล ในฐานะที่เป็นเว็บไซต์หลักสำหรับการเดิมพันออนไลน์ FUN888 นำเสนอแพลตฟอร์มที่เป็นมิตรกับผู้ใช้ที่ช่วยให้นำทางได้ง่ายและเข้าถึงตัวเลือกการเดิมพันที่หลากหลาย ขั้นตอนการเดิมพันนั้นเรียบง่ายและตรงไปตรงมา ช่วยทำให้ผู้ใช้สามารถวางเดิมพันได้อย่างง่ายดายและเพลิดเพลินเจริญใจไปกับประสบการณ์การเดิมพันที่ไร้รอยต่อ FUN888 ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัย ทำให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลทางการเงินของผู้ใช้ได้รับการปกป้อง โดยรวมแล้ว FUN888 นำเสนอแพลตฟอร์มระดับมืออาชีพและวางใจได้สำหรับการเดิมพันฟุตบอลออนไลน์ ทำให้เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกีฬาและผู้ที่ชื่นชอบการเดิมพัน
FUN888 เป็นเว็บไซต์โดยตรงที่มีส่วนต่อประสานที่ใช้งานง่ายสำหรับผู้ที่ต้องการมีส่วนร่วมในการเดิมพันฟุตบอลออนไลน์ ในฐานะที่เป็นเว็บไซต์หลักสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดิมพันกีฬา มีตัวเลือกการเดิมพันที่น่าระทึกใจมากมาย รวมถึงการเดิมพันสดและกีฬาเหมือนจริง กระบวนการขั้นตอนการเดิมพันตรงไปตรงมาและง่ายต่อการติดตาม ช่วยทำให้ผู้ใช้สามารถวางเดิมพันทีมและผู้เล่นโปรดได้อย่างเร็วทันใจและง่ายดาย FUN888 ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความปลอดภัยและความปลอดภัย ทำให้มั่นใจได้ว่าธุรกรรมทั้งหมดจะดำเนินการในลักษณะที่ปลอดภัยและไว้ใจได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเสี่ยงโชคกีฬาที่ชำนิชำนาญหรือเป็นมือใหม่ที่ต้องการสำรวจโลกของการพนันออนไลน์ FUN888 เป็นแพลตฟอร์มที่สมบูรณ์แบบที่จะช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายการเดิมพัน

แทงอย่างมีชั้นเชิง เพิ่มโอกาสชนะ

แทงอย่างมีชั้นเชิง เพิ่มโอกาสชนะ

ถ้าเกิดคุณต้องการเพิ่มโอกาสในการชนะที่ไซต์การพนัน สิ่งสำคัญคือต้องเข้าหากิจกรรมอย่างมีกลยุทธ์ ซึ่งหมายถึงการทำวิจัยและทำความเข้าใจกฎและอัตราต่อรองของเกมที่คุณกำลังเล่น นอกเหนือจากนั้นยังหมายถึงการตั้งงบประมาณและยึดติดกับมัน อาทิเช่นเดียวกับการทราบว่าเมื่อใดควรเดินจากไป ไซต์การพนันหลายแห่งเสนอโบนัสและโปรโมชัน ซึ่งอาจเป็นวิธีที่มีค่าในการเพิ่มเงินรางวัลของคุณ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องอ่านเนื้อหาและทำความเข้าใจข้อกำหนดและข้อจำกัดของข้อเสนอเหล่านี้ ด้วยการเข้าใกล้การพนันออนไลน์อย่างมีกลยุทธ์ คุณจะสามารถเพิ่มโอกาสในการนำหน้าได้สูงสุด
การแทงอย่างมีกลยุทธ์เป็นคำที่บัญญัติขึ้นเพื่อศิลป์ในการเพิ่มโอกาสในการชนะบนเว็บไซต์การพนัน ในฐานะมืออาชีพ สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่าการพนันออนไลน์ไม่ใช่แค่เรื่องโชค แต่ยังเกี่ยวกับกลยุทธ์ด้วย เพื่อเพิ่มโอกาสในการชนะ คุณต้องมีความเข้าใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับเกมที่คุณกำลังเล่นและกฎที่ควบคุม คุณต้องมีแผนการที่มั่นคง ซึ่งรวมทั้งการตั้งงบประมาณ การเลือกตัวเลือกการเดิมพันที่เหมาะสม และติดตามความคืบหน้าของคุณ ด้วยการวิเคราะห์การเล่นเกมของคุณอย่างรอบคอบและเคลื่อนไหวอย่างมีกลยุทธ์ คุณจะสามารถปรับอัตราเดิมพันให้อยู่ในความชอบของคุณและกลายเป็นนักเล่นการพนันที่ประสบความสำเร็จได้ ด้วยความอดทน ระเบียบวินัย และความคิดที่ถูกต้อง คุณจะเชี่ยวชาญศิลปะการแทงอย่างมีกลยุทธ์และกลายเป็นมืออาชีพในโลกของการพนันออนไลน์

คาสิโนออนไลน์ บาคาร่าออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หวยออนไลน์ เกมส์ออนไลน์ แทงบอลออนไลน์
สล็อตออนไลน์แจ็กเพียงพอตแตกง่าย เล่นพอดี superslot ทุกเว็บไซต์

แจ็คพอตสล็อตออนไลน์เป็นเลิศในตัวเลือกเกมยอดนิยมสูงสุดบนอินเทอร์เน็ตในขณะนี้ เกมพวกนี้มอบโอกาสให้ผู้เล่นได้รับเงินปริมาณมากมายด้วยการกดเมาส์เพียงแต่ไม่จำนวนกี่ครั้ง อย่างไรก็แล้วแต่ ผู้เล่นบางบุคคลบางทีอาจไม่สบายใจเกี่ยวกับความปลอดภัยและก็ความน่าวางใจของเกมพวกนี้ โชคดีที่การพัฒนาปัจจุบันในเทคโนโลยีเกมออนไลน์ทำให้การเล่นและก็ชนะแจ็คพอตสล็อตออนไลน์ง่ายดายกว่าที่เคย เกมพวกนี้สามารถเข้าถึงได้จากเว็บ superslot ทุกเว็บไซต์ แล้วก็ได้รับการออกแบบมาให้ทำลายได้ง่าย เพื่อผู้เล่นสามารถรับเงินจากการชนะได้อย่างเร็วแล้วก็ง่ายมาก เพราะอะไรจะต้องคอย? เริ่มเล่นแจ็คพอตสล็อตออนไลน์วันนี้แล้วก็ดูด้วยตัวคุณเองว่าการทำให้มั่งมีนั้นง่ายแค่ไหน!

 

แจ็คพอตสล็อตออนไลน์เป็นตัวเลือกยอดฮิตในกลุ่มคนที่ติดอกติดใจคาสิโนออนไลน์เนื่องด้วยรางวัลสูงและก็แบบอย่างการเล่นที่น่าสนใจดวงใจ สล็อตพวกนี้ทำลายได้ง่ายและก็สามารถเล่นได้ในทุกเว็บของ superslot ทำให้ผู้เล่นหลายชนิดสามารถเข้าถึงได้ ความง่ายๆของการเล่นเกมรวมทั้งจังหวะสำหรับเพื่อการชนะรางวัลใหญ่ทำให้แจ็คพอตออนไลน์เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจหัวใจสำหรับผู้เล่นที่ปรารถนาเพิ่มเงินรางวัล อย่างไรก็ดี สิ่งจำเป็นสำหรับผู้เล่นเป็นการใช้ความรอบคอบและก็ใช้กรรมวิธีพนันอย่างมีความรับผิดชอบเพื่อเลี่ยงการสูญเสียทางด้านการเงิน โดยรวมแล้ว แจ็คพอตสล็อตออนไลน์พรีเซ็นท์ประสบการณ์การเล่นเกมที่น่าระทึกใจรวมทั้งอาจมีผลกำไร ซึ่งผู้เล่นทุกขีดความสามารถสามารถเพลิดเพลินใจได้

รวมเกมสล็อตออนไลน์ superslot777 ไม่จำกัดการพนัน

img
 

superslot ทุกเว็บไซต์ เกมสล็อตออนไลน์เป็นเยี่ยมในแบบการเดิมพันออนไลน์ยอดนิยมเยอะที่สุดในตอนนี้ ด้วยการเพิ่มขึ้นของคาสิโนออนไลน์ ผู้เล่นสามารถเพลิดเพลินเจริญใจกับเกมสล็อตที่มากมายจากความสบายสบายในบ้านของพวกเขาเอง จุดเด่นอย่างหนึ่งของการเล่นสล็อตออนไลน์เป็นช่องทางสำหรับในการเล่นโดยไม่กำหนดการพนัน ซึ่งแปลว่าผู้เล่นสามารถสนุกสนานกับเกมโดยไม่จำเป็นที่จะต้องมาวิตกกังวลเกี่ยวกับการพนันอย่างน้อยหรือสูงสุด สิ่งนี้เย้ายวนใจผู้เล่นทั่วๆไปที่ปรารถนาสนุกสนานกับเกมโดยไม่เสียเงินเสียทอง ด้วยการรวมเกมสล็อตออนไลน์ที่ไม่จำกัดการพนัน คาสิโนออนไลน์ก็เลยสามารถสนองตอบผู้เล่นได้นานัปการขึ้นแล้วก็มอบประสบการณ์การเล่นเกมที่บันเทิงใจรวมทั้งเป็นธรรม

 

เกมสล็อตออนไลน์เป็นที่นิยมมากเพิ่มขึ้นในตอนไม่กี่ปีที่ล่วงเลยไป ทำให้ผู้เล่นได้รับความสบายสบายและก็ความระทึกใจสำหรับในการเล่นเกมคาสิโนจากความสบายสบายในบ้านของพวกเขาเอง จุดเด่นอย่างหนึ่งของการเล่นสล็อตออนไลน์เป็นความรู้ความเข้าใจสำหรับการเล่นโดยไม่กำหนดการพนัน ทำให้ผู้เล่นสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการชำระเงินได้อย่างแท้จริง สิ่งนี้มีประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้เล่นระดับค่อนข้างสูงที่อยากรับช่องทางสำหรับการพนันที่มากขึ้นแล้วก็ได้โอกาสชนะรางวัลใหญ่ ด้วยการรวมเกมสล็อตออนไลน์ที่ไม่มีการจำกัดการพนัน แพลตฟอร์มยกตัวอย่างเช่น superslot777 มอบประสบการณ์การเล่นเกมขั้นยอดเยี่ยมแก่ผู้เล่น มอบโอกาสที่ไม่สิ้นสุดสำหรับความระทึกใจและก็รางวัล ด้วยประการฉะนี้ ผู้เล่นก็เลยสามารถเพลินไปกับความระทึกใจของเกมโดยไม่มีข้อจำกัด ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับอีกทั้งผู้เล่นทั่วๆไปรวมทั้งผู้เล่นแท้จริงจัง

 

 

คาสิโนออนไลน์ บาคาร่าออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หวยออนไลน์ เกมส์ออนไลน์ แทงบอลออนไลน์
ชายสิงคโปร์อ้างตำรวจไทยข่มขู่ให้จ่าย 2.7 หมื่น ฐานพกบุหรี่ไฟฟ้าแลกติดคุก

ชายสิงคโปร์อ้างตำรวจไทยข่มขู่ให้จ่าย 2.7 หมื่น ฐานพกบุหรี่ไฟฟ้าแลกติดคุกที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, “สกาย” ชายสิงคโปร์ ที่อยู่ในเหตุการณ์กับ ชาลีน อัน นักแสดงสาวไต้หวันเมื่อ 9 ชั่วโมงที่แล้ว“สกาย” ชายสิงคโปร์ เพื่อนดาราสาวไต้หวัน ที่เป็นคนเจรจากับตำรวจที่ด่านตรวจ เผย ถูกตำรวจไทย “ข่มขู่” และให้จ่ายเงิน เพื่อไม่ต้องไป “โรงพัก-เข้าคุก” เป็นเงิน 27,000 บาท หลังตำรวจพบว่าเขาพกบุหรี่ไฟฟ้า ยืนยัน ดาราสาวไต้หวันไม่ได้พกไปในคืนวันนั้น

วันนี้ (1 ก.พ. 2566) นาย “สกาย” เพื่อนของ อัน อวี๋ฉิง หรือ ชาลีน อัน ดาราสาวไต้หวันที่เปิดเผยว่า ถูกตำรวจไทยรีดไถเงินเธอกับเพื่อน ๆ รวม 27,000 บาท ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวจากมุมมองของเขา นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย เป็นผู้ “ควักเงินส่วนตัว” จองตั๋วเครื่องบินให้นายสกาย เดินทางมาไทยจากสิงคโปร์ เพื่อแถลงข่าวชี้แจงสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด

สกาย เล่าว่า ไปเที่ยวไนต์คลับกับชาลีน อัน ก่อนจะเรียกรถแกร็บเพื่อเดินทางไปต่อย่านห้วยขวาง แต่กลับเจอด่านตำรวจระหว่างทาง และตำรวจเรียกให้เขาและเพื่อน ๆ ลงจากรถ

“ตำรวจบอกว่าอยากตรวจค้น เอาไฟฉายส่อง… เขาจับกระเป๋าตามตัวผม ผมก็เอาสิ่งของให้ดูทั้งหมด เขาบอกให้ผมถอดรองเท้า แล้วขอดูหนังสือเดินทาง ซึ่งผมไม่ได้เอาไป” สกาย แถลงข่าวเป็นภาษาไทย ที่เขาระบุว่า พูดได้ประเทศไทยในระดับที่สื่อสารได้ เพราะเดินทางมาไทยบ่อยครั้ง

นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ยอมรับว่า เขาพกบุหรี่ไฟฟ้าไปด้วย เช่นเดียวกับเพื่อนอีกสองคน แต่ ชาลีน อัน ไม่ได้พกบุหรี่ไฟฟ้าไปด้วยในคืนนั้น แม้ว่าเธอจะสูบบุหรี่ไฟฟ้าบ้าง สรุปแล้ว กลุ่มเพื่อนของเขา รวมชาลีน อัน มีอยู่ด้วยกัน 4 คน พกพาบุหรี่ไฟฟ้า 3 แท่ง และไม่ได้พกพาหนังสือเดินทาง
“ฉันไม่ใช่วีรสตรี ไม่ได้อยากสู้กับตำรวจไทย”เที่ยวแบบ VVIP : ปมจ้างตำรวจไทยนำขบวน นทท. จีน สะท้อนภาพปราบโกงล้มเหลวหรือไม่ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าตำรวจไทยเจอต้องทำอย่างไรสกาย เล่าต่อว่า ตำรวจได้นำบุหรี่ไฟฟ้าไป แต่เมื่อชาลีน อัน พยายามถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์มือถือ ตำรวจมีท่าทีเปลี่ยนไป และมีท่าทีเชิงข่มขู่ว่า “คุณมีบุหรี่ไฟฟ้า พวกคุณต้องไปสถานีตำรวจ และอาจต้องติดคุกอย่างน้อย 2 วัน”

ในเวลานั้น มีตำรวจ 3 คนที่ สกาย ต้องเจรจาด้วย เพราะเป็นบุคคลในเดียวในกลุ่มที่พอจะพูดภาษาไทยได้ โดยตำรวจนายหนึ่ง ไม่ได้สวมเครื่องแบบ

สกาย จึงสอบถามตำรวจว่า “จะให้พวกเราทำอย่างไร” เพราะเขาไม่ได้พกหนังสือเดินทางมา แต่ด้วยความที่เป็นคนสิงคโปร์ ไม่ต้องใช้วีซ่าก็สามารถพำนักในไทยได้ไม่เกิน 30 วัน แต่ตำรวจไม่ยอม ระบุว่าต้องมีหนังสือเดินทางตัวจริง จากนั้น ตำรวจจึงระบุว่า “ขอคุยกับตำรวจยศใหญ่ก่อน”
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, นายชูวิทย์ เป็นผู้เชิญให้สกายมาแถลงข่าวในครั้งนี้“เขาก็กลับมาบอกว่า บุหรี่ไฟฟ้ามี 3 แท่ง ต้องจ่ายแท่งละ 8 พันบาท และเมื่อรวมกับการไม่มีหนังสือเดินทาง รวมเป็น 27,000 บาท” สกาย ย้อนบทสนทนาของเขากับตำรวจเมื่อวันที่ 5 ม.ค. 2566 “ผมก็บอกโอเค”

ภายหลังการแถลงข่าวร่วมกับ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์, นายกายจะเข้าให้ปากคำกับตำรวจ ถึงสิ่งที่เขาและเพื่อน ๆ เจอ เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาพิจารณาประกอบการดำเนินคดี

อย่างไรก็ตาม ในส่วนการดำเนินคดีกับนักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ในฐานะผู้ให้สินบนนั้น ยังไม่สามารถดำเนินการได้ในขณะนี้ เนื่องจากการจะดำเนินคดีในข้อหานี้ได้ นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ ต้องอยู่ในฐานะผู้เสนอให้สินบนเจ้าพนักงาน ไม่ได้ถูกข่มขู่บังคับ ดังนั้น การสอบปากคำนักท่องเที่ยวสิงคโปร์จึงสำคัญมาก และเป็นการสอบปากคำในฐานะพยาน โดยทีมสอบสวนได้เตรียมรูปถ่าย ตำรวจชุดตั้งด่านในวันเกิดเหตุทั้ง 14 นาย ให้ผู้เสียหายชี้ใน 3 ประเด็นหลัก ๆ คือ จ่ายเงินให้กับใคร, ใน 14 คนนี้มีใครบังคับขู่เข็นเรียกเงิน, และมีใครมีส่วนรู้เห็นจาการรีดรับเงินในครั้งนี้บ้าง
สิ่งที่เกิดขึ้นกับ สกาย, ชาลีน อัน, และเพื่อนอีก 2 คนสกาย เล่าว่า เขาเดินทางมาไทยบ่อยครั้ง ครั้งล่าสุด เดินทางมาอยู่ไทยตั้งแต่ 25 ธ.ค. 2565 เพื่อท่องเที่ยวไปจนถึงช่วงปีใหม่ ด้วยสถานะพลเมืองสิงคโปร์ เขาจึงไม่ต้องทำวีซ่า เพื่อพำนักไม่เกิน 30 วัน

ดังนั้น เขาจึงไม่เข้าใจว่า ทำไมตำรวจไทยที่พวกเขาเจอที่ด่านในคืนวันที่ 5 ม.ค. 2566 จึงคะยั้นคะยอจะดูหนังสือเดินทาง และตรวจว่าเขามีวีซ่าหรือไม่

ส่วนการครอบครองบุหรี่ไฟฟ้านั้น เขายอมรับว่า ไม่ทราบเลยว่าการซื้อและครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าในไทยเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เพราะไม่เคยมีประกาศแจ้งนักท่องเที่ยว
ที่มาของภาพ, BBC Thaiคำบรรยายภาพ, ชาลีน อัน หรือ อัน อวี๋ฉิง นักแสดงสาวไต้หวัน“ถ้าบอกบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ทำไมที่ตลาดขายได้ เพราะผมซื้อที่ห้วยขวาง และเห็นขายทั่วไป ทุกคนก็ใช้อยู่ ไม่เห็นมีปัญหา” สกาย กล่าว

“กัญชายังเปิดร้านขายได้เลย ทำไมบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย” เขาบอกว่า เมื่อพูดถึงตรงนี้ ตำรวจที่เขาพูดคุยอยู่มีท่าที “โมโห” ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สกายจึงพยายามเจรจาอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยว่า “ขอโอกาสพวกเขาได้ไหม” แต่ตำรวจตอบกลับว่า “ไม่ได้ ต้องไปโรงพัก” พร้อมขู่ว่า ถ้าไปโรงพักจะต้องถูกจับขังคุกอย่างน้อย 2 วัน

สถานการณ์จึงเป็นในลักษณะที่นายชูวิทย์สรุปว่า ตำรวจข่มขู่นักท่องเที่ยวชาวไต้หวันและสิงคโปร์ว่า จะถูกจับขังหากไปที่สถานีตำรวจ และเมื่อ สกาย ถามว่า “แล้วจะต้องทำยังไง” ตำรวจจึงเรียกรับเงินสำหรับนักท่องเที่ยว 4 คน บุหรี่ไฟฟ้า 3 แท่ง และไม่มีหนังสือเดินทาง เป็นเงิน 27,000 บาท
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, ชูวิทย์ ก้มโค้ง “ขอโทษแทนตำรวจไทย”แต่พฤติการณ์ที่น่าสงสัยของตำรวจ คือ ให้ สกาย นับเงิน พร้อมชี้ไปทางบริเวณสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เพื่อให้สังเกตกล้องวงจรปิด แต่เมื่อกำลังจะยื่นเงินให้ ตำรวจทำท่าทางให้สกาย และเพื่อน ๆ ยืนบังทิศทางของกล้องวงจรปิด เพื่อไม่ให้เห็นพฤติการณ์รับเงินของตำรวจ

สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมา สอดคล้องกับที่ ชาลีน อัน ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยก่อนหน้านี้ คือ “ตำรวจเก็บเงินไป แล้วยื่นบุหรี่ไฟฟ้า (ของเขาและเพื่อน) ให้ผมแล้วถ่ายรูป ยื่นให้ชาลีน และคนอื่น ๆ แล้วถ่ายรูปด้วย” โดยสกายเสริมว่า ในขณะนั้น ชาลีน อัน มีท่าทางเหนื่อยและเครียดมาก

“ผมไม่มีทางเลือก ผมต้องให้เงิน ถ้าผมมีทางเลือกผมคงไม่ทำหรอก” สกาย ยอมรับว่า ถูกข่มขู่ให้จ่ายเงินสินบนแก่ตำรวจ
ทำไมถึงไปห้วยขวางต่อการแถลงข่าวของ สกาย สอดคล้องกับบทสัมภาษณ์ของชาลีน อัน กับบีบีซีไทย ที่เธอยืนกรานว่า ไม่ได้พกบุหรี่ไฟฟ้าออกไปด้วยในวันนั้น แต่เธอไม่เคยปฏิเสธว่า ไม่เคยครอบครองและสูบบุหรี่ไฟฟ้า

ชาลีน อัน ยังให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยถึงกรณีปรากฎภาพเธอและเพื่อน ๆ ไปเดินตลาดกลางคืนที่ห้วยขวาง ว่า เธอไปเดินตลาดกลางคืนแถวห้วยขวางต่อจริง เพราะวางแผนจะไปทานอาหารที่ร้านอาหารในแถบนั้นอยู่แล้ว และตลาดแห่งนั้นก็อยู่ใกล้กับร้านอาหาร

ข้อมูลจากสกายทำให้สถานการณ์ชัดเจนขึ้น โดยสกายเล่าว่า ชาลีน อัน “รู้สึกโกรธมาก” จึงอยากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อที่ห้วยขวาง ซึ่งเขาได้ตามไปสมทบภายหลังนั่งแท็กซี่ไปส่งเพื่อนที่โรงแรม

ในกลุ่มเพื่อนราว 10 คน รวมถึงชาลีน อัน และสกาย ด้วย มีคนไทยที่เขาเล่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง ซึ่งคนไทยแนะนำว่า ครั้งหน้าอย่าพกเงินสดเยอะ และให้พกพาหนังสือเดินทาง เพื่อไม่ให้ตำรวจรีดไถเงินได้เช่นนี้ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ต่อมา ชาลีน อัน ได้นำไปโพสต์ในอินสตาแกรม และกลายเป็นประเด็นใหญ่ในสังคมไทยในเวลาต่อมา
ที่มาของภาพ, .คำบรรยายภาพ, ชาลีน อัน ไปแถวห้วยขวางต่อหลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสกาย ยังเปรียบเทียบว่า สถานการณ์ที่พวกเขาเจอนั้น เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่เคยเจอมาก่อน ในสิงคโปร์เอง เขาก็ไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้ และยอมรับว่า การกระทำของตำรวจไทยกับพวกเขา “ไม่มีเหตุผล” และทำให้เขา “กลัว”

ภายหลังการแถลงข่าว นายชูวิทย์ ได้โค้งและกล่าวขอโทษ สกาย แทน “ตำรวจไทย” ส่วนกรณีบุหรี่ไฟฟ้านั้น นายชูวิทย์ ระบุว่า “ชาวต่างชาติเขาจะรู้ไหม ก็เปิดขายกันทั่วไปตลาดห้วยขวาง ทองหล่อก็มี ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลให้ขายได้ยังไง”
มาตรการของตำรวจจนถึงตอนนี้ ผบ.ตร. ได้เซ็นย้าย ผกก.สน.ห้วยขวาง เพื่อเปิดทางให้กรรมการสอบสวนดำเนินการได้เต็มที่ และเป็นการลงโทษทางปกครองในฐานะ “เป็นหัวหน้าสถานีไม่สามารถควบคุมกำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาในสังกัด”

และวานนี้ (31 ม.ค.) พล.ต.ต.อัฎธพร วงศ์ศิริปรีดา ผบก.น.1 ได้เซ็นคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ จำนวน 5 นาย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตั้งด่านที่ สกาย และ ชาลีน อัน เผชิญในเช้ามืดวันที่ 5 ม.ค. โดยมีรายชื่อดังนี้

ร.ต.อ. ยอดฤทธิ์ ลางดุลเสน รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ร.ต.อ. ปฏิภาณ ศิริชัยวัฒนา รองสารวัตรอำนวยการ สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ด.ต. อธิเวช จุลพันธ์ ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ด.ต. กฤษฎา คำมะนา ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ส.ต.อ. เฉลิมชัย ศิริวังโส ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ส.ต.อ. วัชรนนท์ ขาวยอง ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลหัวยขวาง
ส.ต.อ. นันทวัชร์ สุวรรณา ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, ชูวิทย์นำปี๊บมาเพื่อให้ตำรวจ “คลุมศีรษะ”อย่างไรก็ดี นายชูวิทย์ วิพากษ์วิจารณ์ตำรวจนครบาลอย่างรุนแรงว่า เป็นการลงโทษตำรวจชั้นผู้น้อยของนายตำรวจระดับสูง เพื่อปกป้องตำแหน่งของตนเอง

“ตำรวจไม่ได้ปกป้องประเทศชาติ ปกป้องตัวเอง ปกป้องตำแหน่ง ลงโทษแต่ตำรวจชั้นผู้น้อย”
ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ? การนำเข้ามา หรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร หรือเคลื่อนย้ายของออกโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับ 4 เท่าของราคา หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ริบของทันที ตามกฎหมายมาตรา 242 ใน พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560

หากพบบุคคลใดว่าครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า ตำรวจสามารถใช้มาตรา 246 ว่าด้วย ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้ ซึ่งของที่รู้ว่าเป็นความผิดตามมาตรา 242 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับ 4 เท่าของราคาของ หรือทั้งจำทั้งปรับ

ดังนั้น การนำเข้า การผลิต การจำหน่าย ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายชัดเจน แต่ส่วนของผู้ครอบครองและใช้บุหรี่ไฟฟ้า แม้จะไม่มีความผิดโดยตรง แต่ก็จะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 246 ตามดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย

คาสิโนออนไลน์ บาคาร่าออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หวยออนไลน์ เกมส์ออนไลน์ แทงบอลออนไลน์
ชายสิงคโปร์อ้างตำรวจไทยข่มขู่ให้จ่าย 2.7 หมื่น ฐานพกบุหรี่ไฟฟ้าแลกติดคุก

ชายสิงคโปร์อ้างตำรวจไทยข่มขู่ให้จ่าย 2.7 หมื่น ฐานพกบุหรี่ไฟฟ้าแลกติดคุกที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, “สกาย” ชายสิงคโปร์ ที่อยู่ในเหตุการณ์กับ ชาลีน อัน นักแสดงสาวไต้หวันเมื่อ 9 ชั่วโมงที่แล้ว“สกาย” ชายสิงคโปร์ เพื่อนดาราสาวไต้หวัน ที่เป็นคนเจรจากับตำรวจที่ด่านตรวจ เผย ถูกตำรวจไทย “ข่มขู่” และให้จ่ายเงิน เพื่อไม่ต้องไป “โรงพัก-เข้าคุก” เป็นเงิน 27,000 บาท หลังตำรวจพบว่าเขาพกบุหรี่ไฟฟ้า ยืนยัน ดาราสาวไต้หวันไม่ได้พกไปในคืนวันนั้น

วันนี้ (1 ก.พ. 2566) นาย “สกาย” เพื่อนของ อัน อวี๋ฉิง หรือ ชาลีน อัน ดาราสาวไต้หวันที่เปิดเผยว่า ถูกตำรวจไทยรีดไถเงินเธอกับเพื่อน ๆ รวม 27,000 บาท ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวจากมุมมองของเขา นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย เป็นผู้ “ควักเงินส่วนตัว” จองตั๋วเครื่องบินให้นายสกาย เดินทางมาไทยจากสิงคโปร์ เพื่อแถลงข่าวชี้แจงสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด

สกาย เล่าว่า ไปเที่ยวไนต์คลับกับชาลีน อัน ก่อนจะเรียกรถแกร็บเพื่อเดินทางไปต่อย่านห้วยขวาง แต่กลับเจอด่านตำรวจระหว่างทาง และตำรวจเรียกให้เขาและเพื่อน ๆ ลงจากรถ

“ตำรวจบอกว่าอยากตรวจค้น เอาไฟฉายส่อง… เขาจับกระเป๋าตามตัวผม ผมก็เอาสิ่งของให้ดูทั้งหมด เขาบอกให้ผมถอดรองเท้า แล้วขอดูหนังสือเดินทาง ซึ่งผมไม่ได้เอาไป” สกาย แถลงข่าวเป็นภาษาไทย ที่เขาระบุว่า พูดได้ในระดับที่สื่อสารได้ เพราะเดินทางมาไทยบ่อยครั้ง

นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ยอมรับว่า เขาพกบุหรี่ไฟฟ้าไปด้วย เช่นเดียวกับเพื่อนอีกสองคน แต่ ชาลีน อัน ไม่ได้พกบุหรี่ไฟฟ้าไปด้วยในคืนนั้น แม้ว่าเธอจะสูบบุหรี่ไฟฟ้าบ้าง สรุปแล้ว กลุ่มเพื่อนของเขา รวมชาลีน อัน มีอยู่ด้วยกัน 4 คน พกพาบุหรี่ไฟฟ้า 3 แท่ง และไม่ได้พกพาหนังสือเดินทาง
“ฉันไม่ใช่วีรสตรี ไม่ได้อยากสู้กับตำรวจไทย”เที่ยวแบบ VVIP : ปมจ้างตำรวจไทยนำขบวน นทท. จีน สะท้อนภาพปราบโกงล้มเหลวหรือไม่ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าตำรวจไทยเจอต้องทำอย่างไรสกาย เล่าต่อว่า ตำรวจได้นำบุหรี่ไฟฟ้าไป แต่เมื่อชาลีน อัน พยายามถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์มือถือ ตำรวจมีท่าทีเปลี่ยนไป และมีท่าทีเชิงข่มขู่ว่า “คุณมีบุหรี่ไฟฟ้า พวกคุณต้องไปสถานีตำรวจ และอาจต้องติดคุกอย่างน้อย 2 วัน”

ในเวลานั้น มีตำรวจ 3 คนที่ สกาย ต้องเจรจาด้วย เพราะเป็นบุคคลในเดียวในกลุ่มที่พอจะพูดภาษาไทยได้ โดยตำรวจนายหนึ่ง ไม่ได้สวมเครื่องแบบ

สกาย จึงสอบถามตำรวจว่า “จะให้พวกเราทำอย่างไร” เพราะเขาไม่ได้พกหนังสือเดินทางมา แต่ด้วยความที่เป็นคนสิงคโปร์ ไม่ต้องใช้วีซ่าก็สามารถพำนักในไทยได้ไม่เกิน 30 วัน แต่ตำรวจไม่ยอม ระบุว่าต้องมีหนังสือเดินทางตัวจริง จากนั้น ตำรวจจึงระบุว่า “ขอคุยกับตำรวจยศใหญ่ก่อน”
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, นายชูวิทย์ เป็นผู้เชิญให้สกายมาแถลงข่าวในครั้งนี้“เขาก็กลับมาบอกว่า บุหรี่ไฟฟ้ามี 3 แท่ง ต้องจ่ายแท่งละ 8 พันบาท และเมื่อรวมกับการไม่มีหนังสือเดินทาง รวมเป็น 27,000 บาท” สกาย ย้อนบทสนทนาของเขากับตำรวจเมื่อวันที่ 5 ม.ค. 2566 “ผมก็บอกโอเค”

ภายหลังการแถลงข่าวร่วมกับ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์, นายกายจะเข้าให้ปากคำกับตำรวจ ถึงสิ่งที่เขาและเพื่อน ๆ เจอ เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาพิจารณาประกอบการดำเนินคดี

อย่างไรก็ตาม ในส่วนการดำเนินคดีกับนักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ในฐานะผู้ให้สินบนนั้น ยังไม่สามารถดำเนินการได้ในขณะนี้ เนื่องจากการจะดำเนินคดีในข้อหานี้ได้ นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ ต้องอยู่ในฐานะผู้เสนอให้สินบนเจ้าพนักงาน ไม่ได้ถูกข่มขู่บังคับ ดังนั้น การสอบปากคำนักท่องเที่ยวสิงคโปร์จึงสำคัญมาก และเป็นการสอบปากคำในฐานะพยาน โดยทีมสอบสวนได้เตรียมรูปถ่าย ตำรวจชุดตั้งด่านในวันเกิดเหตุทั้ง 14 นาย ให้ผู้เสียหายชี้ใน 3 ประเด็นหลัก ๆ คือ จ่ายเงินให้กับใคร, ใน 14 คนนี้มีใครบังคับขู่เข็นเรียกเงิน, และมีใครมีส่วนรู้เห็นจาการรีดรับเงินในครั้งนี้บ้าง
สิ่งที่เกิดขึ้นกับ สกาย, ชาลีน อัน, และเพื่อนอีก 2 คนสกาย เล่าว่า เขาเดินทางมาไทยบ่อยครั้ง ครั้งล่าสุด เดินทางมาอยู่ไทยตั้งแต่ 25 ธ.ค. 2565 เพื่อท่องเที่ยวไปจนถึงช่วงปีใหม่ ด้วยสถานะพลเมืองสิงคโปร์ เขาจึงไม่ต้องทำวีซ่า เพื่อพำนักไม่เกิน 30 วัน

ดังนั้น เขาจึงไม่เข้าใจว่า ทำไมตำรวจไทยที่พวกเขาเจอที่ด่านในคืนวันที่ 5 ม.ค. 2566 จึงคะยั้นคะยอจะดูหนังสือเดินทาง และตรวจว่าเขามีวีซ่าหรือไม่

ส่วนการครอบครองบุหรี่ไฟฟ้านั้น เขายอมรับว่า ไม่ทราบเลยว่าการซื้อและครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าในไทยเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เพราะไม่เคยมีประกาศแจ้งนักท่องเที่ยว
ที่มาของภาพ, BBC Thaiคำบรรยายภาพ, ชาลีน อัน หรือ อัน อวี๋ฉิง นักแสดงสาวไต้หวัน“ถ้าบอกบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ทำไมที่ตลาดขายได้ เพราะผมซื้อที่ห้วยขวาง และเห็นขายทั่วไป ทุกคนก็ใช้อยู่ ไม่เห็นมีปัญหา” สกาย กล่าว

“กัญชายังเปิดร้านขายได้เลย ทำไมบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย” เขาบอกว่า เมื่อพูดถึงตรงนี้ ตำรวจที่เขาพูดคุยอยู่มีท่าที “โมโห” ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สกายจึงพยายามเจรจาอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยว่า “ขอโอกาสพวกเขาได้ไหม” แต่ตำรวจตอบกลับว่า “ไม่ได้ ต้องไปโรงพัก” พร้อมขู่ว่า ถ้าไปโรงพักจะต้องถูกจับขังคุกอย่างน้อย 2 วัน

สถานการณ์จึงเป็นในลักษณะที่นายชูวิทย์สรุปว่า ตำรวจข่มขู่นักท่องเที่ยวชาวไต้หวันและสิงคโปร์ว่า จะถูกจับขังหากไปที่สถานีตำรวจ และเมื่อ สกาย ถามว่า “แล้วจะต้องทำยังไง” ตำรวจจึงเรียกรับเงินสำหรับนักท่องเที่ยว 4 คน บุหรี่ไฟฟ้า 3 แท่ง และไม่มีหนังสือเดินทาง เป็นเงิน 27,000 บาท
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, ชูวิทย์ ก้มโค้ง “ขอโทษแทนตำรวจไทย”แต่พฤติการณ์ที่น่าสงสัยของตำรวจ คือ ให้ สกาย นับเงิน พร้อมชี้ไปทางบริเวณสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เพื่อให้สังเกตกล้องวงจรปิด แต่เมื่อกำลังจะยื่นเงินให้ ตำรวจทำท่าทางให้สกาย และเพื่อน ๆ ยืนบังทิศทางของกล้องวงจรปิด เพื่อไม่ให้เห็นพฤติการณ์รับเงินของตำรวจ

สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมา สอดคล้องกับที่ ชาลีน อัน ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยก่อนหน้านี้ คือ “ตำรวจเก็บเงินไป แล้วยื่นบุหรี่ไฟฟ้า (ของเขาและเพื่อน) ให้ผมแล้วถ่ายรูป ยื่นให้ชาลีน และคนอื่น ๆ แล้วถ่ายรูปด้วย” โดยสกายเสริมว่า ในขณะนั้น ชาลีน อัน มีท่าทางเหนื่อยและเครียดมาก

“ผมไม่มีทางเลือก ผมต้องให้เงิน ถ้าผมมีทางเลือกผมคงไม่ทำหรอก” สกาย ยอมรับว่า ถูกข่มขู่ให้จ่ายเงินสินบนแก่ตำรวจ
ทำไมถึงไปห้วยขวางต่อการแถลงข่าวของ สกาย สอดคล้องกับบทสัมภาษณ์ของชาลีน อัน กับบีบีซีไทย ที่เธอยืนกรานว่า ไม่ได้พกบุหรี่ไฟฟ้าออกไปด้วยในวันนั้น แต่เธอไม่เคยปฏิเสธว่า ไม่เคยครอบครองและสูบบุหรี่ไฟฟ้า

ชาลีน อัน ยังให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยถึงกรณีปรากฎภาพเธอและเพื่อน ๆ ไปเดินตลาดกลางคืนที่ห้วยขวาง ว่า เธอไปเดินตลาดกลางคืนแถวห้วยขวางต่อจริง เพราะวางแผนจะไปทานอาหารที่ร้านอาหารในแถบนั้นอยู่แล้ว และตลาดแห่งนั้นก็อยู่ใกล้กับร้านอาหาร

ข้อมูลจากสกายทำให้สถานการณ์ชัดเจนขึ้น โดยสกายเล่าว่า ชาลีน อัน “รู้สึกโกรธมาก” จึงอยากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อที่ห้วยขวาง ซึ่งเขาได้ตามไปสมทบภายหลังนั่งแท็กซี่ไปส่งเพื่อนที่โรงแรม

ในกลุ่มเพื่อนราว 10 คน รวมถึงชาลีน อัน และสกาย ด้วย มีคนไทยที่เขาเล่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง ซึ่งคนไทยแนะนำว่า ครั้งหน้าอย่าพกเงินสดเยอะ และให้พกพาหนังสือเดินทาง เพื่อไม่ให้ตำรวจรีดไถเงินได้เช่นนี้ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ต่อมา ชาลีน อัน ได้นำไปโพสต์ในอินสตาแกรม และกลายเป็นประเด็นใหญ่ในสังคมไทยในเวลาต่อมา
ที่มาของภาพ, .คำบรรยายภาพ, ชาลีน อัน ไปแถวห้วยขวางต่อหลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสกาย ยังเปรียบเทียบว่า สถานการณ์ที่พวกเขาเจอนั้น เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่เคยเจอมาก่อน ในสิงคโปร์เอง เขาก็ไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้ และยอมรับว่า การกระทำของตำรวจไทยกับพวกเขา “ไม่มีเหตุผล” และทำให้เขา “กลัว”

ภายหลังการแถลงข่าว นายชูวิทย์ ได้โค้งและกล่าวขอโทษ สกาย แทน “ตำรวจไทย” ส่วนกรณีบุหรี่ไฟฟ้านั้น นายชูวิทย์ ระบุว่า “ชาวต่างชาติเขาจะรู้ไหม ก็เปิดขายกันทั่วไปตลาดห้วยขวาง ทองหล่อก็มี ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลให้ขายได้ยังไง”
มาตรการของตำรวจจนถึงตอนนี้ ผบ.ตร. ได้เซ็นย้าย ผกก.สน.ห้วยขวาง เพื่อเปิดทางให้กรรมการสอบสวนดำเนินการได้เต็มที่ และเป็นการลงโทษทางปกครองในฐานะ “เป็นหัวหน้าสถานีไม่สามารถควบคุมกำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาในสังกัด”

และวานนี้ (31 ม.ค.) พล.ต.ต.อัฎธพร วงศ์ศิริปรีดา ผบก.น.1 ได้เซ็นคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ จำนวน 5 นาย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตั้งด่านที่ สกาย และ ชาลีน อัน เผชิญในเช้ามืดวันที่ 5 ม.ค. โดยมีรายชื่อดังนี้

ร.ต.อ. ยอดฤทธิ์ ลางดุลเสน รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ร.ต.อ. ปฏิภาณ ศิริชัยวัฒนา รกฎหมายองสารวัตรอำนวยการ สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ด.ต. อธิเวช จุลพันธ์ ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ด.ต. กฤษฎา คำมะนา ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ส.ต.อ. เฉลิมชัย ศิริวังโส ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ส.ต.อ. วัชรนนท์ ขาวยอง ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลหัวยขวาง
ส.ต.อ. นันทวัชร์ สุวรรณา ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, ชูวิทย์นำปี๊บมาเพื่อให้ตำรวจ “คลุมศีรษะ”อย่างไรก็ดี นายชูวิทย์ วิพากษ์วิจารณ์ตำรวจนครบาลอย่างรุนแรงว่า เป็นการลงโทษตำรวจชั้นผู้น้อยของนายตำรวจระดับสูง เพื่อปกป้องตำแหน่งของตนเอง

“ตำรวจไม่ได้ปกป้องประเทศชาติ ปกป้องตัวเอง ปกป้องตำแหน่ง ลงโทษแต่ตำรวจชั้นผู้น้อย”
ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ? การนำเข้ามา หรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร หรือเคลื่อนย้ายของออกโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับ 4 เท่าของราคา หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ริบของทันที ตามกฎหมายมาตรา 242 ใน พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560

หากพบบุคคลใดว่าครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า ตำรวจสามารถใช้มาตรา 246 ว่าด้วย ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้ ซึ่งของที่รู้ว่าเป็นความผิดตามมาตรา 242 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับ 4 เท่าของราคาของ หรือทั้งจำทั้งปรับ

ดังนั้น การนำเข้า การผลิต การจำหน่าย ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายชัดเจน แต่ส่วนของผู้ครอบครองและใช้บุหรี่ไฟฟ้า แม้จะไม่มีความผิดโดยตรง แต่ก็จะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 246 ตามดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย

คาสิโนออนไลน์ บาคาร่าออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หวยออนไลน์ เกมส์ออนไลน์ แทงบอลออนไลน์
ชายสิงคโปร์อ้างตำรวจไทยข่มขู่ให้จ่าย 2.7 หมื่น ฐานพกบุหรี่ไฟฟ้าแลกติดคุก

ชายสิงคโปร์อ้างตำรวจไทยข่มขู่ให้จ่าย 2.7 หมื่น ฐานพกบุหรี่ไฟฟ้าแลกติดคุกที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, “สกาย” ชายสิงคโปร์ ที่อยู่ในเหตุการณ์กับ ชาลีน อัน นักแสดงสาวไต้หวันเมื่อ 9 ชั่วโมงที่แล้ว“สกาย” ชายสิงคโปร์ เพื่อนดาราสาวไต้หวัน ที่เป็นคนเจรจากับตำรวจที่ด่านตรวจ เผย ถูกตำรวจไทย “ข่มขู่” และให้จ่ายเงิน เพื่อไม่ต้องไป “โรงพัก-เข้าคุก” เป็นเงิน 27,000 บาท หลังตำรวจพบว่าเขาพกบุหรี่ไฟฟ้า ยืนยัน ดาราสาวไต้หวันไม่ได้พกไปในคืนวันนั้น

วันนี้ (1 ก.พ. 2566) นาย “สกาย” เพื่อนของ อัน อวี๋ฉิง หรือ ชาลีน อัน ดาราสาวไต้หวันที่เปิดเผยว่า ถูกตำรวจไทยรีดไถเงินเธอกับเพื่อน ๆ รวม 27,000 บาท ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวจากมุมมองของเขา นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย เป็นผู้ “ควักเงินส่วนตัว” จองตั๋วเครื่องบินให้นายสกาย เดินทางมาไทยจากสิงคโปร์ เพื่อแถลงข่าวชี้แจงสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด

สกาย เล่าว่า ไปเที่ยวไนต์คลับกับชาลีน อัน ก่อนจะเรียกรถแกร็บเพื่อเดินทางไปต่อย่านห้วยขวาง แต่กลับเจอด่านตำรวจระหว่างทาง และตำรวจเรียกให้เขาและเพื่อน ๆ ลงจากรถ

“ตำรวจบอกว่าอยากตรวจค้น เอาไฟฉายส่อง… เขาจับกระเป๋าตามตัวผม ผมก็เอาสิ่งของให้ดูทั้งหมด เขาบอกให้ผมถอดรองเท้า แล้วขอดูหนังสือเดินทาง ซึ่งผมไม่ได้เอาไป” สกาย แถลงข่าวเป็นภาษาไทย ที่เขาระบุว่า พูดได้ในระดับที่สื่อสารได้ เพราะเดินทางมาไทยบ่อยครั้ง

นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ยอมรับว่า เขาพกบุหรี่ไฟฟ้าไปด้วย เช่นเดียวกับเพื่อนอีกสองคน แต่ ชาลีน อัน ไม่ได้พกบุหรี่ไฟฟ้าไปด้วยในคืนนั้น แม้ว่าเธอจะสูบบุหรี่ไฟฟ้าบ้าง สรุปแล้ว กลุ่มเพื่อนของเขา รวมชาลีน อัน มีอยู่ด้วยกัน 4 คน พกพาบุหรี่ไฟฟ้า 3 แท่ง และไม่ได้พกพาหนังสือเดินทาง
“ฉันไม่ใช่วีรสตรี ไม่ได้อยากสู้กับตำรวจไทย”เที่ยวแบบ VVIP : ปมจ้างตำรวจไทยนำขบวน นทท. จีน สะท้อนภาพปราบโกงล้มเหลวหรือไม่ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าตำรวจไทยเจอต้องทำอย่างไรสกาย เล่าต่อว่า ตำรวจได้นำบุหรี่ไฟฟ้าไป แต่เมื่อชาลีน อัน พยายามถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์มือถือ ตำรวจมีท่าทีเปลี่ยนไป และมีท่าทีเชิงข่มขู่ว่า “คุณมีบุหรี่ไฟฟ้า พวกคุณต้องไปสถานีตำรวจ และอาจต้องติดคุกอย่างน้อย 2 วัน”

ในเวลานั้น มีตำรวจ 3 คนที่ สกาย ต้องเจรจาด้วย เพราะเป็นบุคคลในเดียวในกลุ่มที่พอจะพูดภาษาไทยได้ โดยตำรวจนายหนึ่ง ไม่ได้สวมเครื่องแบบ

สกาย จึงสอบถามตำรวจว่า “จะให้พวกเราทำอย่างไร” เพราะเขาไม่ได้พกหนังสือเดินทางมา แต่ด้วยความที่เป็นคนสิงคโปร์ ไม่ต้องใช้วีซ่าก็สามารถพำนักในไทยได้ไม่เกิน 30 วัน แต่ตำรวจไม่ยอม ระบุว่าต้องมีหนังสือเดินทางตัวจริง จากนั้น ตำรวจจึงระบุว่า “ขอคุยกับตำรวจยศใหญ่ก่อน”
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, นายชูวิทย์ เป็นผู้เชิญให้สกายมาแถลงข่าวในครั้งนี้“เขาก็กลับมาบอกว่า บุหรี่ไฟฟ้ามี 3 แท่ง ต้องจ่ายแท่งละ 8 พันบาท และเมื่อรวมกับการไม่มีหนังสือเดินทาง รวมเป็น 27,000 บาท” สกาย ย้อนบทสนทนาของเขากับตำรวจเมื่อวันที่ 5 ม.ค. 2566 “ผมก็บอกโอเค”

ภายหลังการแถลงข่าวร่วมกับ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์, นายกายจะเข้าให้ปากคำกับตำรวจ ถึงสิ่งที่เขาและเพื่อน ๆ เจอ เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาพิจารณาประกอบการดำเนินคดี

อย่างไรก็ตาม ในส่วนการดำเนินคดีกับนักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ในฐานะผู้ให้สินบนนั้น ยังไม่สามารถดำเนินการได้ในขณะนี้ เนื่องจากการจะดำเนินคดีในข้อหานี้ได้ นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ ต้องอยู่ในฐานะผู้เสนอให้สินบนเจ้าพนักงาน ไม่ได้ถูกข่มขู่บังคับ ดังนั้น การสอบปากคำนักท่องเที่ยวสิงคโปร์จึงสำคัญมาก และเป็นการสอบปากคำในฐานะพยาน โดยทีมสอบสวนได้เตรียมรูปถ่าย ตำรวจชุดตั้งด่านในวันเกิดเหตุทั้ง 14 นาย ให้ผู้เสียหายชี้ใน 3 ประเด็นหลัก ๆ คือ จ่ายเงินให้กับใคร, ใน 14 คนนี้มีใครบังคับขู่เข็นเรียกเงิน, และมีใครมีส่วนรู้เห็นจาการรีดรับเงินในครั้งนี้บ้าง
สิ่งที่เกิดขึ้นกับ สกาย, ชาลีน อัน, และเพื่อนอีก 2 คนสกาย เล่าว่า เขาเดินทางมาไทยบ่อยครั้ง ครั้งล่าสุด เดินทางมาอยู่ไทยตั้งแต่ 25 ธ.ค. 2565 เพื่อท่องเที่ยวไปจนถึงช่วงปีใหม่ ด้วยสถานะพลเมืองสิงคโปร์ เขาจึงไม่ต้องทำวีซ่า เพื่อพำนักไม่เกิน 30 วัน

ดังนั้น เขาจึงไม่เข้าใจว่า ทำไมตำรวจไทยที่พวกเขาเจอที่ด่านในคืนวันที่ 5 ม.ค. 2566 จึงคะยั้นคะยอจะดูหนังสือเดินทาง และตรวจว่าเขามีวีซ่าหรือไม่

ส่วนการครอบครองบุหรี่ไฟฟ้านั้น เขายอมรับว่า ไม่ทราบเลยว่าการซื้อและครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าในไทยเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เพราะไม่เคยมีประกาศแจ้งนักท่องเที่ยว
ที่มาของภาพ, BBC Thaiคำบรรยายภาพ, ชาลีน อัน หรือ อัน อวี๋ฉิง นักแสดงสาวไต้หวัน“ถ้าบอกบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ทำไมที่ตลาดขายได้ เพราะผมซื้อที่ห้วยขวาง และเห็นขายทั่วไป ทุกคนก็ใช้อยู่ ไม่เห็นมีปัญหา” สกาย กล่าว

“กัญชายังเปิดร้านขายได้เลย ทำไมบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย” เขาบอกว่า เมื่อพูดถึงตรงนี้ ตำรวจที่เขาพูดคุยอยู่มีท่าที “โมโห” ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สกายจึงพยายามเจรจาอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยว่า “ขอโอกาสพวกเขาได้ไหม” แต่ตำรวจตอบกลับว่า “ไม่ได้ ต้องไปโรงพัก” พร้อมขู่ว่า ถ้าไปโรงพักจะต้องถูกจับขังคุกอย่างน้อย 2 วัน

สถานการณ์จึงเป็นในลักษณะที่นายชูวิทย์สรุปว่า ตำรวจข่มขู่นักท่องเที่ยวชาวไต้หวันและสิงคโปร์ว่า จะถูกจับขังหากไปที่สถานีตำรวจ และเมื่อ สกาย ถามว่า “แล้วจะต้องทำยังไง” ตำรวจจึงเรียกรับเงินสำหรับนักท่องเที่ยว 4 คน บุหรี่ไฟฟ้า 3 แท่ง และไม่มีหนังสือเดินทาง เป็นเงิน 27,000 บาท
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, ชูวิทย์ ก้มโค้ง “ขอโทษแทนตำรวจไทย”แต่พฤติการณ์ที่น่าสงสัยของตำรวจ คือ ให้ สกาย นับเงิน พร้อมชี้ไปทางบริเวณสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เพื่อให้สังเกตกล้องวงจรปิด แต่เมื่อกำลังจะยื่นเงินให้ ตำรวจทำท่าทางให้สกาย และเพื่อน ๆ ยืนบังทิศทางของกล้องวงจรปิด เพื่อไม่ให้เห็นพฤติการณ์รับเงินของตำรวจ

สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมา สอดคล้องกับที่ ชาลีน อัน ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยก่อนหน้านี้ คือ “ตำรวจเก็บเงินไป แล้วยื่นบุหรี่ไฟฟ้า (ของเขาและเพื่อน) ให้ผมแล้วถ่ายรูป ยื่นให้ชาลีน และคนอื่น ๆ แล้วถ่ายรูปด้วย” โดยสกายเสริมว่า ในขณะนั้น ชาลีน อัน มีท่าทางเหนื่อยและเครียดมาก

“ผมไม่มีทางเลือก ผมต้องให้เงิน ถ้าผมมีทางเลือกผมคงไม่ทำหรอก” สกาย ยอมรับว่า ถูกข่มขู่ให้จ่ายเงินสินบนแก่ตำรวจ
ทำไมถึงไปห้วยขวางต่อการแถลงข่าวของ สกาย สอดคล้องกับบทสัมภาษณ์ของชาลีน อัน กับบีบีซีไทย ที่เธอยืนกรานว่า ไม่ได้พกบุหรี่ไฟฟ้าออกไปด้วยในวันนั้น แต่เธอไม่เคยปฏิเสธว่า ไม่เคยครอบครองและสูบบุหรี่ไฟฟ้า

ชาลีน อัน ยังให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยถึงกรณีปรากฎภาพเธอและเพื่อน ๆ ไปเดินตลาดกลางคืนที่ห้วยขวาง ว่า เธอไปเดินตลาดกลางคืนแถวห้วยขวางต่อจริง เพราะวางแผนจะไปทานอาหารที่ร้านอาหารในแถบนั้นอยู่แล้ว และตลาดแห่งนั้นก็อยู่ใกล้กับร้านอาหาร

ข้อมูลจากสกายทำให้สถานการณ์ชัดเจนขึ้น โดยสกายเล่าว่า ชาลีน อัน “รู้สึกโกรธมาก” จึงอยากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อที่ห้วยขวาง ซึ่งเขาได้ตามไปสมทบภายหลังนั่งแท็กซี่ไปส่งเพื่อนที่โรงแรม

ในกลุ่มเพื่อนราว 10 คน รวมถึงชาลีน อัน และสกาย ด้วย มีคนไทยที่เขาเล่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง ซึ่งคนไทยแนะนำว่า ครั้งหน้าอย่าพกเงินสดเยอะ และให้พกพาหนังสือเดินทาง เพื่อไม่ให้ตำรวจรีดไถเงินได้เช่นนี้ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ต่อมา ชาลีน อัน ได้นำไปโพสต์ในอินสตาแกรม และกลายเป็นประเด็นใหญ่ในสังคมไทยในเวลาต่อมา
ที่มาของภาพ, .คำบรรยายภาพ, ชาลีน อัน ไปแถวห้วยขวางต่อหลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสกาย ยังเปรียบเทียบว่า สถานการณ์ที่พวกเขาเจอนั้น เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่เคยเจอมาก่อน ในสิงคโปร์เอง เขาก็ไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้ และยอมรับว่า การกระทำของตำรวจไทยกับพวกเขา “ไม่มีเหตุผล” และทำให้เขา “กลัว”

ภายหลังการแถลงข่าว นายชูวิทย์ ได้โค้งและกล่าวขอโทษ สกาย แทน “ตำรวจไทย” ส่วนกรณีบุหรี่ไฟฟ้านั้น นายชูวิทย์ ระบุว่า “ชาวต่างชาติเขาจะรู้ไหม ก็เปิดขายกันทั่วไปตลาดห้วยขวาง ทองหล่อก็มี ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลให้ขายได้ยังไง”
มาตรการของตำรวจจนถึงตอนนี้ ผบ.ตร. ได้เซ็นย้าย ผกก.สน.ห้วยขวาง เพื่อเปิดทางให้กรรมการสอบสวนดำเนินการได้เต็มที่ และเป็นการลงโทษทางปกครองในฐานะ “เป็นหัวหน้าสถานีไม่สามารถควบคุมกำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาในสังกัด”

และวานนี้ (31 ม.ค.) พล.ต.ต.อัฎธพร วงศ์ศิริปรีดา ผบก.น.1 ได้เซ็นคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ จำนวน 5 นาย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตั้งด่านที่ สกาย และ ชาลีน อัน เผชิญในเช้ามืดวันที่ 5 ม.ค. โดยมีรายชื่อดังนี้

ร.ต.อ. ยอดฤทธิ์ ลางดุลเสน รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ร.ต.อ. ปฏิภาณ ศิริชัยวัฒนา รองสารวัตรอำนวยการ สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ด.ต. อธิเวช จุลพันธ์ ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ด.ต. กฤษฎา คำมะนา ผู้บัประเทศไทยงคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ส.ต.อ. เฉลิมชัย ศิริวังโส ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ส.ต.อ. วัชรนนท์ ขาวยอง ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลหัวยขวาง
ส.ต.อ. นันทวัชร์ สุวรรณา ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, ชูวิทย์นำปี๊บมาเพื่อให้ตำรวจ “คลุมศีรษะ”อย่างไรก็ดี นายชูวิทย์ วิพากษ์วิจารณ์ตำรวจนครบาลอย่างรุนแรงว่า เป็นการลงโทษตำรวจชั้นผู้น้อยของนายตำรวจระดับสูง เพื่อปกป้องตำแหน่งของตนเอง

“ตำรวจไม่ได้ปกป้องประเทศชาติ ปกป้องตัวเอง ปกป้องตำแหน่ง ลงโทษแต่ตำรวจชั้นผู้น้อย”
ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ? การนำเข้ามา หรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร หรือเคลื่อนย้ายของออกโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับ 4 เท่าของราคา หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ริบของทันที ตามกฎหมายมาตรา 242 ใน พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560

หากพบบุคคลใดว่าครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า ตำรวจสามารถใช้มาตรา 246 ว่าด้วย ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้ ซึ่งของที่รู้ว่าเป็นความผิดตามมาตรา 242 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับ 4 เท่าของราคาของ หรือทั้งจำทั้งปรับ

ดังนั้น การนำเข้า การผลิต การจำหน่าย ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายชัดเจน แต่ส่วนของผู้ครอบครองและใช้บุหรี่ไฟฟ้า แม้จะไม่มีความผิดโดยตรง แต่ก็จะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 246 ตามดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย

คาสิโนออนไลน์ บาคาร่าออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หวยออนไลน์ เกมส์ออนไลน์ แทงบอลออนไลน์
ชายสิงคโปร์อ้างตำรวจไทยข่มขู่ให้จ่าย 2.7 หมื่น ฐานพกบุหรี่ไฟฟ้าแลกติดคุก

ชายสิงคโปร์อ้างตำรวจไทยข่มขู่ให้จ่าย 2.7 หมื่น ฐานพกบุหรี่ไฟฟ้าแลกติดคุกที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, “สกาย” ชายสิงคโปร์ ที่อยู่ในเหตุการณ์กับ ชาลีน อัน นักแสดงสาวไต้หวันเมื่อ 9 ชั่วโมงที่แล้ว“สกาย” ชายสิงคโปร์ เพื่อนดาราสาวไต้หวัน ที่เป็นคนเจรจากับตำรวจที่ด่านตรวจ เผย ถูกตำรวจไทย “ข่มขู่” และให้จ่ายเงิน เพื่อไม่ต้องไป “โรงพัก-เข้าคุก” เป็นเงิน 27,000 บาท หลังตำรวจพบว่าเขาพกบุหรี่ไฟฟ้า ยืนยัน ดาราสาวไต้หวันไม่ได้พกไปในคืนวันนั้น

วันนี้ (1 ก.พ. 2566) นาย “สกาย” เพื่อนของ อัน อวี๋ฉิง หรือ ชาลีน อัน ดาราสาวไต้หวันที่เปิดเผยว่า ถูกตำรวจไทยรีดไถเงินเธอกับเพื่อน ๆ รวม 27,000 บาท ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวจากมุมมองของเขา นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย เป็นผู้ “ควักเงินส่วนตัว” จองตั๋วเครื่องบินให้นายสกาย เดินทางมาไทยจากสิงคโปร์ เพื่อแถลงข่าวชี้แจงสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด

สกาย เล่าว่า ไปเที่ยวไนต์คลับกับชาลีน อัน ก่อนจะเรียกรถแกร็บเพื่อเดินทางไปต่อย่านห้วยขวาง แต่กลับเจอด่านตำรวจระหว่างทาง และตำรวจเรียกให้เขาและเพื่อน ๆ ลงจากรถ

“ตำรวจบอกว่าอยากตรวจค้น เอาไฟฉายส่อง… เขาจับกระเป๋าตามตัวผม ผมก็เอาสิ่งของให้ดูทั้งหมด เขาบอกให้ผมถอดรองเท้า แล้วขอดูหนังสือเดินทาง ซึ่งผมไม่ได้เอาไป” สกาย แถลงข่าวเป็นภาษาไทย ที่เขาระบุว่า พูดได้ในระดับที่สื่อสารได้ เพราะเดินทางมาไทยบ่อยครั้ง

นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ยอมรับว่า เขาพกบุหรี่ไฟฟ้าไปด้วย เช่นเดียวกับเพื่อนอีกสองคน แต่ ชาลีน อัน ไม่ได้พกบุหรี่ไฟฟ้าไปด้วยในคืนนั้น แม้ว่าเธอจะสูบบุหรี่ไฟฟ้าบ้าง สรุปแล้ว กลุ่มเพื่อนของเขา รวมชาลีน อัน มีอยู่ด้วยกัน 4 คน พกพาบุหรี่ไฟฟ้า 3 แท่ง และไม่ได้พกพาหนังสือเดินทาง
“ฉันไม่ใช่วีรสตรี ไม่ได้อยากสู้กับตำรวจไทย”เที่ยวแบบ VVIP : ปมจ้างตำรวจไทยนำขบวน นทท. จีน สะท้อนภาพปราบโกงล้มเหลวหรือไม่ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าตำรวจไทยเจอต้องทำอย่างไรสกาย เล่าต่อว่า ตำรวจได้นำบุหรี่ไฟฟ้าไป แต่เมื่อชาลีน อัน พยายามถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์มือถือ ตำรวจมีท่าทีเปลี่ยนไป และมีท่าทีเชิงข่มขู่ว่า “คุณมีบุหรี่ไฟฟ้า พวกคุณต้องไปสถานีตำรวจ และอาจต้องติดคุกอย่างน้อย 2 วัน”

ในเวลานั้น มีตำรวจ 3 คนที่ สกาย ต้องเจรจาด้วย เพราะเป็นบุคคลในเดียวในกลุ่มที่พอจะพูดภาษาไทยได้ โดยตำรวจนายหนึ่ง ไม่ได้สวมเครื่องแบบ

สกาย จึงสอบถามตำรวจว่า “จะให้พวกเราทำอย่างไร” เพราะเขาไม่ได้พกหนังสือเดินทางมา แต่ด้วยความที่เป็นคนสิงคโปร์ ไม่ต้องใช้วีซ่าก็สามารถพำนักในไทยได้ไม่เกิน 30 วัน แต่ตำรวจไม่ยอม ระบุว่าต้องมีหนังสือเดินทางตัวจริง จากนั้น ตำรวจจึงระบุว่า “ขอคุยกับตำรวจยศใหญ่ก่อน”
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, นายชูวิทย์ เป็นผู้เชิญให้สกายมาแถลงข่าวในครั้งนี้“เขาก็กลับมาบอกว่า บุหรี่ไฟฟ้ามี 3 แท่ง ต้องจ่ายแท่งละ 8 พันบาท และเมื่อรวมกับการไม่มีหนังสือเดินทาง รวมเป็น 27,000 บาท” สกาย ย้อนบทสนทนาของเขากับตำรวจเมื่อวันที่ 5 ม.ค. 2566 “ผมก็บอกโอเค”

ภายหลังการแถลงข่าวร่วมกับ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์, นายกายจะเข้าให้ปากคำกับตำรวจ ถึงสิ่งที่เขาและเพื่อน ๆ เจอ เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาพิจารณาประกอบการดำเนินคดี

อย่างไรก็ตาม ในส่วนการดำเนินคดีกับนักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ในฐานะผู้ให้สินบนนั้น ยังไม่สามารถดำเนินการได้ในขณะนี้ เนื่องจากการจะดำเนินคดีในข้อหานี้ได้ นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ ต้องอยู่ในฐานะผู้เสนอให้สินบนเจ้าพนักงาน ไม่ได้ถูกข่มขู่บังคับ ดังนั้น การสอบปากคำนักท่องเที่ยวสิงคโปร์จึงสำคัญมาก และเป็นการสอบปากคำในฐานะพยาน โดยทีมสอบสวนได้เตรียมรูปถ่าย ตำรวจชุดตั้งด่านในวันเกิดเหตุทั้ง 14 นาย ให้ผู้เสียหายชี้ใน 3 ประเด็นหลัก ๆ คือ จ่ายเงินให้กับใคร, ใน 14 คนนี้มีใครบังคับขู่เข็นเรียกเงิน, และมีใครมีส่วนรู้เห็นจาการรีดรับเงินในครั้งนี้บ้าง
สิ่งที่เกิดขึ้นกับ สกาย, ชาลีน อัน, และเพื่อนอีก 2 คนสกาย เล่าว่า เขาเดินทางมาไทยบ่อยครั้ง ครั้งล่าสุด เดินทางมาอยู่ไทยตั้งแต่ 25 ธ.ค. 2565 เพื่อท่องเที่ยวไปจนถึงช่วงปีใหม่ ด้วยสถานะพลเมืองสิงคโปร์ เขาจึงไม่ต้องทำวีซ่า เพื่อพำนักไม่เกิน 30 วัน

ดังนั้น เขาจึงไม่เข้าใจว่า ทำไมตำรวจไทยที่พวกเขาเจอที่ด่านในคืนวันที่ 5 ม.ค. 2566 จึงคะยั้นคะยอจะดูหนังสือเดินทาง และตรวจว่าเขามีวีซ่าหรือไม่

ส่วนการครอบครองบุหรี่ไฟฟ้านั้น เขายอมรับว่า ไม่ทราบเลยว่าการซื้อและครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าในไทยเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เพราะไม่เคยมีประกาศแจ้งนักท่องเที่ยว
ที่มาของภาพ, BBC Thaiคำบรรยายภาพ, ชาลีน อัน หรือ อัน อวี๋ฉิง นักแสดงสาวไต้หวัน“ถ้าบอกบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ทำไมที่ตลาดขายได้ เพราะผมซื้อที่ห้วยขวาง และเห็นขายทั่วไป ทุกคนก็ใช้อยู่ ไม่เห็นมีปัญหา” สกาย กล่าว

“กัญชายังเปิดร้านขายได้เลย ทำไมบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย” เขาบอกว่า เมื่อพูดถึงตรงนี้ ตำรวจที่เขาพูดคุยอยู่มีท่าที “โมโห” ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สกายจึงพยายามเจรจาอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยว่า “ขอโอกาสพวกเขาได้ไหม” แต่ตำรวจตอบกลับว่า “ไม่ได้ ต้องไปโรงพัก” พร้อมขู่ว่า ถ้าไปโรงพักจะต้องถูกจับขังคุกอย่างน้อย 2 วัน

สถานการณ์จึงเปท่องเที่ยว็นในลักษณะที่นายชูวิทย์สรุปว่า ตำรวจข่มขู่นักท่องเที่ยวชาวไต้หวันและสิงคโปร์ว่า จะถูกจับขังหากไปที่สถานีตำรวจ และเมื่อ สกาย ถามว่า “แล้วจะต้องทำยังไง” ตำรวจจึงเรียกรับเงินสำหรับนักท่องเที่ยว 4 คน บุหรี่ไฟฟ้า 3 แท่ง และไม่มีหนังสือเดินทาง เป็นเงิน 27,000 บาท
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, ชูวิทย์ ก้มโค้ง “ขอโทษแทนตำรวจไทย”แต่พฤติการณ์ที่น่าสงสัยของตำรวจ คือ ให้ สกาย นับเงิน พร้อมชี้ไปทางบริเวณสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เพื่อให้สังเกตกล้องวงจรปิด แต่เมื่อกำลังจะยื่นเงินให้ ตำรวจทำท่าทางให้สกาย และเพื่อน ๆ ยืนบังทิศทางของกล้องวงจรปิด เพื่อไม่ให้เห็นพฤติการณ์รับเงินของตำรวจ

สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมา สอดคล้องกับที่ ชาลีน อัน ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยก่อนหน้านี้ คือ “ตำรวจเก็บเงินไป แล้วยื่นบุหรี่ไฟฟ้า (ของเขาและเพื่อน) ให้ผมแล้วถ่ายรูป ยื่นให้ชาลีน และคนอื่น ๆ แล้วถ่ายรูปด้วย” โดยสกายเสริมว่า ในขณะนั้น ชาลีน อัน มีท่าทางเหนื่อยและเครียดมาก

“ผมไม่มีทางเลือก ผมต้องให้เงิน ถ้าผมมีทางเลือกผมคงไม่ทำหรอก” สกาย ยอมรับว่า ถูกข่มขู่ให้จ่ายเงินสินบนแก่ตำรวจ
ทำไมถึงไปห้วยขวางต่อการแถลงข่าวของ สกาย สอดคล้องกับบทสัมภาษณ์ของชาลีน อัน กับบีบีซีไทย ที่เธอยืนกรานว่า ไม่ได้พกบุหรี่ไฟฟ้าออกไปด้วยในวันนั้น แต่เธอไม่เคยปฏิเสธว่า ไม่เคยครอบครองและสูบบุหรี่ไฟฟ้า

ชาลีน อัน ยังให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยถึงกรณีปรากฎภาพเธอและเพื่อน ๆ ไปเดินตลาดกลางคืนที่ห้วยขวาง ว่า เธอไปเดินตลาดกลางคืนแถวห้วยขวางต่อจริง เพราะวางแผนจะไปทานอาหารที่ร้านอาหารในแถบนั้นอยู่แล้ว และตลาดแห่งนั้นก็อยู่ใกล้กับร้านอาหาร

ข้อมูลจากสกายทำให้สถานการณ์ชัดเจนขึ้น โดยสกายเล่าว่า ชาลีน อัน “รู้สึกโกรธมาก” จึงอยากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อที่ห้วยขวาง ซึ่งเขาได้ตามไปสมทบภายหลังนั่งแท็กซี่ไปส่งเพื่อนที่โรงแรม

ในกลุ่มเพื่อนราว 10 คน รวมถึงชาลีน อัน และสกาย ด้วย มีคนไทยที่เขาเล่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง ซึ่งคนไทยแนะนำว่า ครั้งหน้าอย่าพกเงินสดเยอะ และให้พกพาหนังสือเดินทาง เพื่อไม่ให้ตำรวจรีดไถเงินได้เช่นนี้ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ต่อมา ชาลีน อัน ได้นำไปโพสต์ในอินสตาแกรม และกลายเป็นประเด็นใหญ่ในสังคมไทยในเวลาต่อมา
ที่มาของภาพ, .คำบรรยายภาพ, ชาลีน อัน ไปแถวห้วยขวางต่อหลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสกาย ยังเปรียบเทียบว่า สถานการณ์ที่พวกเขาเจอนั้น เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่เคยเจอมาก่อน ในสิงคโปร์เอง เขาก็ไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้ และยอมรับว่า การกระทำของตำรวจไทยกับพวกเขา “ไม่มีเหตุผล” และทำให้เขา “กลัว”

ภายหลังการแถลงข่าว นายชูวิทย์ ได้โค้งและกล่าวขอโทษ สกาย แทน “ตำรวจไทย” ส่วนกรณีบุหรี่ไฟฟ้านั้น นายชูวิทย์ ระบุว่า “ชาวต่างชาติเขาจะรู้ไหม ก็เปิดขายกันทั่วไปตลาดห้วยขวาง ทองหล่อก็มี ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลให้ขายได้ยังไง”
มาตรการของตำรวจจนถึงตอนนี้ ผบ.ตร. ได้เซ็นย้าย ผกก.สน.ห้วยขวาง เพื่อเปิดทางให้กรรมการสอบสวนดำเนินการได้เต็มที่ และเป็นการลงโทษทางปกครองในฐานะ “เป็นหัวหน้าสถานีไม่สามารถควบคุมกำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาในสังกัด”

และวานนี้ (31 ม.ค.) พล.ต.ต.อัฎธพร วงศ์ศิริปรีดา ผบก.น.1 ได้เซ็นคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ จำนวน 5 นาย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตั้งด่านที่ สกาย และ ชาลีน อัน เผชิญในเช้ามืดวันที่ 5 ม.ค. โดยมีรายชื่อดังนี้

ร.ต.อ. ยอดฤทธิ์ ลางดุลเสน รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ร.ต.อ. ปฏิภาณ ศิริชัยวัฒนา รองสารวัตรอำนวยการ สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ด.ต. อธิเวช จุลพันธ์ ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ด.ต. กฤษฎา คำมะนา ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ส.ต.อ. เฉลิมชัย ศิริวังโส ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ส.ต.อ. วัชรนนท์ ขาวยอง ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลหัวยขวาง
ส.ต.อ. นันทวัชร์ สุวรรณา ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, ชูวิทย์นำปี๊บมาเพื่อให้ตำรวจ “คลุมศีรษะ”อย่างไรก็ดี นายชูวิทย์ วิพากษ์วิจารณ์ตำรวจนครบาลอย่างรุนแรงว่า เป็นการลงโทษตำรวจชั้นผู้น้อยของนายตำรวจระดับสูง เพื่อปกป้องตำแหน่งของตนเอง

“ตำรวจไม่ได้ปกป้องประเทศชาติ ปกป้องตัวเอง ปกป้องตำแหน่ง ลงโทษแต่ตำรวจชั้นผู้น้อย”
ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ? การนำเข้ามา หรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร หรือเคลื่อนย้ายของออกโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับ 4 เท่าของราคา หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ริบของทันที ตามกฎหมายมาตรา 242 ใน พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560

หากพบบุคคลใดว่าครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า ตำรวจสามารถใช้มาตรา 246 ว่าด้วย ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้ ซึ่งของที่รู้ว่าเป็นความผิดตามมาตรา 242 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับ 4 เท่าของราคาของ หรือทั้งจำทั้งปรับ

ดังนั้น การนำเข้า การผลิต การจำหน่าย ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายชัดเจน แต่ส่วนของผู้ครอบครองและใช้บุหรี่ไฟฟ้า แม้จะไม่มีความผิดโดยตรง แต่ก็จะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 246 ตามดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย

คาสิโนออนไลน์ บาคาร่าออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หวยออนไลน์ เกมส์ออนไลน์ แทงบอลออนไลน์
ชายสิงคโปร์อ้างตำรวจไทยข่มขู่ให้จ่าย 2.7 หมื่น ฐานพกบุหรี่ไฟฟ้าแลกติดคุก

ชายสิงคโปร์อ้างตำรวจไทยข่มขู่ให้จ่าย 2.7 หมื่น ฐานพกบุหรี่ไฟฟ้าแลกติดคุกที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, “สกาย” ชายสิงคโปร์ ที่อยู่ในเหตุการณ์กับ ชาลีน อัน นักแสดงสาวไต้หวันเมื่อ 9 ชั่วโมงที่แล้ว“สกาย” ชายสิงคโปร์ เพื่อนดาราสาวไต้หวัน ที่เป็นคนเจรจากับตำรวจที่ด่านตรวจ เผย ถูกตำรวจไทย “ข่มขู่” และให้จ่ายเงิน เพื่อไม่ต้องไป “โรงพัก-เข้าคุก” เป็นเงิน 27,000 บาท หลังตำรวจพบว่าเขาพกบุหรี่ไฟฟ้า ยืนยัน ดาราสาวไต้หวันไม่ได้พกไปในคืนวันนั้น

วันนี้ (1 ก.พ. 2566) นาย “สกาย” เพื่อนของ อัน อวี๋ฉิง หรือ ชาลีน อัน ดาราสาวไต้หวันที่เปิดเผยว่า ถูกตำรวจไทยรีดไถเงินเธอกับเพื่อน ๆ รวม 27,000 บาท ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวจากมุมมองของเขา นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย เป็นผู้ “ควักเงินส่วนตัว” จองตั๋วเครื่องบินให้นายสกาย เดินทางมาไทยจากสิงคโปร์ เพื่อแถลงข่าวชี้แจงสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด

สกาย เล่าว่า ไปเที่ยวไนต์คลับกับชาลีน อัน ก่อนจะเรียกรถแกร็บเพื่อเดินทางไปต่อย่านห้วยขวาง แต่กลับเจอด่านตำรวจระหว่างทาง และตำรวจเรียกให้เขาและเพื่อน ๆ ลงจากรถ

“ตำรวจบอกว่าอยากตรวจค้น เอาไฟฉายส่อง… เขาจับกระเป๋าตามตัวผม ผมก็เอาสิ่งของให้ดูทั้งหมด เขาบอกให้ผมถอดรองเท้า แล้วขอดูหนังสือเดินทาง ซึ่งผมไม่ได้เอาไป” สกาย แถลงข่าวเป็นภาษาไทย ที่เขาระบุว่า พูดได้ในระดับที่สื่อสารได้ เพราะเดินทางมาไทยบ่อยครั้ง

นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ยอมรับว่า เขาพกบุหรี่ไฟฟ้าไปด้วย เช่นเดียวกับเพื่อนอีกสองคน แต่ ชาลีน อัน ไม่ได้พกบุหรี่ไฟฟ้าไปด้วยในคืนนั้น แม้ว่าเธอจะสูบบุหรี่ไฟฟ้าบ้าง สรุปแล้ว กลุ่มเพื่อนของเขา รวมชาลีน อัน มีอยู่ด้วยกัน 4 คน พกพาบุหรี่ไฟฟ้า 3 แท่ง และไม่ได้พกพาหนังสือเดินทาง
“ฉันไม่ใช่วีรสตรี ไม่ได้อยากสู้กับตำรวจไทย”เที่ยวแบบ VVIP : ปมจ้างตำรวจไทยนำขบวน นทท. จีน สะท้อนภาพปราบโกงล้มเหลวหรือไม่ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าตำรวจไทยเจอต้องทำอย่างไรสกาย เล่าต่อว่า ตำรวจได้นำบุหรี่ไฟฟ้าไป แต่เมื่อชาลีน อัน พยายามถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์มือถือ ตำรวจมีท่าทีเปลี่ยนไป และมีท่าทีเชิงข่มขู่ว่า “คุณมีบุหรี่ไฟฟ้า พวกคุณต้องไปสถานีตำรวจ และอาจต้องติดคุกอย่างน้อย 2 วัน”

ในเวลานั้น มีตำรวจ 3 คนที่ สกาย ต้องเจรจาด้วย เพราะเป็นบุคคลในเดียวในกลุ่มที่พอจะพูดภาษาไทยได้ โดยตำรวจนายหนึ่ง ไม่ได้สวมเครื่องแบบ

สกาย จึงสอบถามตำรวจว่า “จะให้พวกเราทำอย่างไร” เพราะเขาไม่ได้พกหนังสือเดินทางมา แต่ด้วยความที่เป็นคนสิงคโปร์ ไม่ต้องใช้วีซ่าก็สามารถพำนักในไทยได้ไม่เกิน 30 วัน แต่ตำรวจไม่ยอม ระบุว่าต้องมีหนังสือเดินทางตัวจริง จากนั้น ตำรวจจึงระบุว่า “ขอคุยกับตำรวจยศใหญ่ก่อน”
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, นายชูวิทย์ เป็นผู้เชิญให้สกายมาแถลงข่าวในครั้งนี้“เขาก็กลับมาบอกว่า บุหรี่ไฟฟ้ามี 3 แท่ง ต้องจ่ายแท่งละ 8 พันบาท และเมื่อรวมกับการไม่มีหนังสือเดินทาง รวมเป็น 27,000 บาท” สกาย ย้อนบทสนทนาของเขากับตำรวจเมื่อวันที่ 5 ม.ค. 2566 “ผมก็บอกโอเค”

ภายหลังการแถลงข่าวร่วมกับ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์, นายกายจะเข้าให้ปากคำกับตำรวจ ถึงสิ่งที่เขาและเพื่อน ๆ เจอ เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาพิจารณาประกอบการดำเนินคดี

อย่างไรก็ตาม ในส่วนการดำเนินคดีกับนักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ในฐานะผู้ให้สินบนนั้น ยังไม่สามารถดำเนินการได้ในขณะนี้ เนื่องจากการจะดำเนินคดีในข้อหานี้ได้ นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ ต้องอยู่ในฐานะผู้เสนอให้สินบนเจ้าพนักงาน ไม่ได้ถูกข่มขู่บังคับ ดังนั้น การสอบปากคำนักท่องเที่ยวสิงคโปร์จึงสำคัญมาก และเป็นการสอบปากคำในฐานะพยาน โดยทีมสอบสวนได้เตรียมรูปถ่าย ตำรวจชุดตั้งด่านในวันเกิดเหตุทั้ง 14 นาย ให้ผู้เสียหายชี้ใน 3 ประเด็นหลัก ๆ คือ จ่ายเงินให้กับใคร, ใน 14 คนนี้มีใครบังคับขู่เข็นเรียกเงิน, และมีใครมีส่วนรู้เห็นจาการรีดรับเงินในครั้งนี้บ้าง
สิ่งที่เกิดขึ้นกับ สกาย, ชาลีน อัน, และเพื่อนอีก 2 คนสกาย เล่าว่า เขาเดินทางมาไทยบ่อยครั้ง ครั้งล่าสุด เดินทางมาอยู่ไทยตั้งแต่ 25 ธ.ค. 2565 เพื่อท่องเที่ยวไปจนถึงช่วงปีใหม่ ด้วยสถานะพลเมืองสิงคโปร์ เขาจึงไม่ต้องทำวีซ่า เพื่อพำนักไม่เกิน 30 วัน

ดังนั้น เขาจึงไม่เข้าใจว่า ทำไมตำรวจไทยที่พวกเขาเจอที่ด่านในคืนวันที่ 5 ม.ค. 2566 จึงคะยั้นคะยอจะดูหนังสือเดินทาง และตรวจว่าเขามีวีซ่าหรือไม่

ส่วนการครอบครองบุหรี่ไฟฟ้านั้น เขายอมรับว่า ไม่ทราบเลยว่าการซื้อและครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าในไทยเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เพราะไม่เคยมีประกาศแจ้งนักท่องเที่ยว
ที่มาของภาพ, BBC Thaiคำบรรยายภาพ, ชาลีน อัน หรือ อัน อวี๋ฉิง นักแสดงสาวไต้หวัน“ถ้าบอกบุหรี่ไฟฟ้าผิดประเทศไทยกฎหมาย ทำไมที่ตลาดขายได้ เพราะผมซื้อที่ห้วยขวาง และเห็นขายทั่วไป ทุกคนก็ใช้อยู่ ไม่เห็นมีปัญหา” สกาย กล่าว

“กัญชายังเปิดร้านขายได้เลย ทำไมบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย” เขาบอกว่า เมื่อพูดถึงตรงนี้ ตำรวจที่เขาพูดคุยอยู่มีท่าที “โมโห” ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สกายจึงพยายามเจรจาอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยว่า “ขอโอกาสพวกเขาได้ไหม” แต่ตำรวจตอบกลับว่า “ไม่ได้ ต้องไปโรงพัก” พร้อมขู่ว่า ถ้าไปโรงพักจะต้องถูกจับขังคุกอย่างน้อย 2 วัน

สถานการณ์จึงเป็นในลักษณะที่นายชูวิทย์สรุปว่า ตำรวจข่มขู่นักท่องเที่ยวชาวไต้หวันและสิงคโปร์ว่า จะถูกจับขังหากไปที่สถานีตำรวจ และเมื่อ สกาย ถามว่า “แล้วจะต้องทำยังไง” ตำรวจจึงเรียกรับเงินสำหรับนักท่องเที่ยว 4 คน บุหรี่ไฟฟ้า 3 แท่ง และไม่มีหนังสือเดินทาง เป็นเงิน 27,000 บาท
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, ชูวิทย์ ก้มโค้ง “ขอโทษแทนตำรวจไทย”แต่พฤติการณ์ที่น่าสงสัยของตำรวจ คือ ให้ สกาย นับเงิน พร้อมชี้ไปทางบริเวณสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เพื่อให้สังเกตกล้องวงจรปิด แต่เมื่อกำลังจะยื่นเงินให้ ตำรวจทำท่าทางให้สกาย และเพื่อน ๆ ยืนบังทิศทางของกล้องวงจรปิด เพื่อไม่ให้เห็นพฤติการณ์รับเงินของตำรวจ

สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมา สอดคล้องกับที่ ชาลีน อัน ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยก่อนหน้านี้ คือ “ตำรวจเก็บเงินไป แล้วยื่นบุหรี่ไฟฟ้า (ของเขาและเพื่อน) ให้ผมแล้วถ่ายรูป ยื่นให้ชาลีน และคนอื่น ๆ แล้วถ่ายรูปด้วย” โดยสกายเสริมว่า ในขณะนั้น ชาลีน อัน มีท่าทางเหนื่อยและเครียดมาก

“ผมไม่มีทางเลือก ผมต้องให้เงิน ถ้าผมมีทางเลือกผมคงไม่ทำหรอก” สกาย ยอมรับว่า ถูกข่มขู่ให้จ่ายเงินสินบนแก่ตำรวจ
ทำไมถึงไปห้วยขวางต่อการแถลงข่าวของ สกาย สอดคล้องกับบทสัมภาษณ์ของชาลีน อัน กับบีบีซีไทย ที่เธอยืนกรานว่า ไม่ได้พกบุหรี่ไฟฟ้าออกไปด้วยในวันนั้น แต่เธอไม่เคยปฏิเสธว่า ไม่เคยครอบครองและสูบบุหรี่ไฟฟ้า

ชาลีน อัน ยังให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยถึงกรณีปรากฎภาพเธอและเพื่อน ๆ ไปเดินตลาดกลางคืนที่ห้วยขวาง ว่า เธอไปเดินตลาดกลางคืนแถวห้วยขวางต่อจริง เพราะวางแผนจะไปทานอาหารที่ร้านอาหารในแถบนั้นอยู่แล้ว และตลาดแห่งนั้นก็อยู่ใกล้กับร้านอาหาร

ข้อมูลจากสกายทำให้สถานการณ์ชัดเจนขึ้น โดยสกายเล่าว่า ชาลีน อัน “รู้สึกโกรธมาก” จึงอยากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อที่ห้วยขวาง ซึ่งเขาได้ตามไปสมทบภายหลังนั่งแท็กซี่ไปส่งเพื่อนที่โรงแรม

ในกลุ่มเพื่อนราว 10 คน รวมถึงชาลีน อัน และสกาย ด้วย มีคนไทยที่เขาเล่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง ซึ่งคนไทยแนะนำว่า ครั้งหน้าอย่าพกเงินสดเยอะ และให้พกพาหนังสือเดินทาง เพื่อไม่ให้ตำรวจรีดไถเงินได้เช่นนี้ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ต่อมา ชาลีน อัน ได้นำไปโพสต์ในอินสตาแกรม และกลายเป็นประเด็นใหญ่ในสังคมไทยในเวลาต่อมา
ที่มาของภาพ, .คำบรรยายภาพ, ชาลีน อัน ไปแถวห้วยขวางต่อหลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสกาย ยังเปรียบเทียบว่า สถานการณ์ที่พวกเขาเจอนั้น เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่เคยเจอมาก่อน ในสิงคโปร์เอง เขาก็ไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้ และยอมรับว่า การกระทำของตำรวจไทยกับพวกเขา “ไม่มีเหตุผล” และทำให้เขา “กลัว”

ภายหลังการแถลงข่าว นายชูวิทย์ ได้โค้งและกล่าวขอโทษ สกาย แทน “ตำรวจไทย” ส่วนกรณีบุหรี่ไฟฟ้านั้น นายชูวิทย์ ระบุว่า “ชาวต่างชาติเขาจะรู้ไหม ก็เปิดขายกันทั่วไปตลาดห้วยขวาง ทองหล่อก็มี ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลให้ขายได้ยังไง”
มาตรการของตำรวจจนถึงตอนนี้ ผบ.ตร. ได้เซ็นย้าย ผกก.สน.ห้วยขวาง เพื่อเปิดทางให้กรรมการสอบสวนดำเนินการได้เต็มที่ และเป็นการลงโทษทางปกครองในฐานะ “เป็นหัวหน้าสถานีไม่สามารถควบคุมกำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาในสังกัด”

และวานนี้ (31 ม.ค.) พล.ต.ต.อัฎธพร วงศ์ศิริปรีดา ผบก.น.1 ได้เซ็นคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ จำนวน 5 นาย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตั้งด่านที่ สกาย และ ชาลีน อัน เผชิญในเช้ามืดวันที่ 5 ม.ค. โดยมีรายชื่อดังนี้

ร.ต.อ. ยอดฤทธิ์ ลางดุลเสน รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ร.ต.อ. ปฏิภาณ ศิริชัยวัฒนา รองสารวัตรอำนวยการ สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ด.ต. อธิเวช จุลพันธ์ ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ด.ต. กฤษฎา คำมะนา ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ส.ต.อ. เฉลิมชัย ศิริวังโส ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ส.ต.อ. วัชรนนท์ ขาวยอง ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลหัวยขวาง
ส.ต.อ. นันทวัชร์ สุวรรณา ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, ชูวิทย์นำปี๊บมาเพื่อให้ตำรวจ “คลุมศีรษะ”อย่างไรก็ดี นายชูวิทย์ วิพากษ์วิจารณ์ตำรวจนครบาลอย่างรุนแรงว่า เป็นการลงโทษตำรวจชั้นผู้น้อยของนายตำรวจระดับสูง เพื่อปกป้องตำแหน่งของตนเอง

“ตำรวจไม่ได้ปกป้องประเทศชาติ ปกป้องตัวเอง ปกป้องตำแหน่ง ลงโทษแต่ตำรวจชั้นผู้น้อย”
ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ? การนำเข้ามา หรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร หรือเคลื่อนย้ายของออกโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับ 4 เท่าของราคา หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ริบของทันที ตามกฎหมายมาตรา 242 ใน พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560

หากพบบุคคลใดว่าครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า ตำรวจสามารถใช้มาตรา 246 ว่าด้วย ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้ ซึ่งของที่รู้ว่าเป็นความผิดตามมาตรา 242 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับ 4 เท่าของราคาของ หรือทั้งจำทั้งปรับ

ดังนั้น การนำเข้า การผลิต การจำหน่าย ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายชัดเจน แต่ส่วนของผู้ครอบครองและใช้บุหรี่ไฟฟ้า แม้จะไม่มีความผิดโดยตรง แต่ก็จะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 246 ตามดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย

คาสิโนออนไลน์ บาคาร่าออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หวยออนไลน์ เกมส์ออนไลน์ แทงบอลออนไลน์
ชายสิงคโปร์อ้างตำรวจไทยข่มขู่ให้จ่าย 2.7 หมื่น ฐานพกบุหรี่ไฟฟ้าแลกติดคุก

ชายสิงคโปร์อ้างตำรวจไทยข่มขู่ให้จ่าย 2.7 หมื่น ฐานพกบุหรี่ไฟฟ้าแลกติดคุกที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, “สกาย” ชายสิงคโปร์ ที่อยู่ในเหตุการณ์กับ ชาลีน อัน นักแสดงสาวไต้หวันเมื่อ 9 ชั่วโมงที่แล้ว“สกาย” ชายสิงคโปร์ เพื่อนดาราสาวไต้หวัน ที่เป็นคนเจรจากับตำรวจที่ด่านตรวจ เผย ถูกตำรวจไทย “ข่มขู่” และให้จ่ายเงิน เพื่อไม่ต้องไป “โรงพัก-เข้าคุก” เป็นเงิน 27,000 บาท หลังตำรวจพบว่าเขาพกบุหรี่ไฟฟ้า ยืนยัน ดาราสาวไต้หวันไม่ได้พกไปในคืนวันนั้น

วันนี้ (1 ก.พ. 2566) นาย “สกาย” เพื่อนของ อัน อวี๋ฉิง หรือ ชาลีน อัน ดาราสาวไต้หวันที่เปิดเผยว่า ถูกตำรวจไทยรีดไถเงินเธอกับเพื่อน ๆ รวม 27,000 บาท ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวจากมุมมองของเขา นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย เป็นผู้ “ควักเงินส่วนตัว” จองตั๋วเครื่องบินให้นายสกาย เดินทางมาไทยจากสิงคโปร์ เพื่อแถลงข่าวชี้แจงสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด

สกาย เล่าว่า ไปเที่ยวไนต์คลับกับชาลีน อัน ก่อนจะเรียกรถแกร็บเพื่อเดินทางไปต่อย่านห้วยขวาง แต่กลับเจอด่านตำรวจระหว่างทาง และตำรวจเรียกให้เขาและเพื่อน ๆ ลงจากรถ

“ตำรวจบอกว่าอยากตรวจค้น เอาไฟฉายส่อง… เขาจับกระเป๋าตามตัวผม ผมก็เอาสิ่งของให้ดูทั้งหมด เขาบอกให้ผมถอดรองเท้า แล้วขอดูหนังสือเดินทาง ซึ่งผมไม่ได้เอาไป” สกาย แถลงข่าวเป็นภาษาไทย ที่เขาระบุว่า พูดได้ในระดับที่สื่อสารได้ เพราะเดินทางมาไทยบ่อยครั้ง

นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ยอมรับว่า เขาพกบุหรี่ไฟฟ้าไปด้วย เช่นเดียวกับเพื่อนอีกสองคน แต่ ชาลีน อัน ไม่ได้พกบุหรี่ไฟฟ้าไปด้วยในคืนนั้น แม้ว่าเธอจะสูบบุหรี่ไฟฟ้าบ้าง สรุปแล้ว กลุ่มเพื่อนของเขา รวมชาลีน อัน มีอยู่ด้วยกัน 4 คน พกพาบุหรี่ไฟฟ้า 3 แท่ง และไม่ได้พกพาหนังสือเดินทาง
“ฉันไม่ใช่วีรสตรี ไม่ได้อยากสู้กับตำรวจไทย”เที่ยวแบบ VVIP : ปมจ้างตำรวจไทยนำขบวน นทท. จีน สะท้อนภาพปราบโกงล้มเหลวหรือไม่ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าตำรวจไทยเจอต้องทำอย่างไรสกาย เล่าต่อว่า ตำรวจได้นำบุหรี่ไฟฟ้าไป แต่เมื่อชาลีน อัน พยายามถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์มือถือ ตำรวจมีท่าทีเปลี่ยนไป และมีท่าทีเชิงข่มขู่ว่า “คุณมีบุหรี่ไฟฟ้า พวกคุณต้องไปสถานีตำรวจ และอาจต้องติดคุกอย่างน้อย 2 วัน”

ในเวลานั้น มีตำรวจ 3 คนที่ สกฎหมายกาย ต้องเจรจาด้วย เพราะเป็นบุคคลในเดียวในกลุ่มที่พอจะพูดภาษาไทยได้ โดยตำรวจนายหนึ่ง ไม่ได้สวมเครื่องแบบ

สกาย จึงสอบถามตำรวจว่า “จะให้พวกเราทำอย่างไร” เพราะเขาไม่ได้พกหนังสือเดินทางมา แต่ด้วยความที่เป็นคนสิงคโปร์ ไม่ต้องใช้วีซ่าก็สามารถพำนักในไทยได้ไม่เกิน 30 วัน แต่ตำรวจไม่ยอม ระบุว่าต้องมีหนังสือเดินทางตัวจริง จากนั้น ตำรวจจึงระบุว่า “ขอคุยกับตำรวจยศใหญ่ก่อน”
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, นายชูวิทย์ เป็นผู้เชิญให้สกายมาแถลงข่าวในครั้งนี้“เขาก็กลับมาบอกว่า บุหรี่ไฟฟ้ามี 3 แท่ง ต้องจ่ายแท่งละ 8 พันบาท และเมื่อรวมกับการไม่มีหนังสือเดินทาง รวมเป็น 27,000 บาท” สกาย ย้อนบทสนทนาของเขากับตำรวจเมื่อวันที่ 5 ม.ค. 2566 “ผมก็บอกโอเค”

ภายหลังการแถลงข่าวร่วมกับ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์, นายกายจะเข้าให้ปากคำกับตำรวจ ถึงสิ่งที่เขาและเพื่อน ๆ เจอ เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาพิจารณาประกอบการดำเนินคดี

อย่างไรก็ตาม ในส่วนการดำเนินคดีกับนักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ในฐานะผู้ให้สินบนนั้น ยังไม่สามารถดำเนินการได้ในขณะนี้ เนื่องจากการจะดำเนินคดีในข้อหานี้ได้ นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ ต้องอยู่ในฐานะผู้เสนอให้สินบนเจ้าพนักงาน ไม่ได้ถูกข่มขู่บังคับ ดังนั้น การสอบปากคำนักท่องเที่ยวสิงคโปร์จึงสำคัญมาก และเป็นการสอบปากคำในฐานะพยาน โดยทีมสอบสวนได้เตรียมรูปถ่าย ตำรวจชุดตั้งด่านในวันเกิดเหตุทั้ง 14 นาย ให้ผู้เสียหายชี้ใน 3 ประเด็นหลัก ๆ คือ จ่ายเงินให้กับใคร, ใน 14 คนนี้มีใครบังคับขู่เข็นเรียกเงิน, และมีใครมีส่วนรู้เห็นจาการรีดรับเงินในครั้งนี้บ้าง
สิ่งที่เกิดขึ้นกับ สกาย, ชาลีน อัน, และเพื่อนอีก 2 คนสกาย เล่าว่า เขาเดินทางมาไทยบ่อยครั้ง ครั้งล่าสุด เดินทางมาอยู่ไทยตั้งแต่ 25 ธ.ค. 2565 เพื่อท่องเที่ยวไปจนถึงช่วงปีใหม่ ด้วยสถานะพลเมืองสิงคโปร์ เขาจึงไม่ต้องทำวีซ่า เพื่อพำนักไม่เกิน 30 วัน

ดังนั้น เขาจึงไม่เข้าใจว่า ทำไมตำรวจไทยที่พวกเขาเจอที่ด่านในคืนวันที่ 5 ม.ค. 2566 จึงคะยั้นคะยอจะดูหนังสือเดินทาง และตรวจว่าเขามีวีซ่าหรือไม่

ส่วนการครอบครองบุหรี่ไฟฟ้านั้น เขายอมรับว่า ไม่ทราบเลยว่าการซื้อและครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าในไทยเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เพราะไม่เคยมีประกาศแจ้งนักท่องเที่ยว
ที่มาของภาพ, BBC Thaiคำบรรยายภาพ, ชาลีน อัน หรือ อัน อวี๋ฉิง นักแสดงสาวไต้หวัน“ถ้าบอกบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ทำไมที่ตลาดขายได้ เพราะผมซื้อที่ห้วยขวาง และเห็นขายทั่วไป ทุกคนก็ใช้อยู่ ไม่เห็นมีปัญหา” สกาย กล่าว

“กัญชายังเปิดร้านขายได้เลย ทำไมบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย” เขาบอกว่า เมื่อพูดถึงตรงนี้ ตำรวจที่เขาพูดคุยอยู่มีท่าที “โมโห” ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สกายจึงพยายามเจรจาอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยว่า “ขอโอกาสพวกเขาได้ไหม” แต่ตำรวจตอบกลับว่า “ไม่ได้ ต้องไปโรงพัก” พร้อมขู่ว่า ถ้าไปโรงพักจะต้องถูกจับขังคุกอย่างน้อย 2 วัน

สถานการณ์จึงเป็นในลักษณะที่นายชูวิทย์สรุปว่า ตำรวจข่มขู่นักท่องเที่ยวชาวไต้หวันและสิงคโปร์ว่า จะถูกจับขังหากไปที่สถานีตำรวจ และเมื่อ สกาย ถามว่า “แล้วจะต้องทำยังไง” ตำรวจจึงเรียกรับเงินสำหรับนักท่องเที่ยว 4 คน บุหรี่ไฟฟ้า 3 แท่ง และไม่มีหนังสือเดินทาง เป็นเงิน 27,000 บาท
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, ชูวิทย์ ก้มโค้ง “ขอโทษแทนตำรวจไทย”แต่พฤติการณ์ที่น่าสงสัยของตำรวจ คือ ให้ สกาย นับเงิน พร้อมชี้ไปทางบริเวณสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เพื่อให้สังเกตกล้องวงจรปิด แต่เมื่อกำลังจะยื่นเงินให้ ตำรวจทำท่าทางให้สกาย และเพื่อน ๆ ยืนบังทิศทางของกล้องวงจรปิด เพื่อไม่ให้เห็นพฤติการณ์รับเงินของตำรวจ

สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมา สอดคล้องกับที่ ชาลีน อัน ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยก่อนหน้านี้ คือ “ตำรวจเก็บเงินไป แล้วยื่นบุหรี่ไฟฟ้า (ของเขาและเพื่อน) ให้ผมแล้วถ่ายรูป ยื่นให้ชาลีน และคนอื่น ๆ แล้วถ่ายรูปด้วย” โดยสกายเสริมว่า ในขณะนั้น ชาลีน อัน มีท่าทางเหนื่อยและเครียดมาก

“ผมไม่มีทางเลือก ผมต้องให้เงิน ถ้าผมมีทางเลือกผมคงไม่ทำหรอก” สกาย ยอมรับว่า ถูกข่มขู่ให้จ่ายเงินสินบนแก่ตำรวจ
ทำไมถึงไปห้วยขวางต่อการแถลงข่าวของ สกาย สอดคล้องกับบทสัมภาษณ์ของชาลีน อัน กับบีบีซีไทย ที่เธอยืนกรานว่า ไม่ได้พกบุหรี่ไฟฟ้าออกไปด้วยในวันนั้น แต่เธอไม่เคยปฏิเสธว่า ไม่เคยครอบครองและสูบบุหรี่ไฟฟ้า

ชาลีน อัน ยังให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยถึงกรณีปรากฎภาพเธอและเพื่อน ๆ ไปเดินตลาดกลางคืนที่ห้วยขวาง ว่า เธอไปเดินตลาดกลางคืนแถวห้วยขวางต่อจริง เพราะวางแผนจะไปทานอาหารที่ร้านอาหารในแถบนั้นอยู่แล้ว และตลาดแห่งนั้นก็อยู่ใกล้กับร้านอาหาร

ข้อมูลจากสกายทำให้สถานการณ์ชัดเจนขึ้น โดยสกายเล่าว่า ชาลีน อัน “รู้สึกโกรธมาก” จึงอยากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อที่ห้วยขวาง ซึ่งเขาได้ตามไปสมทบภายหลังนั่งแท็กซี่ไปส่งเพื่อนที่โรงแรม

ในกลุ่มเพื่อนราว 10 คน รวมถึงชาลีน อัน และสกาย ด้วย มีคนไทยที่เขาเล่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง ซึ่งคนไทยแนะนำว่า ครั้งหน้าอย่าพกเงินสดเยอะ และให้พกพาหนังสือเดินทาง เพื่อไม่ให้ตำรวจรีดไถเงินได้เช่นนี้ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ต่อมา ชาลีน อัน ได้นำไปโพสต์ในอินสตาแกรม และกลายเป็นประเด็นใหญ่ในสังคมไทยในเวลาต่อมา
ที่มาของภาพ, .คำบรรยายภาพ, ชาลีน อัน ไปแถวห้วยขวางต่อหลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสกาย ยังเปรียบเทียบว่า สถานการณ์ที่พวกเขาเจอนั้น เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่เคยเจอมาก่อน ในสิงคโปร์เอง เขาก็ไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้ และยอมรับว่า การกระทำของตำรวจไทยกับพวกเขา “ไม่มีเหตุผล” และทำให้เขา “กลัว”

ภายหลังการแถลงข่าว นายชูวิทย์ ได้โค้งและกล่าวขอโทษ สกาย แทน “ตำรวจไทย” ส่วนกรณีบุหรี่ไฟฟ้านั้น นายชูวิทย์ ระบุว่า “ชาวต่างชาติเขาจะรู้ไหม ก็เปิดขายกันทั่วไปตลาดห้วยขวาง ทองหล่อก็มี ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลให้ขายได้ยังไง”
มาตรการของตำรวจจนถึงตอนนี้ ผบ.ตร. ได้เซ็นย้าย ผกก.สน.ห้วยขวาง เพื่อเปิดทางให้กรรมการสอบสวนดำเนินการได้เต็มที่ และเป็นการลงโทษทางปกครองในฐานะ “เป็นหัวหน้าสถานีไม่สามารถควบคุมกำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาในสังกัด”

และวานนี้ (31 ม.ค.) พล.ต.ต.อัฎธพร วงศ์ศิริปรีดา ผบก.น.1 ได้เซ็นคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ จำนวน 5 นาย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตั้งด่านที่ สกาย และ ชาลีน อัน เผชิญในเช้ามืดวันที่ 5 ม.ค. โดยมีรายชื่อดังนี้

ร.ต.อ. ยอดฤทธิ์ ลางดุลเสน รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ร.ต.อ. ปฏิภาณ ศิริชัยวัฒนา รองสารวัตรอำนวยการ สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ด.ต. อธิเวช จุลพันธ์ ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ด.ต. กฤษฎา คำมะนา ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ส.ต.อ. เฉลิมชัย ศิริวังโส ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ส.ต.อ. วัชรนนท์ ขาวยอง ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลหัวยขวาง
ส.ต.อ. นันทวัชร์ สุวรรณา ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, ชูวิทย์นำปี๊บมาเพื่อให้ตำรวจ “คลุมศีรษะ”อย่างไรก็ดี นายชูวิทย์ วิพากษ์วิจารณ์ตำรวจนครบาลอย่างรุนแรงว่า เป็นการลงโทษตำรวจชั้นผู้น้อยของนายตำรวจระดับสูง เพื่อปกป้องตำแหน่งของตนเอง

“ตำรวจไม่ได้ปกป้องประเทศชาติ ปกป้องตัวเอง ปกป้องตำแหน่ง ลงโทษแต่ตำรวจชั้นผู้น้อย”
ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ? การนำเข้ามา หรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร หรือเคลื่อนย้ายของออกโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับ 4 เท่าของราคา หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ริบของทันที ตามกฎหมายมาตรา 242 ใน พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560

หากพบบุคคลใดว่าครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า ตำรวจสามารถใช้มาตรา 246 ว่าด้วย ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้ ซึ่งของที่รู้ว่าเป็นความผิดตามมาตรา 242 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับ 4 เท่าของราคาของ หรือทั้งจำทั้งปรับ

ดังนั้น การนำเข้า การผลิต การจำหน่าย ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายชัดเจน แต่ส่วนของผู้ครอบครองและใช้บุหรี่ไฟฟ้า แม้จะไม่มีความผิดโดยตรง แต่ก็จะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 246 ตามดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย

คาสิโนออนไลน์ บาคาร่าออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หวยออนไลน์ เกมส์ออนไลน์ แทงบอลออนไลน์
ชายสิงคโปร์อ้างตำรวจไทยข่มขู่ให้จ่าย 2.7 หมื่น ฐานพกบุหรี่ไฟฟ้าแลกติดคุก

ชายสิงคโปร์อ้างตำรวจไทยข่มขู่ให้จ่าย 2.7 หมื่น ฐานพกบุหรี่ไฟฟ้าแลกติดคุกที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, “สกาย” ชายสิงคโปร์ ที่อยู่ในเหตุการณ์กับ ชาลีน อัน นักแสดงสาวไต้หวันเมื่อ 9 ชั่วโมงที่แล้ว“สกาย” ชายสิงคโปร์ เพื่อนดาราสาวไต้หวัน ที่เป็นคนเจรจากับตำรวจที่ด่านตรวจ เผย ถูกตำรวจไทย “ข่มขู่” และให้จ่ายเงิน เพื่อไม่ต้องไป “โรงพัก-เข้าคุก” เป็นเงิน 27,000 บาท หลังตำรวจพบว่าเขาพกบุหรี่ไฟฟ้า ยืนยัน ดาราสาวไต้หวันไม่ได้พกไปในคืนวันนั้น

วันนี้ (1 ก.พ. 2566) นาย “สกาย” เพื่อนของ อัน อวี๋ฉิง หรือ ชาลีน อัน ดาราสาวไต้หวันที่เปิดเผยว่า ถูกตำรวจไทยรีดไถเงินเธอกับเพื่อน ๆ รวม 27,000 บาท ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวจากมุมมองของเขา นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย เป็นผู้ “ควักเงินส่วนตัว” จองตั๋วเครื่องบินให้นายสกาย เดินทางมาไทยจากสิงคโปร์ เพื่อแถลงข่าวชี้แจงสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด

สกาย เล่าว่า ไปเที่ยวไนต์คลับกับชาลีน อัน ก่อนจะเรียกรถแกร็บเพื่อเดินทางไปต่อย่านห้วยขวาง แต่กลับเจอด่านตำรวจระหว่างทาง และตำรวจเรียกให้เขาและเพื่อน ๆ ลงจากรถ

“ตำรวจบอกว่าอยากตรวจค้น เอาไฟฉายส่อง… เขาจับกระเป๋าตามตัวผม ผมก็เอาสิ่งของให้ดูทั้งหมด เขาบอกให้ผมถอดรองเท้า แล้วขอดูหนังสือเดินทาง ซึ่งผมไม่ได้เอาไป” สกาย แถลงข่าวเป็นภาษาไทย ที่เขาระบุว่า พูดได้ในระดับที่สื่อสารได้ เพราะเดินทางมาไทยบ่อยครั้ง

นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ยอมรับว่า เขาพกบุหรี่ไฟฟ้าไปด้วย เช่นเดียวกับเพื่อนอีกสองคน แต่ ชาลีน อัน ไม่ได้พกบุหรี่ไฟฟ้าไปด้วยในคืนนั้น แม้ว่าเธอจะสูบบุหรี่ไฟฟ้าบ้าง สรุปแล้ว กลุ่มเพื่อนของเขา รวมชาลีน อัน มีอยู่ด้วยกัน 4 คน พกพาบุหรี่ไฟฟ้า 3 แท่ง และไม่ได้พกพาหนังสือเดินทาง
“ฉันไม่ใช่วีรสตรี ไม่ได้อยากสู้กับตำรวจไทย”เที่ยวแบบ VVIP : ปมจ้างตำรวจไทยนำขบวน นทท. จีน สะท้อนภาพปราบโกงล้มเหลวหรือไม่ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าตำรวจไทยเจอต้องทำอย่างไรสกาย เล่าต่อว่า ตำรวจได้นำบุหรี่ไฟฟ้าไป แต่เมื่อชาลีน อัน พยายามถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์มือถือ ตำรวจมีท่าทีเปลี่ยนไป และมีท่าทีเชิงข่มขู่ว่า “คุณมีบุหรี่ไฟฟ้า พวกคุณต้องไปสถานีตำรวจ และอาจต้องติดคุกอย่างน้อย 2 วัน”

ในเวลานั้น มีตำรวจ 3 คนที่ สกาย ต้องเจรจาด้วย เพราะเป็นบุคคลในเดียวในกลุ่มที่พอจะพูดภาษาไทยได้ โดยตำรวจนายหนึ่ง ไม่ได้สวมเครื่องแบบ

สกาย จึงสอบถามตำรวจว่า “จะให้พวกเราทำอย่างไร” เพราะเขาไม่ได้พกหนังสือเดินทางมา แต่ด้วยความที่เป็นคนสิงคโปร์ ไม่ต้องใช้วีซ่าก็สามารถพำนักในไทยได้ไม่เกิน 30 วัน แต่ตำรวจไม่ยอม ระบุว่าต้องมีหนังสือเดินทางตัวจริง จากนั้น ตำรวจจึงระบุว่า “ขอคุยกับตำรวจยศใหญ่ก่อน”
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, นายชูวิทย์ เป็นผู้เชิญให้สกายมาแถลงข่าวในครั้งนี้“เขาก็กลับมาบอกว่า บุหรี่ไฟฟ้ามี 3 แท่ง ต้องจ่ายแท่งละ 8 พันบาท และเมื่อรวมกับการไม่มีหนังสือเดินทาง รวมเป็น 27,000 บาท” สกาย ย้อนบทสนทนาของเขากับตำรวจเมื่อวันที่ 5 ม.ค. 2566 “ผมก็บอกโอเค”

ภายหลังการแถลงข่าวร่วมกับ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์, นายกายจะเข้าให้ปากคำกับตำรวจ ถึงสิ่งที่เขาและเพื่อน ๆ เจอ เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาพิจารณาประกอบการดำเนินคดี

อย่างไรก็ตาม ในส่วนการดำเนินคดีกับนักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ในฐานะผู้ให้สินบนนั้น ยังไม่สามารถดำเนินการได้ในขณะนี้ เนื่องจากการจะดำเนินคดีในข้อหานี้ได้ นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ ต้องอยู่ในฐานะผู้เสนอให้สินบนเจ้าพนักงาน ไม่ได้ถูกข่มขู่บังคับ ดังนั้น การสอบปากคำนักท่องเที่ยวสิงคโปร์จึงสำคัญมาก และเป็นการสอบปากคำในฐานะพยาน โดยทีมสอบสวนได้เตรียมรูปถ่าย ตำรวจชุดตั้งด่านในวันเกิดเหตุทั้ง 14 นาย ให้ผู้เสียหายชี้ใน 3 ประเด็นหลัก ๆ คือ จ่ายเงินให้กับใคร, ใน 14 คนนี้มีใครบังคับขู่เข็นเรียกเงิน, และมีใครมีส่วนรู้เห็นจาการรีดรับเงินในครั้งนี้บ้าง
สิ่งที่เกิดขึ้นกับ สกาย, ชาลีน อัน, และเพื่อนอีก 2 คนสกาย เล่าว่า เขาเดินทางมาไทยบ่อยครั้ง ครั้งล่าสุด เดินทางมาอยู่ไทยตั้งแต่ 25 ธ.ค. 2565 เพื่อท่องเที่ยวไปจนถึงช่วงปีใหม่ ด้วยสถานะพลเมืองสิงคโปร์ เขาจึงไม่ต้องทำวีซ่า เพื่อพำนักไม่เกิน 30 วัน

ดังนั้น เขาจึงไม่เข้าใจว่า ทำไมตำรวจไทยที่พวกเขาเจอที่ด่านในคืนวันที่ 5 ม.ค. 2566 จึงคะยั้นคะยอจะดูหนังสือเดินทาง และตรวจว่าเขามีวีซ่าหรือไม่

ส่วนการครอบครองบุหรี่ไฟฟ้านั้น เขายอมรับว่า ไม่ทราบเลยว่าการซื้อและครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าในไทยเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เพราะไม่เคยมีประกาศแจ้งนักท่องเที่ยว
ที่มาของภาพ, BBC Thaiคำบรรยายภาพ, ชาลีน อัน หรือ อัน อวี๋ฉิง นักแสดงสาวไต้หวัน“ถ้าบอกบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ทำไมที่ตลาดขายได้ เพราะผมซื้อที่ห้วยขวาง และเห็นขายทั่วไป ทุกคนก็ใช้อยู่ ไม่เห็นมีปัญหา” สกาย กล่าว

“กัญชายังเปิดร้านขายได้เลย ทำไมบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย” เขาบอกว่า เมื่อพูดถึงตรงนี้ ตำรวจที่เขาพูดคุยอยู่มีท่าที “โมโห” ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สกายจึงพยายามเจรจาอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยว่า “ขอโอกาสพวกเขาได้ไหม” แต่ตำรวจตอบกลับว่า “ไม่ได้ ต้องไปโรงพัก” พร้อมขู่ว่า ถ้าไปโรงพักจะต้องถูกจับขังคุกอย่างน้อย 2 วัน

สถานการณ์จึงเป็นในลักษณะที่นายชูวิทย์สรุปว่า ตำรวจข่มขู่นักท่องเที่ยวชาวไต้หวันและสิงคโปร์ว่า จะถูกจับขังหากไปที่สถานีตำรวจ และเมื่อ สกาย ถามว่า “แล้วจะต้องทำยังไง” ตำรวจจึงเรียกรับเงินสำหรับนักท่องเที่ยว 4 คน บุหรี่ไฟฟ้า 3 แท่ง และไม่มีหนังสือเดินทาง เป็นเงิน 27,000 บาท
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, ชูวิทย์ ก้มโค้ง “ขอโทษแทนตำรวจไทย”แต่พฤติการณ์ที่น่าสงสัยของตำรวจ คือ ให้ สกาย นับเงิน พร้อมชี้ไปทางบริเวณสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เพื่อให้สังเกตกล้องวงจรปิด แต่เมื่อกำลังจะยื่นเงินให้ ตำรวจทำท่าทางให้สกาย และเพื่อน ๆ ยืนบังทิศทางของกล้องวงจรปิด เพื่อไม่ให้เห็นพฤติการณ์รับเงินของตำรวจ

สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมา สอดคล้องกับที่ ชาลีน อัน ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยก่อนหน้านี้ คือ “ตำรวจเก็บเงินไป แล้วยื่นบุหรี่ไฟฟ้า (ของเขาและเพื่อน) ให้ผมแล้วถ่ายรูป ยื่นให้ชาลีน และคนอื่น ๆ แล้วถ่ายรูปด้วย” โดยสกายเสริมว่า ในขณะนั้น ชาลีน อัน มีท่าทางเหนื่อยและเครียดมาก

“ผมไม่มีทางเลือก ผมต้องให้เงิน ถ้าผมมีทางเลือกผมคงไม่ทำหรอก” สกาย ยอมรับว่า ถูกข่มขู่ให้จ่ายเงินสินบนแก่ตำรวจ
ทำไมถึงไปห้วยขวางต่อการแถลงข่าวของ สกาย สอดคล้องกับบทสัมภาษณ์ของชาลีน อัน กับบีบีซีไทย ที่เธอยืนกรานว่า ไม่ได้พกบุหรี่ไฟฟ้าออกไปด้วยในวันนั้น แต่เธอไม่เคยปฏิเสธว่า ไม่เคยครอบครองและสูบบุหรี่ไฟฟ้า

ชาลีน อัน ยังให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยถึงกรณีปรากฎภาพเธอและเพื่อน ๆ ไปเดินตลาดกลางคืนที่ห้วยขวาง ว่า เธอไปเดินตลาดกลางคืนแถวห้วยขวางต่อจริง เพราะวางแผนจะไปทานอาหารที่ร้านอาหารในแถบนั้นอยู่แล้ว และตลาดแห่งนั้นก็อยู่ใกล้กับร้านอาหาร

ข้อมูลจากสกายทำให้สถานการณ์ชัดเจนขึ้น โดยสกายเล่าว่า ชาลีน อัน “รู้สึกโกรธมาก” จึงอยากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อที่ห้วยขวาง ซึ่งเขาได้ตามไปสมทบภายหลังนั่งแท็กซี่ไปส่งเพื่อนที่โรงแรม

ในกลุ่มเพื่อนราว 10 คน รวมถึงชาลีน อัน และสกาย ด้วย มีคนไทยที่เขาเล่าสถานการณ์ที่เกิดขึประเทศไทย้นให้ฟัง ซึ่งคนไทยแนะนำว่า ครั้งหน้าอย่าพกเงินสดเยอะ และให้พกพาหนังสือเดินทาง เพื่อไม่ให้ตำรวจรีดไถเงินได้เช่นนี้ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ต่อมา ชาลีน อัน ได้นำไปโพสต์ในอินสตาแกรม และกลายเป็นประเด็นใหญ่ในสังคมไทยในเวลาต่อมา
ที่มาของภาพ, .คำบรรยายภาพ, ชาลีน อัน ไปแถวห้วยขวางต่อหลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสกาย ยังเปรียบเทียบว่า สถานการณ์ที่พวกเขาเจอนั้น เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่เคยเจอมาก่อน ในสิงคโปร์เอง เขาก็ไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้ และยอมรับว่า การกระทำของตำรวจไทยกับพวกเขา “ไม่มีเหตุผล” และทำให้เขา “กลัว”

ภายหลังการแถลงข่าว นายชูวิทย์ ได้โค้งและกล่าวขอโทษ สกาย แทน “ตำรวจไทย” ส่วนกรณีบุหรี่ไฟฟ้านั้น นายชูวิทย์ ระบุว่า “ชาวต่างชาติเขาจะรู้ไหม ก็เปิดขายกันทั่วไปตลาดห้วยขวาง ทองหล่อก็มี ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลให้ขายได้ยังไง”
มาตรการของตำรวจจนถึงตอนนี้ ผบ.ตร. ได้เซ็นย้าย ผกก.สน.ห้วยขวาง เพื่อเปิดทางให้กรรมการสอบสวนดำเนินการได้เต็มที่ และเป็นการลงโทษทางปกครองในฐานะ “เป็นหัวหน้าสถานีไม่สามารถควบคุมกำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาในสังกัด”

และวานนี้ (31 ม.ค.) พล.ต.ต.อัฎธพร วงศ์ศิริปรีดา ผบก.น.1 ได้เซ็นคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ จำนวน 5 นาย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตั้งด่านที่ สกาย และ ชาลีน อัน เผชิญในเช้ามืดวันที่ 5 ม.ค. โดยมีรายชื่อดังนี้

ร.ต.อ. ยอดฤทธิ์ ลางดุลเสน รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ร.ต.อ. ปฏิภาณ ศิริชัยวัฒนา รองสารวัตรอำนวยการ สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ด.ต. อธิเวช จุลพันธ์ ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ด.ต. กฤษฎา คำมะนา ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ส.ต.อ. เฉลิมชัย ศิริวังโส ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ส.ต.อ. วัชรนนท์ ขาวยอง ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลหัวยขวาง
ส.ต.อ. นันทวัชร์ สุวรรณา ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, ชูวิทย์นำปี๊บมาเพื่อให้ตำรวจ “คลุมศีรษะ”อย่างไรก็ดี นายชูวิทย์ วิพากษ์วิจารณ์ตำรวจนครบาลอย่างรุนแรงว่า เป็นการลงโทษตำรวจชั้นผู้น้อยของนายตำรวจระดับสูง เพื่อปกป้องตำแหน่งของตนเอง

“ตำรวจไม่ได้ปกป้องประเทศชาติ ปกป้องตัวเอง ปกป้องตำแหน่ง ลงโทษแต่ตำรวจชั้นผู้น้อย”
ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ? การนำเข้ามา หรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร หรือเคลื่อนย้ายของออกโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับ 4 เท่าของราคา หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ริบของทันที ตามกฎหมายมาตรา 242 ใน พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560

หากพบบุคคลใดว่าครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า ตำรวจสามารถใช้มาตรา 246 ว่าด้วย ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้ ซึ่งของที่รู้ว่าเป็นความผิดตามมาตรา 242 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับ 4 เท่าของราคาของ หรือทั้งจำทั้งปรับ

ดังนั้น การนำเข้า การผลิต การจำหน่าย ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายชัดเจน แต่ส่วนของผู้ครอบครองและใช้บุหรี่ไฟฟ้า แม้จะไม่มีความผิดโดยตรง แต่ก็จะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 246 ตามดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย

คาสิโนออนไลน์ บาคาร่าออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หวยออนไลน์ เกมส์ออนไลน์ แทงบอลออนไลน์
ชายสิงคโปร์อ้างตำรวจไทยข่มขู่ให้จ่าย 2.7 หมื่น ฐานพกบุหรี่ไฟฟ้าแลกติดคุก

ชายสิงคโปร์อ้างตำรวจไทยข่มขู่ให้จ่าย 2.7 หมื่น ฐานพกบุหรี่ไฟฟ้าแลกติดคุกที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, “สกาย” ชายสิงคโปร์ ที่อยู่ในเหตุการณ์กับ ชาลีน อัน นักแสดงสาวไต้หวันเมื่อ 9 ชั่วโมงที่แล้ว“สกาย” ชายสิงคโปร์ เพื่อนดาราสาวไต้หวัน ที่เป็นคนเจรจากับตำรวจที่ด่านตรวจ เผย ถูกตำรวจไทย “ข่มขู่” และให้จ่ายเงิน เพื่อไม่ต้องไป “โรงพัก-เข้าคุก” เป็นเงิน 27,000 บาท หลังตำรวจพบว่าเขาพกบุหรี่ไฟฟ้า ยืนยัน ดาราสาวไต้หวันไม่ได้พกไปในคืนวันนั้น

วันนี้ (1 ก.พ. 2566) นาย “สกาย” เพื่อนของ อัน อวี๋ฉิง หรือ ชาลีน อัน ดาราสาวไต้หวันที่เปิดเผยว่า ถูกตำรวจไทยรีดไถเงินเธอกับเพื่อน ๆ รวม 27,000 บาท ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวจากมุมมองของเขา นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย เป็นผู้ “ควักเงินส่วนตัว” จองตั๋วเครื่องบินให้นายสกาย เดินทางมาไทยจากสิงคโปร์ เพื่อแถลงข่าวชี้แจงสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด

สกาย เล่าว่า ไปเที่ยวไนต์คลับกับชาลีน อัน ก่อนจะเรียกรถแกร็บเพื่อเดินทางไปต่อย่านห้วยขวาง แต่กลับเจอด่านตำรวจระหว่างทาง และตำรวจเรียกให้เขาและเพื่อน ๆ ลงจากรถ

“ตำรวจบอกว่าอยากตรวจค้น เอาไฟฉายส่อง… เขาจับกระเป๋าตามตัวผม ผมก็เอาสิ่งของให้ดูทั้งหมด เขาบอกให้ผมถอดรองเท้า แล้วขอดูหนังสือเดินทาง ซึ่งผมไม่ได้เอาไป” สกาย แถลงข่าวเป็นภาษาไทย ที่เขาระบุว่า พูดได้ในระดับที่สื่อสารได้ เพราะเดินทางมาไทยบ่อยครั้ง

นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ยอมรับว่า เขาพกบุหรี่ไฟฟ้าไปด้วย เช่นเดียวกับเพื่อนอีกสองคน แต่ ชาลีน อัน ไม่ได้พกบุหรี่ไฟฟ้าไปด้วยในคืนนั้น แม้ว่าเธอจะสูบบุหรี่ไฟฟ้าบ้าง สรุปแล้ว กลุ่มเพื่อนของเขา รวมชาลีน อัน มีอยู่ด้วยกัน 4 คน พกพาบุหรี่ไฟฟ้า 3 แท่ง และไม่ได้พกพาหนังสือเดินทาง
“ฉันไม่ใช่วีรสตรี ไม่ได้อยากสู้กับตำรวจไทย”เที่ยวแบบ VVIP : ปมจ้างตำรวจไทยนำขบวน นทท. จีน สะท้อนภาพปราบโกงล้มเหลวหรือไม่ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าตำรวจไทยเจอต้องทำอย่างไรสกาย เล่าต่อว่า ตำรวจได้นำบุหรี่ไฟฟ้าไป แต่เมื่อชาลีน อัน พยายามถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์มือถือ ตำรวจมีท่าทีเปลี่ยนไป และมีท่าทีเชิงข่มขู่ว่า “คุณมีบุหรี่ไฟฟ้า พวกคุณต้องไปสถานีตำรวจ และอาจต้องติดคุกอย่างน้อย 2 วัน”

ในเวลานั้น มีตำรวจ 3 คนที่ สกาย ต้องเจรจาด้วย เพราะเป็นบุคคลในเดียวในกลุ่มที่พอจะพูดภาษาไทยได้ โดยตำรวจนายหนึ่ง ไม่ได้สวมเครื่องแบบ

สกาย จึงสอบถามตำรวจว่า “จะให้พวกเราทำอย่างไร” เพราะเขาไม่ได้พกหนังสือเดินทางมา แต่ด้วยความที่เป็นคนสิงคโปร์ ไม่ต้องใช้วีซ่าก็สามารถพำนักในไทยได้ไม่เกิน 30 วัน แต่ตำรวจไม่ยอม ระบุว่าต้องมีหนังสือเดินทางตัวจริง จากนั้น ตำรวจจึงระบุว่า “ขอคุยกับตำรวจยศใหญ่ก่อน”
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, นายชูวิทย์ เป็นผู้เชิญให้สกายมาแถลงข่าวในครั้งนี้“เขาก็กลับมาบอกว่า บุหรี่ไฟฟ้ามี 3 แท่ง ต้องจ่ายแท่งละ 8 พันบาท และเมื่อรวมกับการไม่มีหนังสือเดินทาง รวมเป็น 27,000 บาท” สกาย ย้อนบทสนทนาของเขากับตำรวจเมื่อวันที่ 5 ม.ค. 2566 “ผมก็บอกโอเค”

ภายหลังการแถลงข่าวร่วประเทศไทยมกับ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์, นายกายจะเข้าให้ปากคำกับตำรวจ ถึงสิ่งที่เขาและเพื่อน ๆ เจอ เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาพิจารณาประกอบการดำเนินคดี

อย่างไรก็ตาม ในส่วนการดำเนินคดีกับนักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ในฐานะผู้ให้สินบนนั้น ยังไม่สามารถดำเนินการได้ในขณะนี้ เนื่องจากการจะดำเนินคดีในข้อหานี้ได้ นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ ต้องอยู่ในฐานะผู้เสนอให้สินบนเจ้าพนักงาน ไม่ได้ถูกข่มขู่บังคับ ดังนั้น การสอบปากคำนักท่องเที่ยวสิงคโปร์จึงสำคัญมาก และเป็นการสอบปากคำในฐานะพยาน โดยทีมสอบสวนได้เตรียมรูปถ่าย ตำรวจชุดตั้งด่านในวันเกิดเหตุทั้ง 14 นาย ให้ผู้เสียหายชี้ใน 3 ประเด็นหลัก ๆ คือ จ่ายเงินให้กับใคร, ใน 14 คนนี้มีใครบังคับขู่เข็นเรียกเงิน, และมีใครมีส่วนรู้เห็นจาการรีดรับเงินในครั้งนี้บ้าง
สิ่งที่เกิดขึ้นกับ สกาย, ชาลีน อัน, และเพื่อนอีก 2 คนสกาย เล่าว่า เขาเดินทางมาไทยบ่อยครั้ง ครั้งล่าสุด เดินทางมาอยู่ไทยตั้งแต่ 25 ธ.ค. 2565 เพื่อท่องเที่ยวไปจนถึงช่วงปีใหม่ ด้วยสถานะพลเมืองสิงคโปร์ เขาจึงไม่ต้องทำวีซ่า เพื่อพำนักไม่เกิน 30 วัน

ดังนั้น เขาจึงไม่เข้าใจว่า ทำไมตำรวจไทยที่พวกเขาเจอที่ด่านในคืนวันที่ 5 ม.ค. 2566 จึงคะยั้นคะยอจะดูหนังสือเดินทาง และตรวจว่าเขามีวีซ่าหรือไม่

ส่วนการครอบครองบุหรี่ไฟฟ้านั้น เขายอมรับว่า ไม่ทราบเลยว่าการซื้อและครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าในไทยเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เพราะไม่เคยมีประกาศแจ้งนักท่องเที่ยว
ที่มาของภาพ, BBC Thaiคำบรรยายภาพ, ชาลีน อัน หรือ อัน อวี๋ฉิง นักแสดงสาวไต้หวัน“ถ้าบอกบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ทำไมที่ตลาดขายได้ เพราะผมซื้อที่ห้วยขวาง และเห็นขายทั่วไป ทุกคนก็ใช้อยู่ ไม่เห็นมีปัญหา” สกาย กล่าว

“กัญชายังเปิดร้านขายได้เลย ทำไมบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย” เขาบอกว่า เมื่อพูดถึงตรงนี้ ตำรวจที่เขาพูดคุยอยู่มีท่าที “โมโห” ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สกายจึงพยายามเจรจาอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยว่า “ขอโอกาสพวกเขาได้ไหม” แต่ตำรวจตอบกลับว่า “ไม่ได้ ต้องไปโรงพัก” พร้อมขู่ว่า ถ้าไปโรงพักจะต้องถูกจับขังคุกอย่างน้อย 2 วัน

สถานการณ์จึงเป็นในลักษณะที่นายชูวิทย์สรุปว่า ตำรวจข่มขู่นักท่องเที่ยวชาวไต้หวันและสิงคโปร์ว่า จะถูกจับขังหากไปที่สถานีตำรวจ และเมื่อ สกาย ถามว่า “แล้วจะต้องทำยังไง” ตำรวจจึงเรียกรับเงินสำหรับนักท่องเที่ยว 4 คน บุหรี่ไฟฟ้า 3 แท่ง และไม่มีหนังสือเดินทาง เป็นเงิน 27,000 บาท
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, ชูวิทย์ ก้มโค้ง “ขอโทษแทนตำรวจไทย”แต่พฤติการณ์ที่น่าสงสัยของตำรวจ คือ ให้ สกาย นับเงิน พร้อมชี้ไปทางบริเวณสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เพื่อให้สังเกตกล้องวงจรปิด แต่เมื่อกำลังจะยื่นเงินให้ ตำรวจทำท่าทางให้สกาย และเพื่อน ๆ ยืนบังทิศทางของกล้องวงจรปิด เพื่อไม่ให้เห็นพฤติการณ์รับเงินของตำรวจ

สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมา สอดคล้องกับที่ ชาลีน อัน ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยก่อนหน้านี้ คือ “ตำรวจเก็บเงินไป แล้วยื่นบุหรี่ไฟฟ้า (ของเขาและเพื่อน) ให้ผมแล้วถ่ายรูป ยื่นให้ชาลีน และคนอื่น ๆ แล้วถ่ายรูปด้วย” โดยสกายเสริมว่า ในขณะนั้น ชาลีน อัน มีท่าทางเหนื่อยและเครียดมาก

“ผมไม่มีทางเลือก ผมต้องให้เงิน ถ้าผมมีทางเลือกผมคงไม่ทำหรอก” สกาย ยอมรับว่า ถูกข่มขู่ให้จ่ายเงินสินบนแก่ตำรวจ
ทำไมถึงไปห้วยขวางต่อการแถลงข่าวของ สกาย สอดคล้องกับบทสัมภาษณ์ของชาลีน อัน กับบีบีซีไทย ที่เธอยืนกรานว่า ไม่ได้พกบุหรี่ไฟฟ้าออกไปด้วยในวันนั้น แต่เธอไม่เคยปฏิเสธว่า ไม่เคยครอบครองและสูบบุหรี่ไฟฟ้า

ชาลีน อัน ยังให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยถึงกรณีปรากฎภาพเธอและเพื่อน ๆ ไปเดินตลาดกลางคืนที่ห้วยขวาง ว่า เธอไปเดินตลาดกลางคืนแถวห้วยขวางต่อจริง เพราะวางแผนจะไปทานอาหารที่ร้านอาหารในแถบนั้นอยู่แล้ว และตลาดแห่งนั้นก็อยู่ใกล้กับร้านอาหาร

ข้อมูลจากสกายทำให้สถานการณ์ชัดเจนขึ้น โดยสกายเล่าว่า ชาลีน อัน “รู้สึกโกรธมาก” จึงอยากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อที่ห้วยขวาง ซึ่งเขาได้ตามไปสมทบภายหลังนั่งแท็กซี่ไปส่งเพื่อนที่โรงแรม

ในกลุ่มเพื่อนราว 10 คน รวมถึงชาลีน อัน และสกาย ด้วย มีคนไทยที่เขาเล่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง ซึ่งคนไทยแนะนำว่า ครั้งหน้าอย่าพกเงินสดเยอะ และให้พกพาหนังสือเดินทาง เพื่อไม่ให้ตำรวจรีดไถเงินได้เช่นนี้ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ต่อมา ชาลีน อัน ได้นำไปโพสต์ในอินสตาแกรม และกลายเป็นประเด็นใหญ่ในสังคมไทยในเวลาต่อมา
ที่มาของภาพ, .คำบรรยายภาพ, ชาลีน อัน ไปแถวห้วยขวางต่อหลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสกาย ยังเปรียบเทียบว่า สถานการณ์ที่พวกเขาเจอนั้น เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่เคยเจอมาก่อน ในสิงคโปร์เอง เขาก็ไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้ และยอมรับว่า การกระทำของตำรวจไทยกับพวกเขา “ไม่มีเหตุผล” และทำให้เขา “กลัว”

ภายหลังการแถลงข่าว นายชูวิทย์ ได้โค้งและกล่าวขอโทษ สกาย แทน “ตำรวจไทย” ส่วนกรณีบุหรี่ไฟฟ้านั้น นายชูวิทย์ ระบุว่า “ชาวต่างชาติเขาจะรู้ไหม ก็เปิดขายกันทั่วไปตลาดห้วยขวาง ทองหล่อก็มี ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลให้ขายได้ยังไง”
มาตรการของตำรวจจนถึงตอนนี้ ผบ.ตร. ได้เซ็นย้าย ผกก.สน.ห้วยขวาง เพื่อเปิดทางให้กรรมการสอบสวนดำเนินการได้เต็มที่ และเป็นการลงโทษทางปกครองในฐานะ “เป็นหัวหน้าสถานีไม่สามารถควบคุมกำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาในสังกัด”

และวานนี้ (31 ม.ค.) พล.ต.ต.อัฎธพร วงศ์ศิริปรีดา ผบก.น.1 ได้เซ็นคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ จำนวน 5 นาย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตั้งด่านที่ สกาย และ ชาลีน อัน เผชิญในเช้ามืดวันที่ 5 ม.ค. โดยมีรายชื่อดังนี้

ร.ต.อ. ยอดฤทธิ์ ลางดุลเสน รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ร.ต.อ. ปฏิภาณ ศิริชัยวัฒนา รองสารวัตรอำนวยการ สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ด.ต. อธิเวช จุลพันธ์ ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ด.ต. กฤษฎา คำมะนา ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ส.ต.อ. เฉลิมชัย ศิริวังโส ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ส.ต.อ. วัชรนนท์ ขาวยอง ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลหัวยขวาง
ส.ต.อ. นันทวัชร์ สุวรรณา ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, ชูวิทย์นำปี๊บมาเพื่อให้ตำรวจ “คลุมศีรษะ”อย่างไรก็ดี นายชูวิทย์ วิพากษ์วิจารณ์ตำรวจนครบาลอย่างรุนแรงว่า เป็นการลงโทษตำรวจชั้นผู้น้อยของนายตำรวจระดับสูง เพื่อปกป้องตำแหน่งของตนเอง

“ตำรวจไม่ได้ปกป้องประเทศชาติ ปกป้องตัวเอง ปกป้องตำแหน่ง ลงโทษแต่ตำรวจชั้นผู้น้อย”
ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ? การนำเข้ามา หรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร หรือเคลื่อนย้ายของออกโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับ 4 เท่าของราคา หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ริบของทันที ตามกฎหมายมาตรา 242 ใน พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560

หากพบบุคคลใดว่าครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า ตำรวจสามารถใช้มาตรา 246 ว่าด้วย ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้ ซึ่งของที่รู้ว่าเป็นความผิดตามมาตรา 242 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับ 4 เท่าของราคาของ หรือทั้งจำทั้งปรับ

ดังนั้น การนำเข้า การผลิต การจำหน่าย ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายชัดเจน แต่ส่วนของผู้ครอบครองและใช้บุหรี่ไฟฟ้า แม้จะไม่มีความผิดโดยตรง แต่ก็จะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 246 ตามดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย

คาสิโนออนไลน์ บาคาร่าออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หวยออนไลน์ เกมส์ออนไลน์ แทงบอลออนไลน์
ชายสิงคโปร์อ้างตำรวจไทยข่มขู่ให้จ่าย 2.7 หมื่น ฐานพกบุหรี่ไฟฟ้าแลกติดคุก

ชายสิงคโปร์อ้างตำรวจไทยข่มขู่ให้จ่าย 2.7 หมื่น ฐานพกบุหรี่ไฟฟ้าแลกติดคุกที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, “สกาย” ชายสิงคโปร์ ที่อยู่ในเหตุการณ์กับ ชาลีน อัน นักแสดงสาวไต้หวันเมื่อ 9 ชั่วโมงที่แล้ว“สกาย” ชายสิงคโปร์ เพื่อนดาราสาวไต้หวัน ที่เป็นคนเจรจากับตำรวจที่ด่านตรวจ เผย ถูกตำรวจไทย “ข่มขู่” และให้จ่ายเงิน เพื่อไม่ต้องไป “โรงพัก-เข้าคุก” เป็นเงิน 27,000 บาท หลังตำรวจพบว่าเขาพกบุหรี่ไฟฟ้า ยืนยัน ดาราสาวไต้หวันไม่ได้พกไปในคืนวันนั้น

วันนี้ (1 ก.พ. 2566) นาย “สกาย” เพื่อนของ อัน อวี๋ฉิง หรือ ชาลีน อัน ดาราสาวไต้หวันที่เปิดเผยว่า ถูกตำรวจไทยรีดไถเงินเธอกับเพื่อน ๆ รวม 27,000 บาท ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวจากมุมมองของเขา นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย เป็นผู้ “ควักเงินส่วนตัว” จองตั๋วเครื่องบินให้นายสกาย เดินทางมาไทยจากสิงคโปร์ เพื่อแถลงข่าวชี้แจงสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด

สกาย เล่าว่า ไปเที่ยวไนต์คลับกับชาลีน อัน ก่อนจะเรียกรถแกร็บเพื่อเดินทางไปต่อย่านห้วยขวาง แต่กลับเจอด่านตำรวจระหว่างทาง และตำรวจเรียกให้เขาและเพื่อน ๆ ลงจากรถ

“ตำรวจบอกว่าอยากตรวจค้น เอาไฟฉายส่อง… เขาจับกระเป๋าตามตัวผม ผมก็เอาสิ่งของให้ดูทั้งหมด เขาบอกให้ผมถอดรองเท้า แล้วขอดูหนังสือเดินทาง ซึ่งผมไม่ได้เอาไป” สกาย แถลงข่าวเป็นภาษาไทย ที่เขาระบุว่า พูดได้ในระดับที่สื่อสารได้ เพราะเดินทางมาไทยบ่อยครั้ง

นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ยอมรับว่า เขาพกบุหรี่ไฟฟ้าไปด้วย เช่นเดียวกับเพื่อนอีกสองคน แต่ ชาลีน อัน ไม่ได้พกบุหรี่ไฟฟ้าไปด้วยในคืนนั้น แม้ว่าเธอจะสูบบุหรี่ไฟฟ้าบ้าง สรุปแล้ว กลุ่มเพื่อนของเขา รวมชาลีน อัน มีอยู่ด้วยกัน 4 คน พกพาบุหรี่ไฟฟ้า 3 แท่ง และไม่ได้พกพาหนังสือเดินทาง
“ฉันไม่ใช่วีรสตรี ไม่ได้อยากสู้กับตำรวจไทย”เที่ยวแบบ VVIP : ปมจ้างตำรวจไทยนำขบวน นทท. จีน สะท้อนภาพปราบโกงล้มเหลวหรือไม่ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าตำรวจไทยเจอต้องทำอย่างไรสกาย เล่าต่อว่า ตำรวจได้นำบุหรี่ไฟฟ้าไป แต่เมื่อชาลีน อัน พยายามถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์มือถือ ตำรวจมีท่าทีเปลี่ยนไป และมีท่าทีเชิงข่มขู่ว่า “คุณมีบุหรี่ไฟฟ้า พวกคุณต้องไปสถานีตำรวจ และอาจต้องติดคุกอย่างน้อย 2 ประเทศไทยวัน”

ในเวลานั้น มีตำรวจ 3 คนที่ สกาย ต้องเจรจาด้วย เพราะเป็นบุคคลในเดียวในกลุ่มที่พอจะพูดภาษาไทยได้ โดยตำรวจนายหนึ่ง ไม่ได้สวมเครื่องแบบ

สกาย จึงสอบถามตำรวจว่า “จะให้พวกเราทำอย่างไร” เพราะเขาไม่ได้พกหนังสือเดินทางมา แต่ด้วยความที่เป็นคนสิงคโปร์ ไม่ต้องใช้วีซ่าก็สามารถพำนักในไทยได้ไม่เกิน 30 วัน แต่ตำรวจไม่ยอม ระบุว่าต้องมีหนังสือเดินทางตัวจริง จากนั้น ตำรวจจึงระบุว่า “ขอคุยกับตำรวจยศใหญ่ก่อน”
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, นายชูวิทย์ เป็นผู้เชิญให้สกายมาแถลงข่าวในครั้งนี้“เขาก็กลับมาบอกว่า บุหรี่ไฟฟ้ามี 3 แท่ง ต้องจ่ายแท่งละ 8 พันบาท และเมื่อรวมกับการไม่มีหนังสือเดินทาง รวมเป็น 27,000 บาท” สกาย ย้อนบทสนทนาของเขากับตำรวจเมื่อวันที่ 5 ม.ค. 2566 “ผมก็บอกโอเค”

ภายหลังการแถลงข่าวร่วมกับ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์, นายกายจะเข้าให้ปากคำกับตำรวจ ถึงสิ่งที่เขาและเพื่อน ๆ เจอ เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาพิจารณาประกอบการดำเนินคดี

อย่างไรก็ตาม ในส่วนการดำเนินคดีกับนักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ในฐานะผู้ให้สินบนนั้น ยังไม่สามารถดำเนินการได้ในขณะนี้ เนื่องจากการจะดำเนินคดีในข้อหานี้ได้ นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ ต้องอยู่ในฐานะผู้เสนอให้สินบนเจ้าพนักงาน ไม่ได้ถูกข่มขู่บังคับ ดังนั้น การสอบปากคำนักท่องเที่ยวสิงคโปร์จึงสำคัญมาก และเป็นการสอบปากคำในฐานะพยาน โดยทีมสอบสวนได้เตรียมรูปถ่าย ตำรวจชุดตั้งด่านในวันเกิดเหตุทั้ง 14 นาย ให้ผู้เสียหายชี้ใน 3 ประเด็นหลัก ๆ คือ จ่ายเงินให้กับใคร, ใน 14 คนนี้มีใครบังคับขู่เข็นเรียกเงิน, และมีใครมีส่วนรู้เห็นจาการรีดรับเงินในครั้งนี้บ้าง
สิ่งที่เกิดขึ้นกับ สกาย, ชาลีน อัน, และเพื่อนอีก 2 คนสกาย เล่าว่า เขาเดินทางมาไทยบ่อยครั้ง ครั้งล่าสุด เดินทางมาอยู่ไทยตั้งแต่ 25 ธ.ค. 2565 เพื่อท่องเที่ยวไปจนถึงช่วงปีใหม่ ด้วยสถานะพลเมืองสิงคโปร์ เขาจึงไม่ต้องทำวีซ่า เพื่อพำนักไม่เกิน 30 วัน

ดังนั้น เขาจึงไม่เข้าใจว่า ทำไมตำรวจไทยที่พวกเขาเจอที่ด่านในคืนวันที่ 5 ม.ค. 2566 จึงคะยั้นคะยอจะดูหนังสือเดินทาง และตรวจว่าเขามีวีซ่าหรือไม่

ส่วนการครอบครองบุหรี่ไฟฟ้านั้น เขายอมรับว่า ไม่ทราบเลยว่าการซื้อและครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าในไทยเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เพราะไม่เคยมีประกาศแจ้งนักท่องเที่ยว
ที่มาของภาพ, BBC Thaiคำบรรยายภาพ, ชาลีน อัน หรือ อัน อวี๋ฉิง นักแสดงสาวไต้หวัน“ถ้าบอกบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ทำไมที่ตลาดขายได้ เพราะผมซื้อที่ห้วยขวาง และเห็นขายทั่วไป ทุกคนก็ใช้อยู่ ไม่เห็นมีปัญหา” สกาย กล่าว

“กัญชายังเปิดร้านขายได้เลย ทำไมบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย” เขาบอกว่า เมื่อพูดถึงตรงนี้ ตำรวจที่เขาพูดคุยอยู่มีท่าที “โมโห” ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สกายจึงพยายามเจรจาอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยว่า “ขอโอกาสพวกเขาได้ไหม” แต่ตำรวจตอบกลับว่า “ไม่ได้ ต้องไปโรงพัก” พร้อมขู่ว่า ถ้าไปโรงพักจะต้องถูกจับขังคุกอย่างน้อย 2 วัน

สถานการณ์จึงเป็นในลักษณะที่นายชูวิทย์สรุปว่า ตำรวจข่มขู่นักท่องเที่ยวชาวไต้หวันและสิงคโปร์ว่า จะถูกจับขังหากไปที่สถานีตำรวจ และเมื่อ สกาย ถามว่า “แล้วจะต้องทำยังไง” ตำรวจจึงเรียกรับเงินสำหรับนักท่องเที่ยว 4 คน บุหรี่ไฟฟ้า 3 แท่ง และไม่มีหนังสือเดินทาง เป็นเงิน 27,000 บาท
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, ชูวิทย์ ก้มโค้ง “ขอโทษแทนตำรวจไทย”แต่พฤติการณ์ที่น่าสงสัยของตำรวจ คือ ให้ สกาย นับเงิน พร้อมชี้ไปทางบริเวณสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เพื่อให้สังเกตกล้องวงจรปิด แต่เมื่อกำลังจะยื่นเงินให้ ตำรวจทำท่าทางให้สกาย และเพื่อน ๆ ยืนบังทิศทางของกล้องวงจรปิด เพื่อไม่ให้เห็นพฤติการณ์รับเงินของตำรวจ

สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมา สอดคล้องกับที่ ชาลีน อัน ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยก่อนหน้านี้ คือ “ตำรวจเก็บเงินไป แล้วยื่นบุหรี่ไฟฟ้า (ของเขาและเพื่อน) ให้ผมแล้วถ่ายรูป ยื่นให้ชาลีน และคนอื่น ๆ แล้วถ่ายรูปด้วย” โดยสกายเสริมว่า ในขณะนั้น ชาลีน อัน มีท่าทางเหนื่อยและเครียดมาก

“ผมไม่มีทางเลือก ผมต้องให้เงิน ถ้าผมมีทางเลือกผมคงไม่ทำหรอก” สกาย ยอมรับว่า ถูกข่มขู่ให้จ่ายเงินสินบนแก่ตำรวจ
ทำไมถึงไปห้วยขวางต่อการแถลงข่าวของ สกาย สอดคล้องกับบทสัมภาษณ์ของชาลีน อัน กับบีบีซีไทย ที่เธอยืนกรานว่า ไม่ได้พกบุหรี่ไฟฟ้าออกไปด้วยในวันนั้น แต่เธอไม่เคยปฏิเสธว่า ไม่เคยครอบครองและสูบบุหรี่ไฟฟ้า

ชาลีน อัน ยังให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยถึงกรณีปรากฎภาพเธอและเพื่อน ๆ ไปเดินตลาดกลางคืนที่ห้วยขวาง ว่า เธอไปเดินตลาดกลางคืนแถวห้วยขวางต่อจริง เพราะวางแผนจะไปทานอาหารที่ร้านอาหารในแถบนั้นอยู่แล้ว และตลาดแห่งนั้นก็อยู่ใกล้กับร้านอาหาร

ข้อมูลจากสกายทำให้สถานการณ์ชัดเจนขึ้น โดยสกายเล่าว่า ชาลีน อัน “รู้สึกโกรธมาก” จึงอยากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อที่ห้วยขวาง ซึ่งเขาได้ตามไปสมทบภายหลังนั่งแท็กซี่ไปส่งเพื่อนที่โรงแรม

ในกลุ่มเพื่อนราว 10 คน รวมถึงชาลีน อัน และสกาย ด้วย มีคนไทยที่เขาเล่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง ซึ่งคนไทยแนะนำว่า ครั้งหน้าอย่าพกเงินสดเยอะ และให้พกพาหนังสือเดินทาง เพื่อไม่ให้ตำรวจรีดไถเงินได้เช่นนี้ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ต่อมา ชาลีน อัน ได้นำไปโพสต์ในอินสตาแกรม และกลายเป็นประเด็นใหญ่ในสังคมไทยในเวลาต่อมา
ที่มาของภาพ, .คำบรรยายภาพ, ชาลีน อัน ไปแถวห้วยขวางต่อหลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสกาย ยังเปรียบเทียบว่า สถานการณ์ที่พวกเขาเจอนั้น เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่เคยเจอมาก่อน ในสิงคโปร์เอง เขาก็ไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้ และยอมรับว่า การกระทำของตำรวจไทยกับพวกเขา “ไม่มีเหตุผล” และทำให้เขา “กลัว”

ภายหลังการแถลงข่าว นายชูวิทย์ ได้โค้งและกล่าวขอโทษ สกาย แทน “ตำรวจไทย” ส่วนกรณีบุหรี่ไฟฟ้านั้น นายชูวิทย์ ระบุว่า “ชาวต่างชาติเขาจะรู้ไหม ก็เปิดขายกันทั่วไปตลาดห้วยขวาง ทองหล่อก็มี ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลให้ขายได้ยังไง”
มาตรการของตำรวจจนถึงตอนนี้ ผบ.ตร. ได้เซ็นย้าย ผกก.สน.ห้วยขวาง เพื่อเปิดทางให้กรรมการสอบสวนดำเนินการได้เต็มที่ และเป็นการลงโทษทางปกครองในฐานะ “เป็นหัวหน้าสถานีไม่สามารถควบคุมกำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาในสังกัด”

และวานนี้ (31 ม.ค.) พล.ต.ต.อัฎธพร วงศ์ศิริปรีดา ผบก.น.1 ได้เซ็นคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ จำนวน 5 นาย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตั้งด่านที่ สกาย และ ชาลีน อัน เผชิญในเช้ามืดวันที่ 5 ม.ค. โดยมีรายชื่อดังนี้

ร.ต.อ. ยอดฤทธิ์ ลางดุลเสน รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ร.ต.อ. ปฏิภาณ ศิริชัยวัฒนา รองสารวัตรอำนวยการ สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ด.ต. อธิเวช จุลพันธ์ ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ด.ต. กฤษฎา คำมะนา ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ส.ต.อ. เฉลิมชัย ศิริวังโส ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ส.ต.อ. วัชรนนท์ ขาวยอง ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลหัวยขวาง
ส.ต.อ. นันทวัชร์ สุวรรณา ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, ชูวิทย์นำปี๊บมาเพื่อให้ตำรวจ “คลุมศีรษะ”อย่างไรก็ดี นายชูวิทย์ วิพากษ์วิจารณ์ตำรวจนครบาลอย่างรุนแรงว่า เป็นการลงโทษตำรวจชั้นผู้น้อยของนายตำรวจระดับสูง เพื่อปกป้องตำแหน่งของตนเอง

“ตำรวจไม่ได้ปกป้องประเทศชาติ ปกป้องตัวเอง ปกป้องตำแหน่ง ลงโทษแต่ตำรวจชั้นผู้น้อย”
ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ? การนำเข้ามา หรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร หรือเคลื่อนย้ายของออกโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับ 4 เท่าของราคา หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ริบของทันที ตามกฎหมายมาตรา 242 ใน พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560

หากพบบุคคลใดว่าครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า ตำรวจสามารถใช้มาตรา 246 ว่าด้วย ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้ ซึ่งของที่รู้ว่าเป็นความผิดตามมาตรา 242 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับ 4 เท่าของราคาของ หรือทั้งจำทั้งปรับ

ดังนั้น การนำเข้า การผลิต การจำหน่าย ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายชัดเจน แต่ส่วนของผู้ครอบครองและใช้บุหรี่ไฟฟ้า แม้จะไม่มีความผิดโดยตรง แต่ก็จะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 246 ตามดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย

คาสิโนออนไลน์ บาคาร่าออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หวยออนไลน์ เกมส์ออนไลน์ แทงบอลออนไลน์
ชายสิงคโปร์อ้างตำรวจไทยข่มขู่ให้จ่าย 2.7 หมื่น ฐานพกบุหรี่ไฟฟ้าแลกติดคุก

ชายสิงคโปร์อ้างตำรวจไทยข่มขู่ให้จ่าย 2.7 หมื่น ฐานพกบุหรี่ไฟฟ้าแลกติดคุกที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, “สกาย” ชายสิงคโปร์ ที่อยู่ในเหตุการณ์กับ ชาลีน อัน นักแสดงสาวไต้หวันเมื่อ 9 ชั่วโมงที่แล้ว“สกาย” ชายสิงคโปร์ เพื่อนดาราสาวไต้หวัน ที่เป็นคนเจรจากับตำรวจที่ด่านตรวจ เผย ถูกตำรวจไทย “ข่มขู่” และให้จ่ายเงิน เพื่อไม่ต้องไป “โรงพัก-เข้าคุก” เป็นเงิน 27,000 บาท หลังตำรวจพบว่าเขาพกบุหรี่ไฟฟ้า ยืนยัน ดาราสาวไต้หวันไม่ได้พกไปในคืนวันนั้น

วันนี้ (1 ก.พ. 2566) นาย “สกาย” เพื่อนของ อัน อวี๋ฉิง หรือ ชาลีน อัน ดาราสาวไต้หวันที่เปิดเผยว่า ถูกตำรวจไทยรีดไถเงินเธอกับเพื่อน ๆ รวม 27,000 บาท ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวจากมุมมองของเขา นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย เป็นผู้ “ควักเงินส่วนตัว” จองตั๋วเครื่องบินให้นายสกาย เดินทางมาไทยจากสิงคโปร์ เพื่อแถลงข่าวชี้แจงสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด

สกาย เล่าว่า ไปเที่ยวไนต์คลับกับชาลีน อัน ก่อนจะเรียกรถแกร็บเพื่อเดินทางไปต่อย่านห้วยขวาง แต่กลับเจอด่านตำรวจระหว่างทาง และตำรวจเรียกให้เขาและเพื่อน ๆ ลงจากรถ

“ตำรวจบอกว่าอยากตรวจค้น เอาไฟฉายส่อง… เขาจับกระเป๋าตามตัวผม ผมก็เอาสิ่งของให้ดูทั้งหมด เขาบอกให้ผมถอดรองเท้า แล้วขอดูหนังสือเดินทาง ซึ่งผมไม่ได้เอาไป” สกาย แถลงข่าวเป็นภาษาไทย ที่เขาระบุว่า พูดได้ในระดับที่สื่อสารได้ เพราะเดินทางมาไทยบ่อยครั้ง

นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ยอมรับว่า เขาพกบุหรี่ไฟฟ้าไปด้วย เช่นเดียวกับเพื่อนอีกสองคน แต่ ชาลีน อัน ไม่ได้พกบุหรี่ไฟฟ้าไปด้วยในคืนนั้น แม้ว่าเธอจะสูบบุหรี่ไฟฟ้าบ้าง สรุปแล้ว กลุ่มเพื่อนของเขา รวมชาลีน อัน มีอยู่ด้วยกันประเทศไทย 4 คน พกพาบุหรี่ไฟฟ้า 3 แท่ง และไม่ได้พกพาหนังสือเดินทาง
“ฉันไม่ใช่วีรสตรี ไม่ได้อยากสู้กับตำรวจไทย”เที่ยวแบบ VVIP : ปมจ้างตำรวจไทยนำขบวน นทท. จีน สะท้อนภาพปราบโกงล้มเหลวหรือไม่ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าตำรวจไทยเจอต้องทำอย่างไรสกาย เล่าต่อว่า ตำรวจได้นำบุหรี่ไฟฟ้าไป แต่เมื่อชาลีน อัน พยายามถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์มือถือ ตำรวจมีท่าทีเปลี่ยนไป และมีท่าทีเชิงข่มขู่ว่า “คุณมีบุหรี่ไฟฟ้า พวกคุณต้องไปสถานีตำรวจ และอาจต้องติดคุกอย่างน้อย 2 วัน”

ในเวลานั้น มีตำรวจ 3 คนที่ สกาย ต้องเจรจาด้วย เพราะเป็นบุคคลในเดียวในกลุ่มที่พอจะพูดภาษาไทยได้ โดยตำรวจนายหนึ่ง ไม่ได้สวมเครื่องแบบ

สกาย จึงสอบถามตำรวจว่า “จะให้พวกเราทำอย่างไร” เพราะเขาไม่ได้พกหนังสือเดินทางมา แต่ด้วยความที่เป็นคนสิงคโปร์ ไม่ต้องใช้วีซ่าก็สามารถพำนักในไทยได้ไม่เกิน 30 วัน แต่ตำรวจไม่ยอม ระบุว่าต้องมีหนังสือเดินทางตัวจริง จากนั้น ตำรวจจึงระบุว่า “ขอคุยกับตำรวจยศใหญ่ก่อน”
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, นายชูวิทย์ เป็นผู้เชิญให้สกายมาแถลงข่าวในครั้งนี้“เขาก็กลับมาบอกว่า บุหรี่ไฟฟ้ามี 3 แท่ง ต้องจ่ายแท่งละ 8 พันบาท และเมื่อรวมกับการไม่มีหนังสือเดินทาง รวมเป็น 27,000 บาท” สกาย ย้อนบทสนทนาของเขากับตำรวจเมื่อวันที่ 5 ม.ค. 2566 “ผมก็บอกโอเค”

ภายหลังการแถลงข่าวร่วมกับ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์, นายกายจะเข้าให้ปากคำกับตำรวจ ถึงสิ่งที่เขาและเพื่อน ๆ เจอ เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาพิจารณาประกอบการดำเนินคดี

อย่างไรก็ตาม ในส่วนการดำเนินคดีกับนักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ในฐานะผู้ให้สินบนนั้น ยังไม่สามารถดำเนินการได้ในขณะนี้ เนื่องจากการจะดำเนินคดีในข้อหานี้ได้ นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ ต้องอยู่ในฐานะผู้เสนอให้สินบนเจ้าพนักงาน ไม่ได้ถูกข่มขู่บังคับ ดังนั้น การสอบปากคำนักท่องเที่ยวสิงคโปร์จึงสำคัญมาก และเป็นการสอบปากคำในฐานะพยาน โดยทีมสอบสวนได้เตรียมรูปถ่าย ตำรวจชุดตั้งด่านในวันเกิดเหตุทั้ง 14 นาย ให้ผู้เสียหายชี้ใน 3 ประเด็นหลัก ๆ คือ จ่ายเงินให้กับใคร, ใน 14 คนนี้มีใครบังคับขู่เข็นเรียกเงิน, และมีใครมีส่วนรู้เห็นจาการรีดรับเงินในครั้งนี้บ้าง
สิ่งที่เกิดขึ้นกับ สกาย, ชาลีน อัน, และเพื่อนอีก 2 คนสกาย เล่าว่า เขาเดินทางมาไทยบ่อยครั้ง ครั้งล่าสุด เดินทางมาอยู่ไทยตั้งแต่ 25 ธ.ค. 2565 เพื่อท่องเที่ยวไปจนถึงช่วงปีใหม่ ด้วยสถานะพลเมืองสิงคโปร์ เขาจึงไม่ต้องทำวีซ่า เพื่อพำนักไม่เกิน 30 วัน

ดังนั้น เขาจึงไม่เข้าใจว่า ทำไมตำรวจไทยที่พวกเขาเจอที่ด่านในคืนวันที่ 5 ม.ค. 2566 จึงคะยั้นคะยอจะดูหนังสือเดินทาง และตรวจว่าเขามีวีซ่าหรือไม่

ส่วนการครอบครองบุหรี่ไฟฟ้านั้น เขายอมรับว่า ไม่ทราบเลยว่าการซื้อและครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าในไทยเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เพราะไม่เคยมีประกาศแจ้งนักท่องเที่ยว
ที่มาของภาพ, BBC Thaiคำบรรยายภาพ, ชาลีน อัน หรือ อัน อวี๋ฉิง นักแสดงสาวไต้หวัน“ถ้าบอกบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ทำไมที่ตลาดขายได้ เพราะผมซื้อที่ห้วยขวาง และเห็นขายทั่วไป ทุกคนก็ใช้อยู่ ไม่เห็นมีปัญหา” สกาย กล่าว

“กัญชายังเปิดร้านขายได้เลย ทำไมบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย” เขาบอกว่า เมื่อพูดถึงตรงนี้ ตำรวจที่เขาพูดคุยอยู่มีท่าที “โมโห” ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สกายจึงพยายามเจรจาอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยว่า “ขอโอกาสพวกเขาได้ไหม” แต่ตำรวจตอบกลับว่า “ไม่ได้ ต้องไปโรงพัก” พร้อมขู่ว่า ถ้าไปโรงพักจะต้องถูกจับขังคุกอย่างน้อย 2 วัน

สถานการณ์จึงเป็นในลักษณะที่นายชูวิทย์สรุปว่า ตำรวจข่มขู่นักท่องเที่ยวชาวไต้หวันและสิงคโปร์ว่า จะถูกจับขังหากไปที่สถานีตำรวจ และเมื่อ สกาย ถามว่า “แล้วจะต้องทำยังไง” ตำรวจจึงเรียกรับเงินสำหรับนักท่องเที่ยว 4 คน บุหรี่ไฟฟ้า 3 แท่ง และไม่มีหนังสือเดินทาง เป็นเงิน 27,000 บาท
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, ชูวิทย์ ก้มโค้ง “ขอโทษแทนตำรวจไทย”แต่พฤติการณ์ที่น่าสงสัยของตำรวจ คือ ให้ สกาย นับเงิน พร้อมชี้ไปทางบริเวณสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เพื่อให้สังเกตกล้องวงจรปิด แต่เมื่อกำลังจะยื่นเงินให้ ตำรวจทำท่าทางให้สกาย และเพื่อน ๆ ยืนบังทิศทางของกล้องวงจรปิด เพื่อไม่ให้เห็นพฤติการณ์รับเงินของตำรวจ

สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมา สอดคล้องกับที่ ชาลีน อัน ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยก่อนหน้านี้ คือ “ตำรวจเก็บเงินไป แล้วยื่นบุหรี่ไฟฟ้า (ของเขาและเพื่อน) ให้ผมแล้วถ่ายรูป ยื่นให้ชาลีน และคนอื่น ๆ แล้วถ่ายรูปด้วย” โดยสกายเสริมว่า ในขณะนั้น ชาลีน อัน มีท่าทางเหนื่อยและเครียดมาก

“ผมไม่มีทางเลือก ผมต้องให้เงิน ถ้าผมมีทางเลือกผมคงไม่ทำหรอก” สกาย ยอมรับว่า ถูกข่มขู่ให้จ่ายเงินสินบนแก่ตำรวจ
ทำไมถึงไปห้วยขวางต่อการแถลงข่าวของ สกาย สอดคล้องกับบทสัมภาษณ์ของชาลีน อัน กับบีบีซีไทย ที่เธอยืนกรานว่า ไม่ได้พกบุหรี่ไฟฟ้าออกไปด้วยในวันนั้น แต่เธอไม่เคยปฏิเสธว่า ไม่เคยครอบครองและสูบบุหรี่ไฟฟ้า

ชาลีน อัน ยังให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยถึงกรณีปรากฎภาพเธอและเพื่อน ๆ ไปเดินตลาดกลางคืนที่ห้วยขวาง ว่า เธอไปเดินตลาดกลางคืนแถวห้วยขวางต่อจริง เพราะวางแผนจะไปทานอาหารที่ร้านอาหารในแถบนั้นอยู่แล้ว และตลาดแห่งนั้นก็อยู่ใกล้กับร้านอาหาร

ข้อมูลจากสกายทำให้สถานการณ์ชัดเจนขึ้น โดยสกายเล่าว่า ชาลีน อัน “รู้สึกโกรธมาก” จึงอยากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อที่ห้วยขวาง ซึ่งเขาได้ตามไปสมทบภายหลังนั่งแท็กซี่ไปส่งเพื่อนที่โรงแรม

ในกลุ่มเพื่อนราว 10 คน รวมถึงชาลีน อัน และสกาย ด้วย มีคนไทยที่เขาเล่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง ซึ่งคนไทยแนะนำว่า ครั้งหน้าอย่าพกเงินสดเยอะ และให้พกพาหนังสือเดินทาง เพื่อไม่ให้ตำรวจรีดไถเงินได้เช่นนี้ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ต่อมา ชาลีน อัน ได้นำไปโพสต์ในอินสตาแกรม และกลายเป็นประเด็นใหญ่ในสังคมไทยในเวลาต่อมา
ที่มาของภาพ, .คำบรรยายภาพ, ชาลีน อัน ไปแถวห้วยขวางต่อหลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสกาย ยังเปรียบเทียบว่า สถานการณ์ที่พวกเขาเจอนั้น เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่เคยเจอมาก่อน ในสิงคโปร์เอง เขาก็ไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้ และยอมรับว่า การกระทำของตำรวจไทยกับพวกเขา “ไม่มีเหตุผล” และทำให้เขา “กลัว”

ภายหลังการแถลงข่าว นายชูวิทย์ ได้โค้งและกล่าวขอโทษ สกาย แทน “ตำรวจไทย” ส่วนกรณีบุหรี่ไฟฟ้านั้น นายชูวิทย์ ระบุว่า “ชาวต่างชาติเขาจะรู้ไหม ก็เปิดขายกันทั่วไปตลาดห้วยขวาง ทองหล่อก็มี ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลให้ขายได้ยังไง”
มาตรการของตำรวจจนถึงตอนนี้ ผบ.ตร. ได้เซ็นย้าย ผกก.สน.ห้วยขวาง เพื่อเปิดทางให้กรรมการสอบสวนดำเนินการได้เต็มที่ และเป็นการลงโทษทางปกครองในฐานะ “เป็นหัวหน้าสถานีไม่สามารถควบคุมกำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาในสังกัด”

และวานนี้ (31 ม.ค.) พล.ต.ต.อัฎธพร วงศ์ศิริปรีดา ผบก.น.1 ได้เซ็นคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ จำนวน 5 นาย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตั้งด่านที่ สกาย และ ชาลีน อัน เผชิญในเช้ามืดวันที่ 5 ม.ค. โดยมีรายชื่อดังนี้

ร.ต.อ. ยอดฤทธิ์ ลางดุลเสน รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ร.ต.อ. ปฏิภาณ ศิริชัยวัฒนา รองสารวัตรอำนวยการ สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ด.ต. อธิเวช จุลพันธ์ ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ด.ต. กฤษฎา คำมะนา ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ส.ต.อ. เฉลิมชัย ศิริวังโส ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ส.ต.อ. วัชรนนท์ ขาวยอง ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลหัวยขวาง
ส.ต.อ. นันทวัชร์ สุวรรณา ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, ชูวิทย์นำปี๊บมาเพื่อให้ตำรวจ “คลุมศีรษะ”อย่างไรก็ดี นายชูวิทย์ วิพากษ์วิจารณ์ตำรวจนครบาลอย่างรุนแรงว่า เป็นการลงโทษตำรวจชั้นผู้น้อยของนายตำรวจระดับสูง เพื่อปกป้องตำแหน่งของตนเอง

“ตำรวจไม่ได้ปกป้องประเทศชาติ ปกป้องตัวเอง ปกป้องตำแหน่ง ลงโทษแต่ตำรวจชั้นผู้น้อย”
ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ? การนำเข้ามา หรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร หรือเคลื่อนย้ายของออกโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับ 4 เท่าของราคา หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ริบของทันที ตามกฎหมายมาตรา 242 ใน พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560

หากพบบุคคลใดว่าครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า ตำรวจสามารถใช้มาตรา 246 ว่าด้วย ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้ ซึ่งของที่รู้ว่าเป็นความผิดตามมาตรา 242 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับ 4 เท่าของราคาของ หรือทั้งจำทั้งปรับ

ดังนั้น การนำเข้า การผลิต การจำหน่าย ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายชัดเจน แต่ส่วนของผู้ครอบครองและใช้บุหรี่ไฟฟ้า แม้จะไม่มีความผิดโดยตรง แต่ก็จะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 246 ตามดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย