หวยออนไลน์
mgm99win หวยลาว หวยไทย หวยรัฐบาล อัตราจ่ายสูงที่สุด

Mgm99win แพลตฟอร์มออนไลน์ หวยลาว ที่โด่งดังในประเทศลาวแห่งนี้เป็นที่รู้จักจากการนำเสนอลอตเตอรี่ที่หลากหลาย รวมถึงลอตเตอรี่ลาว ภาษาไทย และสลากกินแบ่งรัฐบาล แพลตฟอร์มนี้มุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การเล่นที่ปลอดภัยและเชื่อมั่นได้ให้กับผู้ใช้ เพื่อให้มั่นใจว่าพวกเขาสามารถเพลิดเพลินใจไปกับลอตเตอรี่ตัวโปรดได้โดยไม่ต้องกังวลอะไรก็ตามแพลตฟอร์มนี้ได้รับกิตติศัพท์ในด้านความเป็นมืออาชีพและความโปร่งใส ทำให้มั่นใจได้ว่าการทำธุรกรรมทั้งหมดมีความปลอดภัยและยุติธรรม สิ่งนี้ทำให้เป็นตัวเลือกยอดนิยมในหมู่ผู้ที่ชื่นชอบลอตเตอรี่ในลาว ซึ่งชื่นชมความมุ่งมั่นของแพลตฟอร์มในการตอบสนองความพึงพอใจของผู้ใช้ ด้วยอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่ายและลอตเตอรี่ที่มีให้เลือกมากมาย จึงเป็นแพลตฟอร์มที่ยอดเยี่ยมสำหรับใครก็ตามที่อยากลองเสี่ยงโชคกับลอตเตอรี่ เราได้สร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองในฐานะจุดหมายปลายทางที่เชื่อมั่นได้สำหรับผู้ที่ชื่นชอบลอตเตอรี่ หนึ่งในคุณสมบัติที่สำคัญของ mgm99win คืออัตราการจ่ายเงินที่สูงซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มที่สูงที่สุด ซึ่งหมายความว่าผู้เล่นมีโอกาสมากขึ้นในการชนะรางวัลใหญ่จากการเดิมพัน สำหรับผู้ที่แสวงหาความตื่นเต้นและความสะดวกสบายในการเล่นลอตเตอรี่ออนไลน์ การสำรวจเว็บไซต์ลอตเตอรี่ที่มีชื่อเสียงและโปร่งใสนั้นคุ้มค่า แพลตฟอร์มเหล่านี้ให้โอกาสในการมีส่วนร่วมในลอตเตอรีต่างๆจากความสะดวกสบายในบ้านของคุณเองหรือระหว่างเดินทางผ่านอินเทอร์เฟซที่ปลอดภัยและใช้งานง่าย ยิ่งไปกว่านี้ เว็บไซต์ลอตเตอรีที่มีการจัดการอย่างมืออาชีพทำให้มั่นใจได้ว่ายุติธรรมและโปร่งใส พร้อมผลสรุปที่แม่นยำและตรงเวลา ความสะดวกในการเล่นออนไลน์พร้อมกันไปกับการรับประกันความโปร่งใสและการจัดการอย่างมืออาชีพ ทำให้การเล่นลอตเตอรีออนไลน์เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการทดลองโชคและมีโอกาสชนะรางวัลใหญ่

เดิมพันขั้นต่ำ 1 บาท ที่นี่ที่เดียว หวยออนไลน์ mgm99win

เดิมพันขั้นต่ำ 1 บาท ที่นี่ที่เดียว หวยออนไลน์ mgm99win

MGM99WIN ที่แพลตฟอร์มของเรา พวกเรามีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งในการเสนอโอกาสพิเศษอย่างแท้จริงแก่ลูกค้าของเราในการเข้าร่วมเกมลอตเตอรีออนไลน์ด้วยการเดิมพันขั้นต่ำเพียงแต่ 1 บาท เรามั่นใจว่าข้อเสนอสุดพิเศษนี้ทำให้พวกเราแตกไม่เหมือนกับผู้ให้บริการลอตเตอรี่ออนไลน์รายอื่น และมอบโอกาสให้ลูกค้าของเรามีส่วนร่วมในลอตเตอรี่ด้วยการลงทุนเพียงเล็กน้อย ความมุ่งมั่นของเราในการมอบประสบการณ์การเล่นเกมที่เหนือชั้นนั้นสะท้อนให้มองเห็นในการนำเสนอคุณค่าที่ยอดเยี่ยมของเรา ซึ่งกระตุ้นให้ผู้เล่นมีส่วนร่วมในเกมของเราและสนุกไปกับความตื่นเต้นของลอตเตอรี่ เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะมอบโอกาสพิเศษนี้ให้กับลูกค้าของพวกเราและมั่นใจว่าจะช่วยยกระดับประสบการณ์การเล่นเกมโดยรวมของพวกเขา พวกเราเข้าใจถึงความสำคัญของการให้บริการแก่ผู้เล่นทุกประเภท ซึ่งเป็นเหตุผลที่เราแนะนำตัวเลือกการเดิมพันขั้นต่ำนี้ ที่แพลตฟอร์มลอตเตอรีออนไลน์ของเรา เราให้ความสำคัญกับการนำเสนอประสบการณ์ที่ราบรื่นและไม่ยุ่งยากแก่ผู้เล่นของพวกเรา เกมลอตเตอรีของพวกเราได้รับการออกแบบโดยใส่ใจในเนื้อหาและเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อให้แน่ใจว่าจะได้รับประสบการณ์การเล่นเกมที่ราบรื่นและสะดวกสบาย เราเข้าใจถึงความสำคัญของการช่วยสำหรับการเข้าถึงและมุ่งมั่นที่จะให้ทุกคนสามารถเข้าถึงเกมลอตเตอรีของพวกเราได้ โดยไม่คำนึงถึงสถานที่หรืออุปกรณ์ของพวกเขา พวกเราอัปเดตและอัปเกรดแพลตฟอร์มของเราอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้แน่ใจว่าใช้งานง่าย ความมุ่งมั่นของเราในการมอบประสบการณ์การเล่นเกมระดับสุดยอดให้กับผู้เล่นของพวกเรานั้นไม่เปลี่ยนแปลง และพวกเรามองหาวิธีปรับปรุงแก้ไขบริการของเราอยู่เป็นประจำ เรามุ่งมั่นที่จะเสนอเกมลอตเตอรีออนไลน์ที่ยุติธรรมและปลอดภัย และการเดิมพันขั้นต่ำ 1 บาทเป็นสิ่งพิสูจน์ถึงความทุ่มเทของเราในการมอบประสบการณ์การเล่นเกมที่เหนือกว่า

mgm99winติดอันดับ TOP 10 เว็บแทงหวยออนไลน์ที่ดีที่สุด

mgm99winติดอันดับ TOP 10 เว็บแทงหวยออนไลน์ที่ดีที่สุด

MGM99WINพวกเรารู้สึกตื่นเต้นที่จะแบ่งปันว่าพวกเราได้รวมอยู่ใน 10 อันดับแรกของเว็บไซต์เดิมพันลอตเตอรีออนไลน์ ความสำเร็จนี้เป็นเครื่องบ่งชี้ที่ชัดเจนถึงความทุ่มเทของพวกเราในการให้บริการที่เยี่ยมแก่ลูกค้าผู้มีอุปการะคุณ เราเข้าใจดีว่าในโลกของการเดิมพันลอตเตอรีออนไลน์ ความไว้วางใจและความน่าเชื่อมั่นเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง และตำแหน่งของพวกเราในการจัดอันดับนี้เป็นข้อพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นที่ไม่เปลี่ยนแปลงของเราต่อหลักการกลุ่มนี้ เราภูมิใจที่ได้รับการยอมรับนี้และจะยังคงมุ่งมั่นสู่ความยอดเยี่ยมในทุกด้านของการดำเนินงานเพื่อให้แน่ใจว่าลูกค้าของพวกเราจะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แพลตฟอร์มของเราภูมิใจนำเสนอเกมลอตเตอรีที่หลากหลายจากทั่วทั้งโลก ด้วยอินเทอร์เฟซที่เป็นมิตรต่อผู้ใช้ของพวกเรา ผู้ใช้สามารถนำทางผ่านเกมที่พวกเราคัดสรรมาและเลือกเกมที่เหมาะกับความต้องการของพวกเขามากที่สุด นอกเหนือจากนี้ พวกเราเข้าใจถึงความสำคัญของตัวเลือกการจ่ายเงินที่ปลอดภัย ซึ่งเป็นเหตุผลว่าเพราะเหตุใดพวกเราจึงนำเสนอตัวเลือกการชำระเงินที่หลากหลายและเชื่อมั่นได้เพื่อให้แน่ใจว่าขั้นตอนการทำธุรกรรมจะราบรื่นและปลอดภัย แพลตฟอร์มของพวกเรามุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ผู้ใช้ที่ยอดเยี่ยม และเรามุ่งมั่นที่จะทำให้เกินความคาดหวังของผู้ใช้ในทุกขั้นตอน เข้าร่วมกับพวกเราวันนี้และสัมผัสกับความตื่นเต้นของการเล่นเกมลอตเตอรีจากทั่วทุกมุมโลก ยิ่งไปกว่านี้ พวกเรายังให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัย เพื่อให้มั่นใจถึงความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลทางการเงินของลูกค้า ทีมสนับสนุนลูกค้าที่ทุ่มเทของเราพร้อมให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อช่วยเหลือในการสอบถามหรือข้อกังวลอะไรก็แล้วแต่พวกเรามุ่งมั่นที่จะรักษาตำแหน่งของเราในฐานะเว็บไซต์เดิมพันลอตเตอรีออนไลน์อันดับต้นๆและปรับแก้บริการของพวกเราอย่างตลอดเพื่อประโยชน์ของลูกค้าผู้มีอุปการะคุณ

คาสิโนออนไลน์ บาคาร่าออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หวยออนไลน์ เกมส์ออนไลน์ แทงบอลออนไลน์
สล็อตออนไลน์แจ็กเพียงพอตแตกง่าย เล่นพอดี superslot ทุกเว็บไซต์

แจ็คพอตสล็อตออนไลน์เป็นเลิศในตัวเลือกเกมยอดนิยมสูงสุดบนอินเทอร์เน็ตในขณะนี้ เกมพวกนี้มอบโอกาสให้ผู้เล่นได้รับเงินปริมาณมากมายด้วยการกดเมาส์เพียงแต่ไม่จำนวนกี่ครั้ง อย่างไรก็แล้วแต่ ผู้เล่นบางบุคคลบางทีอาจไม่สบายใจเกี่ยวกับความปลอดภัยและก็ความน่าวางใจของเกมพวกนี้ โชคดีที่การพัฒนาปัจจุบันในเทคโนโลยีเกมออนไลน์ทำให้การเล่นและก็ชนะแจ็คพอตสล็อตออนไลน์ง่ายดายกว่าที่เคย เกมพวกนี้สามารถเข้าถึงได้จากเว็บ superslot ทุกเว็บไซต์ แล้วก็ได้รับการออกแบบมาให้ทำลายได้ง่าย เพื่อผู้เล่นสามารถรับเงินจากการชนะได้อย่างเร็วแล้วก็ง่ายมาก เพราะอะไรจะต้องคอย? เริ่มเล่นแจ็คพอตสล็อตออนไลน์วันนี้แล้วก็ดูด้วยตัวคุณเองว่าการทำให้มั่งมีนั้นง่ายแค่ไหน!

 

แจ็คพอตสล็อตออนไลน์เป็นตัวเลือกยอดฮิตในกลุ่มคนที่ติดอกติดใจคาสิโนออนไลน์เนื่องด้วยรางวัลสูงและก็แบบอย่างการเล่นที่น่าสนใจดวงใจ สล็อตพวกนี้ทำลายได้ง่ายและก็สามารถเล่นได้ในทุกเว็บของ superslot ทำให้ผู้เล่นหลายชนิดสามารถเข้าถึงได้ ความง่ายๆของการเล่นเกมรวมทั้งจังหวะสำหรับเพื่อการชนะรางวัลใหญ่ทำให้แจ็คพอตออนไลน์เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจหัวใจสำหรับผู้เล่นที่ปรารถนาเพิ่มเงินรางวัล อย่างไรก็ดี สิ่งจำเป็นสำหรับผู้เล่นเป็นการใช้ความรอบคอบและก็ใช้กรรมวิธีพนันอย่างมีความรับผิดชอบเพื่อเลี่ยงการสูญเสียทางด้านการเงิน โดยรวมแล้ว แจ็คพอตสล็อตออนไลน์พรีเซ็นท์ประสบการณ์การเล่นเกมที่น่าระทึกใจรวมทั้งอาจมีผลกำไร ซึ่งผู้เล่นทุกขีดความสามารถสามารถเพลิดเพลินใจได้

รวมเกมสล็อตออนไลน์ superslot777 ไม่จำกัดการพนัน

img
 

superslot ทุกเว็บไซต์ เกมสล็อตออนไลน์เป็นเยี่ยมในแบบการเดิมพันออนไลน์ยอดนิยมเยอะที่สุดในตอนนี้ ด้วยการเพิ่มขึ้นของคาสิโนออนไลน์ ผู้เล่นสามารถเพลิดเพลินเจริญใจกับเกมสล็อตที่มากมายจากความสบายสบายในบ้านของพวกเขาเอง จุดเด่นอย่างหนึ่งของการเล่นสล็อตออนไลน์เป็นช่องทางสำหรับในการเล่นโดยไม่กำหนดการพนัน ซึ่งแปลว่าผู้เล่นสามารถสนุกสนานกับเกมโดยไม่จำเป็นที่จะต้องมาวิตกกังวลเกี่ยวกับการพนันอย่างน้อยหรือสูงสุด สิ่งนี้เย้ายวนใจผู้เล่นทั่วๆไปที่ปรารถนาสนุกสนานกับเกมโดยไม่เสียเงินเสียทอง ด้วยการรวมเกมสล็อตออนไลน์ที่ไม่จำกัดการพนัน คาสิโนออนไลน์ก็เลยสามารถสนองตอบผู้เล่นได้นานัปการขึ้นแล้วก็มอบประสบการณ์การเล่นเกมที่บันเทิงใจรวมทั้งเป็นธรรม

 

เกมสล็อตออนไลน์เป็นที่นิยมมากเพิ่มขึ้นในตอนไม่กี่ปีที่ล่วงเลยไป ทำให้ผู้เล่นได้รับความสบายสบายและก็ความระทึกใจสำหรับในการเล่นเกมคาสิโนจากความสบายสบายในบ้านของพวกเขาเอง จุดเด่นอย่างหนึ่งของการเล่นสล็อตออนไลน์เป็นความรู้ความเข้าใจสำหรับการเล่นโดยไม่กำหนดการพนัน ทำให้ผู้เล่นสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการชำระเงินได้อย่างแท้จริง สิ่งนี้มีประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้เล่นระดับค่อนข้างสูงที่อยากรับช่องทางสำหรับการพนันที่มากขึ้นแล้วก็ได้โอกาสชนะรางวัลใหญ่ ด้วยการรวมเกมสล็อตออนไลน์ที่ไม่มีการจำกัดการพนัน แพลตฟอร์มยกตัวอย่างเช่น superslot777 มอบประสบการณ์การเล่นเกมขั้นยอดเยี่ยมแก่ผู้เล่น มอบโอกาสที่ไม่สิ้นสุดสำหรับความระทึกใจและก็รางวัล ด้วยประการฉะนี้ ผู้เล่นก็เลยสามารถเพลินไปกับความระทึกใจของเกมโดยไม่มีข้อจำกัด ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับอีกทั้งผู้เล่นทั่วๆไปรวมทั้งผู้เล่นแท้จริงจัง

 

 

คาสิโนออนไลน์ บาคาร่าออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หวยออนไลน์ เกมส์ออนไลน์ แทงบอลออนไลน์
ชายสิงคโปร์อ้างตำรวจไทยข่มขู่ให้จ่าย 2.7 หมื่น ฐานพกบุหรี่ไฟฟ้าแลกติดคุก

ชายสิงคโปร์อ้างตำรวจไทยข่มขู่ให้จ่าย 2.7 หมื่น ฐานพกบุหรี่ไฟฟ้าแลกติดคุกที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, “สกาย” ชายสิงคโปร์ ที่อยู่ในเหตุการณ์กับ ชาลีน อัน นักแสดงสาวไต้หวันเมื่อ 9 ชั่วโมงที่แล้ว“สกาย” ชายสิงคโปร์ เพื่อนดาราสาวไต้หวัน ที่เป็นคนเจรจากับตำรวจที่ด่านตรวจ เผย ถูกตำรวจไทย “ข่มขู่” และให้จ่ายเงิน เพื่อไม่ต้องไป “โรงพัก-เข้าคุก” เป็นเงิน 27,000 บาท หลังตำรวจพบว่าเขาพกบุหรี่ไฟฟ้า ยืนยัน ดาราสาวไต้หวันไม่ได้พกไปในคืนวันนั้น

วันนี้ (1 ก.พ. 2566) นาย “สกาย” เพื่อนของ อัน อวี๋ฉิง หรือ ชาลีน อัน ดาราสาวไต้หวันที่เปิดเผยว่า ถูกตำรวจไทยรีดไถเงินเธอกับเพื่อน ๆ รวม 27,000 บาท ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวจากมุมมองของเขา นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย เป็นผู้ “ควักเงินส่วนตัว” จองตั๋วเครื่องบินให้นายสกาย เดินทางมาไทยจากสิงคโปร์ เพื่อแถลงข่าวชี้แจงสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด

สกาย เล่าว่า ไปเที่ยวไนต์คลับกับชาลีน อัน ก่อนจะเรียกรถแกร็บเพื่อเดินทางไปต่อย่านห้วยขวาง แต่กลับเจอด่านตำรวจระหว่างทาง และตำรวจเรียกให้เขาและเพื่อน ๆ ลงจากรถ

“ตำรวจบอกว่าอยากตรวจค้น เอาไฟฉายส่อง… เขาจับกระเป๋าตามตัวผม ผมก็เอาสิ่งของให้ดูทั้งหมด เขาบอกให้ผมถอดรองเท้า แล้วขอดูหนังสือเดินทาง ซึ่งผมไม่ได้เอาไป” สกาย แถลงข่าวเป็นภาษาไทย ที่เขาระบุว่า พูดได้ประเทศไทยในระดับที่สื่อสารได้ เพราะเดินทางมาไทยบ่อยครั้ง

นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ยอมรับว่า เขาพกบุหรี่ไฟฟ้าไปด้วย เช่นเดียวกับเพื่อนอีกสองคน แต่ ชาลีน อัน ไม่ได้พกบุหรี่ไฟฟ้าไปด้วยในคืนนั้น แม้ว่าเธอจะสูบบุหรี่ไฟฟ้าบ้าง สรุปแล้ว กลุ่มเพื่อนของเขา รวมชาลีน อัน มีอยู่ด้วยกัน 4 คน พกพาบุหรี่ไฟฟ้า 3 แท่ง และไม่ได้พกพาหนังสือเดินทาง
“ฉันไม่ใช่วีรสตรี ไม่ได้อยากสู้กับตำรวจไทย”เที่ยวแบบ VVIP : ปมจ้างตำรวจไทยนำขบวน นทท. จีน สะท้อนภาพปราบโกงล้มเหลวหรือไม่ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าตำรวจไทยเจอต้องทำอย่างไรสกาย เล่าต่อว่า ตำรวจได้นำบุหรี่ไฟฟ้าไป แต่เมื่อชาลีน อัน พยายามถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์มือถือ ตำรวจมีท่าทีเปลี่ยนไป และมีท่าทีเชิงข่มขู่ว่า “คุณมีบุหรี่ไฟฟ้า พวกคุณต้องไปสถานีตำรวจ และอาจต้องติดคุกอย่างน้อย 2 วัน”

ในเวลานั้น มีตำรวจ 3 คนที่ สกาย ต้องเจรจาด้วย เพราะเป็นบุคคลในเดียวในกลุ่มที่พอจะพูดภาษาไทยได้ โดยตำรวจนายหนึ่ง ไม่ได้สวมเครื่องแบบ

สกาย จึงสอบถามตำรวจว่า “จะให้พวกเราทำอย่างไร” เพราะเขาไม่ได้พกหนังสือเดินทางมา แต่ด้วยความที่เป็นคนสิงคโปร์ ไม่ต้องใช้วีซ่าก็สามารถพำนักในไทยได้ไม่เกิน 30 วัน แต่ตำรวจไม่ยอม ระบุว่าต้องมีหนังสือเดินทางตัวจริง จากนั้น ตำรวจจึงระบุว่า “ขอคุยกับตำรวจยศใหญ่ก่อน”
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, นายชูวิทย์ เป็นผู้เชิญให้สกายมาแถลงข่าวในครั้งนี้“เขาก็กลับมาบอกว่า บุหรี่ไฟฟ้ามี 3 แท่ง ต้องจ่ายแท่งละ 8 พันบาท และเมื่อรวมกับการไม่มีหนังสือเดินทาง รวมเป็น 27,000 บาท” สกาย ย้อนบทสนทนาของเขากับตำรวจเมื่อวันที่ 5 ม.ค. 2566 “ผมก็บอกโอเค”

ภายหลังการแถลงข่าวร่วมกับ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์, นายกายจะเข้าให้ปากคำกับตำรวจ ถึงสิ่งที่เขาและเพื่อน ๆ เจอ เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาพิจารณาประกอบการดำเนินคดี

อย่างไรก็ตาม ในส่วนการดำเนินคดีกับนักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ในฐานะผู้ให้สินบนนั้น ยังไม่สามารถดำเนินการได้ในขณะนี้ เนื่องจากการจะดำเนินคดีในข้อหานี้ได้ นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ ต้องอยู่ในฐานะผู้เสนอให้สินบนเจ้าพนักงาน ไม่ได้ถูกข่มขู่บังคับ ดังนั้น การสอบปากคำนักท่องเที่ยวสิงคโปร์จึงสำคัญมาก และเป็นการสอบปากคำในฐานะพยาน โดยทีมสอบสวนได้เตรียมรูปถ่าย ตำรวจชุดตั้งด่านในวันเกิดเหตุทั้ง 14 นาย ให้ผู้เสียหายชี้ใน 3 ประเด็นหลัก ๆ คือ จ่ายเงินให้กับใคร, ใน 14 คนนี้มีใครบังคับขู่เข็นเรียกเงิน, และมีใครมีส่วนรู้เห็นจาการรีดรับเงินในครั้งนี้บ้าง
สิ่งที่เกิดขึ้นกับ สกาย, ชาลีน อัน, และเพื่อนอีก 2 คนสกาย เล่าว่า เขาเดินทางมาไทยบ่อยครั้ง ครั้งล่าสุด เดินทางมาอยู่ไทยตั้งแต่ 25 ธ.ค. 2565 เพื่อท่องเที่ยวไปจนถึงช่วงปีใหม่ ด้วยสถานะพลเมืองสิงคโปร์ เขาจึงไม่ต้องทำวีซ่า เพื่อพำนักไม่เกิน 30 วัน

ดังนั้น เขาจึงไม่เข้าใจว่า ทำไมตำรวจไทยที่พวกเขาเจอที่ด่านในคืนวันที่ 5 ม.ค. 2566 จึงคะยั้นคะยอจะดูหนังสือเดินทาง และตรวจว่าเขามีวีซ่าหรือไม่

ส่วนการครอบครองบุหรี่ไฟฟ้านั้น เขายอมรับว่า ไม่ทราบเลยว่าการซื้อและครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าในไทยเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เพราะไม่เคยมีประกาศแจ้งนักท่องเที่ยว
ที่มาของภาพ, BBC Thaiคำบรรยายภาพ, ชาลีน อัน หรือ อัน อวี๋ฉิง นักแสดงสาวไต้หวัน“ถ้าบอกบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ทำไมที่ตลาดขายได้ เพราะผมซื้อที่ห้วยขวาง และเห็นขายทั่วไป ทุกคนก็ใช้อยู่ ไม่เห็นมีปัญหา” สกาย กล่าว

“กัญชายังเปิดร้านขายได้เลย ทำไมบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย” เขาบอกว่า เมื่อพูดถึงตรงนี้ ตำรวจที่เขาพูดคุยอยู่มีท่าที “โมโห” ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สกายจึงพยายามเจรจาอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยว่า “ขอโอกาสพวกเขาได้ไหม” แต่ตำรวจตอบกลับว่า “ไม่ได้ ต้องไปโรงพัก” พร้อมขู่ว่า ถ้าไปโรงพักจะต้องถูกจับขังคุกอย่างน้อย 2 วัน

สถานการณ์จึงเป็นในลักษณะที่นายชูวิทย์สรุปว่า ตำรวจข่มขู่นักท่องเที่ยวชาวไต้หวันและสิงคโปร์ว่า จะถูกจับขังหากไปที่สถานีตำรวจ และเมื่อ สกาย ถามว่า “แล้วจะต้องทำยังไง” ตำรวจจึงเรียกรับเงินสำหรับนักท่องเที่ยว 4 คน บุหรี่ไฟฟ้า 3 แท่ง และไม่มีหนังสือเดินทาง เป็นเงิน 27,000 บาท
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, ชูวิทย์ ก้มโค้ง “ขอโทษแทนตำรวจไทย”แต่พฤติการณ์ที่น่าสงสัยของตำรวจ คือ ให้ สกาย นับเงิน พร้อมชี้ไปทางบริเวณสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เพื่อให้สังเกตกล้องวงจรปิด แต่เมื่อกำลังจะยื่นเงินให้ ตำรวจทำท่าทางให้สกาย และเพื่อน ๆ ยืนบังทิศทางของกล้องวงจรปิด เพื่อไม่ให้เห็นพฤติการณ์รับเงินของตำรวจ

สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมา สอดคล้องกับที่ ชาลีน อัน ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยก่อนหน้านี้ คือ “ตำรวจเก็บเงินไป แล้วยื่นบุหรี่ไฟฟ้า (ของเขาและเพื่อน) ให้ผมแล้วถ่ายรูป ยื่นให้ชาลีน และคนอื่น ๆ แล้วถ่ายรูปด้วย” โดยสกายเสริมว่า ในขณะนั้น ชาลีน อัน มีท่าทางเหนื่อยและเครียดมาก

“ผมไม่มีทางเลือก ผมต้องให้เงิน ถ้าผมมีทางเลือกผมคงไม่ทำหรอก” สกาย ยอมรับว่า ถูกข่มขู่ให้จ่ายเงินสินบนแก่ตำรวจ
ทำไมถึงไปห้วยขวางต่อการแถลงข่าวของ สกาย สอดคล้องกับบทสัมภาษณ์ของชาลีน อัน กับบีบีซีไทย ที่เธอยืนกรานว่า ไม่ได้พกบุหรี่ไฟฟ้าออกไปด้วยในวันนั้น แต่เธอไม่เคยปฏิเสธว่า ไม่เคยครอบครองและสูบบุหรี่ไฟฟ้า

ชาลีน อัน ยังให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยถึงกรณีปรากฎภาพเธอและเพื่อน ๆ ไปเดินตลาดกลางคืนที่ห้วยขวาง ว่า เธอไปเดินตลาดกลางคืนแถวห้วยขวางต่อจริง เพราะวางแผนจะไปทานอาหารที่ร้านอาหารในแถบนั้นอยู่แล้ว และตลาดแห่งนั้นก็อยู่ใกล้กับร้านอาหาร

ข้อมูลจากสกายทำให้สถานการณ์ชัดเจนขึ้น โดยสกายเล่าว่า ชาลีน อัน “รู้สึกโกรธมาก” จึงอยากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อที่ห้วยขวาง ซึ่งเขาได้ตามไปสมทบภายหลังนั่งแท็กซี่ไปส่งเพื่อนที่โรงแรม

ในกลุ่มเพื่อนราว 10 คน รวมถึงชาลีน อัน และสกาย ด้วย มีคนไทยที่เขาเล่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง ซึ่งคนไทยแนะนำว่า ครั้งหน้าอย่าพกเงินสดเยอะ และให้พกพาหนังสือเดินทาง เพื่อไม่ให้ตำรวจรีดไถเงินได้เช่นนี้ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ต่อมา ชาลีน อัน ได้นำไปโพสต์ในอินสตาแกรม และกลายเป็นประเด็นใหญ่ในสังคมไทยในเวลาต่อมา
ที่มาของภาพ, .คำบรรยายภาพ, ชาลีน อัน ไปแถวห้วยขวางต่อหลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสกาย ยังเปรียบเทียบว่า สถานการณ์ที่พวกเขาเจอนั้น เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่เคยเจอมาก่อน ในสิงคโปร์เอง เขาก็ไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้ และยอมรับว่า การกระทำของตำรวจไทยกับพวกเขา “ไม่มีเหตุผล” และทำให้เขา “กลัว”

ภายหลังการแถลงข่าว นายชูวิทย์ ได้โค้งและกล่าวขอโทษ สกาย แทน “ตำรวจไทย” ส่วนกรณีบุหรี่ไฟฟ้านั้น นายชูวิทย์ ระบุว่า “ชาวต่างชาติเขาจะรู้ไหม ก็เปิดขายกันทั่วไปตลาดห้วยขวาง ทองหล่อก็มี ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลให้ขายได้ยังไง”
มาตรการของตำรวจจนถึงตอนนี้ ผบ.ตร. ได้เซ็นย้าย ผกก.สน.ห้วยขวาง เพื่อเปิดทางให้กรรมการสอบสวนดำเนินการได้เต็มที่ และเป็นการลงโทษทางปกครองในฐานะ “เป็นหัวหน้าสถานีไม่สามารถควบคุมกำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาในสังกัด”

และวานนี้ (31 ม.ค.) พล.ต.ต.อัฎธพร วงศ์ศิริปรีดา ผบก.น.1 ได้เซ็นคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ จำนวน 5 นาย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตั้งด่านที่ สกาย และ ชาลีน อัน เผชิญในเช้ามืดวันที่ 5 ม.ค. โดยมีรายชื่อดังนี้

ร.ต.อ. ยอดฤทธิ์ ลางดุลเสน รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ร.ต.อ. ปฏิภาณ ศิริชัยวัฒนา รองสารวัตรอำนวยการ สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ด.ต. อธิเวช จุลพันธ์ ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ด.ต. กฤษฎา คำมะนา ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ส.ต.อ. เฉลิมชัย ศิริวังโส ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ส.ต.อ. วัชรนนท์ ขาวยอง ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลหัวยขวาง
ส.ต.อ. นันทวัชร์ สุวรรณา ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, ชูวิทย์นำปี๊บมาเพื่อให้ตำรวจ “คลุมศีรษะ”อย่างไรก็ดี นายชูวิทย์ วิพากษ์วิจารณ์ตำรวจนครบาลอย่างรุนแรงว่า เป็นการลงโทษตำรวจชั้นผู้น้อยของนายตำรวจระดับสูง เพื่อปกป้องตำแหน่งของตนเอง

“ตำรวจไม่ได้ปกป้องประเทศชาติ ปกป้องตัวเอง ปกป้องตำแหน่ง ลงโทษแต่ตำรวจชั้นผู้น้อย”
ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ? การนำเข้ามา หรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร หรือเคลื่อนย้ายของออกโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับ 4 เท่าของราคา หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ริบของทันที ตามกฎหมายมาตรา 242 ใน พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560

หากพบบุคคลใดว่าครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า ตำรวจสามารถใช้มาตรา 246 ว่าด้วย ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้ ซึ่งของที่รู้ว่าเป็นความผิดตามมาตรา 242 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับ 4 เท่าของราคาของ หรือทั้งจำทั้งปรับ

ดังนั้น การนำเข้า การผลิต การจำหน่าย ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายชัดเจน แต่ส่วนของผู้ครอบครองและใช้บุหรี่ไฟฟ้า แม้จะไม่มีความผิดโดยตรง แต่ก็จะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 246 ตามดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย

คาสิโนออนไลน์ บาคาร่าออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หวยออนไลน์ เกมส์ออนไลน์ แทงบอลออนไลน์
ชายสิงคโปร์อ้างตำรวจไทยข่มขู่ให้จ่าย 2.7 หมื่น ฐานพกบุหรี่ไฟฟ้าแลกติดคุก

ชายสิงคโปร์อ้างตำรวจไทยข่มขู่ให้จ่าย 2.7 หมื่น ฐานพกบุหรี่ไฟฟ้าแลกติดคุกที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, “สกาย” ชายสิงคโปร์ ที่อยู่ในเหตุการณ์กับ ชาลีน อัน นักแสดงสาวไต้หวันเมื่อ 9 ชั่วโมงที่แล้ว“สกาย” ชายสิงคโปร์ เพื่อนดาราสาวไต้หวัน ที่เป็นคนเจรจากับตำรวจที่ด่านตรวจ เผย ถูกตำรวจไทย “ข่มขู่” และให้จ่ายเงิน เพื่อไม่ต้องไป “โรงพัก-เข้าคุก” เป็นเงิน 27,000 บาท หลังตำรวจพบว่าเขาพกบุหรี่ไฟฟ้า ยืนยัน ดาราสาวไต้หวันไม่ได้พกไปในคืนวันนั้น

วันนี้ (1 ก.พ. 2566) นาย “สกาย” เพื่อนของ อัน อวี๋ฉิง หรือ ชาลีน อัน ดาราสาวไต้หวันที่เปิดเผยว่า ถูกตำรวจไทยรีดไถเงินเธอกับเพื่อน ๆ รวม 27,000 บาท ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวจากมุมมองของเขา นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย เป็นผู้ “ควักเงินส่วนตัว” จองตั๋วเครื่องบินให้นายสกาย เดินทางมาไทยจากสิงคโปร์ เพื่อแถลงข่าวชี้แจงสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด

สกาย เล่าว่า ไปเที่ยวไนต์คลับกับชาลีน อัน ก่อนจะเรียกรถแกร็บเพื่อเดินทางไปต่อย่านห้วยขวาง แต่กลับเจอด่านตำรวจระหว่างทาง และตำรวจเรียกให้เขาและเพื่อน ๆ ลงจากรถ

“ตำรวจบอกว่าอยากตรวจค้น เอาไฟฉายส่อง… เขาจับกระเป๋าตามตัวผม ผมก็เอาสิ่งของให้ดูทั้งหมด เขาบอกให้ผมถอดรองเท้า แล้วขอดูหนังสือเดินทาง ซึ่งผมไม่ได้เอาไป” สกาย แถลงข่าวเป็นภาษาไทย ที่เขาระบุว่า พูดได้ในระดับที่สื่อสารได้ เพราะเดินทางมาไทยบ่อยครั้ง

นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ยอมรับว่า เขาพกบุหรี่ไฟฟ้าไปด้วย เช่นเดียวกับเพื่อนอีกสองคน แต่ ชาลีน อัน ไม่ได้พกบุหรี่ไฟฟ้าไปด้วยในคืนนั้น แม้ว่าเธอจะสูบบุหรี่ไฟฟ้าบ้าง สรุปแล้ว กลุ่มเพื่อนของเขา รวมชาลีน อัน มีอยู่ด้วยกัน 4 คน พกพาบุหรี่ไฟฟ้า 3 แท่ง และไม่ได้พกพาหนังสือเดินทาง
“ฉันไม่ใช่วีรสตรี ไม่ได้อยากสู้กับตำรวจไทย”เที่ยวแบบ VVIP : ปมจ้างตำรวจไทยนำขบวน นทท. จีน สะท้อนภาพปราบโกงล้มเหลวหรือไม่ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าตำรวจไทยเจอต้องทำอย่างไรสกาย เล่าต่อว่า ตำรวจได้นำบุหรี่ไฟฟ้าไป แต่เมื่อชาลีน อัน พยายามถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์มือถือ ตำรวจมีท่าทีเปลี่ยนไป และมีท่าทีเชิงข่มขู่ว่า “คุณมีบุหรี่ไฟฟ้า พวกคุณต้องไปสถานีตำรวจ และอาจต้องติดคุกอย่างน้อย 2 วัน”

ในเวลานั้น มีตำรวจ 3 คนที่ สกาย ต้องเจรจาด้วย เพราะเป็นบุคคลในเดียวในกลุ่มที่พอจะพูดภาษาไทยได้ โดยตำรวจนายหนึ่ง ไม่ได้สวมเครื่องแบบ

สกาย จึงสอบถามตำรวจว่า “จะให้พวกเราทำอย่างไร” เพราะเขาไม่ได้พกหนังสือเดินทางมา แต่ด้วยความที่เป็นคนสิงคโปร์ ไม่ต้องใช้วีซ่าก็สามารถพำนักในไทยได้ไม่เกิน 30 วัน แต่ตำรวจไม่ยอม ระบุว่าต้องมีหนังสือเดินทางตัวจริง จากนั้น ตำรวจจึงระบุว่า “ขอคุยกับตำรวจยศใหญ่ก่อน”
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, นายชูวิทย์ เป็นผู้เชิญให้สกายมาแถลงข่าวในครั้งนี้“เขาก็กลับมาบอกว่า บุหรี่ไฟฟ้ามี 3 แท่ง ต้องจ่ายแท่งละ 8 พันบาท และเมื่อรวมกับการไม่มีหนังสือเดินทาง รวมเป็น 27,000 บาท” สกาย ย้อนบทสนทนาของเขากับตำรวจเมื่อวันที่ 5 ม.ค. 2566 “ผมก็บอกโอเค”

ภายหลังการแถลงข่าวร่วมกับ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์, นายกายจะเข้าให้ปากคำกับตำรวจ ถึงสิ่งที่เขาและเพื่อน ๆ เจอ เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาพิจารณาประกอบการดำเนินคดี

อย่างไรก็ตาม ในส่วนการดำเนินคดีกับนักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ในฐานะผู้ให้สินบนนั้น ยังไม่สามารถดำเนินการได้ในขณะนี้ เนื่องจากการจะดำเนินคดีในข้อหานี้ได้ นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ ต้องอยู่ในฐานะผู้เสนอให้สินบนเจ้าพนักงาน ไม่ได้ถูกข่มขู่บังคับ ดังนั้น การสอบปากคำนักท่องเที่ยวสิงคโปร์จึงสำคัญมาก และเป็นการสอบปากคำในฐานะพยาน โดยทีมสอบสวนได้เตรียมรูปถ่าย ตำรวจชุดตั้งด่านในวันเกิดเหตุทั้ง 14 นาย ให้ผู้เสียหายชี้ใน 3 ประเด็นหลัก ๆ คือ จ่ายเงินให้กับใคร, ใน 14 คนนี้มีใครบังคับขู่เข็นเรียกเงิน, และมีใครมีส่วนรู้เห็นจาการรีดรับเงินในครั้งนี้บ้าง
สิ่งที่เกิดขึ้นกับ สกาย, ชาลีน อัน, และเพื่อนอีก 2 คนสกาย เล่าว่า เขาเดินทางมาไทยบ่อยครั้ง ครั้งล่าสุด เดินทางมาอยู่ไทยตั้งแต่ 25 ธ.ค. 2565 เพื่อท่องเที่ยวไปจนถึงช่วงปีใหม่ ด้วยสถานะพลเมืองสิงคโปร์ เขาจึงไม่ต้องทำวีซ่า เพื่อพำนักไม่เกิน 30 วัน

ดังนั้น เขาจึงไม่เข้าใจว่า ทำไมตำรวจไทยที่พวกเขาเจอที่ด่านในคืนวันที่ 5 ม.ค. 2566 จึงคะยั้นคะยอจะดูหนังสือเดินทาง และตรวจว่าเขามีวีซ่าหรือไม่

ส่วนการครอบครองบุหรี่ไฟฟ้านั้น เขายอมรับว่า ไม่ทราบเลยว่าการซื้อและครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าในไทยเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เพราะไม่เคยมีประกาศแจ้งนักท่องเที่ยว
ที่มาของภาพ, BBC Thaiคำบรรยายภาพ, ชาลีน อัน หรือ อัน อวี๋ฉิง นักแสดงสาวไต้หวัน“ถ้าบอกบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ทำไมที่ตลาดขายได้ เพราะผมซื้อที่ห้วยขวาง และเห็นขายทั่วไป ทุกคนก็ใช้อยู่ ไม่เห็นมีปัญหา” สกาย กล่าว

“กัญชายังเปิดร้านขายได้เลย ทำไมบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย” เขาบอกว่า เมื่อพูดถึงตรงนี้ ตำรวจที่เขาพูดคุยอยู่มีท่าที “โมโห” ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สกายจึงพยายามเจรจาอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยว่า “ขอโอกาสพวกเขาได้ไหม” แต่ตำรวจตอบกลับว่า “ไม่ได้ ต้องไปโรงพัก” พร้อมขู่ว่า ถ้าไปโรงพักจะต้องถูกจับขังคุกอย่างน้อย 2 วัน

สถานการณ์จึงเป็นในลักษณะที่นายชูวิทย์สรุปว่า ตำรวจข่มขู่นักท่องเที่ยวชาวไต้หวันและสิงคโปร์ว่า จะถูกจับขังหากไปที่สถานีตำรวจ และเมื่อ สกาย ถามว่า “แล้วจะต้องทำยังไง” ตำรวจจึงเรียกรับเงินสำหรับนักท่องเที่ยว 4 คน บุหรี่ไฟฟ้า 3 แท่ง และไม่มีหนังสือเดินทาง เป็นเงิน 27,000 บาท
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, ชูวิทย์ ก้มโค้ง “ขอโทษแทนตำรวจไทย”แต่พฤติการณ์ที่น่าสงสัยของตำรวจ คือ ให้ สกาย นับเงิน พร้อมชี้ไปทางบริเวณสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เพื่อให้สังเกตกล้องวงจรปิด แต่เมื่อกำลังจะยื่นเงินให้ ตำรวจทำท่าทางให้สกาย และเพื่อน ๆ ยืนบังทิศทางของกล้องวงจรปิด เพื่อไม่ให้เห็นพฤติการณ์รับเงินของตำรวจ

สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมา สอดคล้องกับที่ ชาลีน อัน ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยก่อนหน้านี้ คือ “ตำรวจเก็บเงินไป แล้วยื่นบุหรี่ไฟฟ้า (ของเขาและเพื่อน) ให้ผมแล้วถ่ายรูป ยื่นให้ชาลีน และคนอื่น ๆ แล้วถ่ายรูปด้วย” โดยสกายเสริมว่า ในขณะนั้น ชาลีน อัน มีท่าทางเหนื่อยและเครียดมาก

“ผมไม่มีทางเลือก ผมต้องให้เงิน ถ้าผมมีทางเลือกผมคงไม่ทำหรอก” สกาย ยอมรับว่า ถูกข่มขู่ให้จ่ายเงินสินบนแก่ตำรวจ
ทำไมถึงไปห้วยขวางต่อการแถลงข่าวของ สกาย สอดคล้องกับบทสัมภาษณ์ของชาลีน อัน กับบีบีซีไทย ที่เธอยืนกรานว่า ไม่ได้พกบุหรี่ไฟฟ้าออกไปด้วยในวันนั้น แต่เธอไม่เคยปฏิเสธว่า ไม่เคยครอบครองและสูบบุหรี่ไฟฟ้า

ชาลีน อัน ยังให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยถึงกรณีปรากฎภาพเธอและเพื่อน ๆ ไปเดินตลาดกลางคืนที่ห้วยขวาง ว่า เธอไปเดินตลาดกลางคืนแถวห้วยขวางต่อจริง เพราะวางแผนจะไปทานอาหารที่ร้านอาหารในแถบนั้นอยู่แล้ว และตลาดแห่งนั้นก็อยู่ใกล้กับร้านอาหาร

ข้อมูลจากสกายทำให้สถานการณ์ชัดเจนขึ้น โดยสกายเล่าว่า ชาลีน อัน “รู้สึกโกรธมาก” จึงอยากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อที่ห้วยขวาง ซึ่งเขาได้ตามไปสมทบภายหลังนั่งแท็กซี่ไปส่งเพื่อนที่โรงแรม

ในกลุ่มเพื่อนราว 10 คน รวมถึงชาลีน อัน และสกาย ด้วย มีคนไทยที่เขาเล่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง ซึ่งคนไทยแนะนำว่า ครั้งหน้าอย่าพกเงินสดเยอะ และให้พกพาหนังสือเดินทาง เพื่อไม่ให้ตำรวจรีดไถเงินได้เช่นนี้ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ต่อมา ชาลีน อัน ได้นำไปโพสต์ในอินสตาแกรม และกลายเป็นประเด็นใหญ่ในสังคมไทยในเวลาต่อมา
ที่มาของภาพ, .คำบรรยายภาพ, ชาลีน อัน ไปแถวห้วยขวางต่อหลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสกาย ยังเปรียบเทียบว่า สถานการณ์ที่พวกเขาเจอนั้น เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่เคยเจอมาก่อน ในสิงคโปร์เอง เขาก็ไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้ และยอมรับว่า การกระทำของตำรวจไทยกับพวกเขา “ไม่มีเหตุผล” และทำให้เขา “กลัว”

ภายหลังการแถลงข่าว นายชูวิทย์ ได้โค้งและกล่าวขอโทษ สกาย แทน “ตำรวจไทย” ส่วนกรณีบุหรี่ไฟฟ้านั้น นายชูวิทย์ ระบุว่า “ชาวต่างชาติเขาจะรู้ไหม ก็เปิดขายกันทั่วไปตลาดห้วยขวาง ทองหล่อก็มี ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลให้ขายได้ยังไง”
มาตรการของตำรวจจนถึงตอนนี้ ผบ.ตร. ได้เซ็นย้าย ผกก.สน.ห้วยขวาง เพื่อเปิดทางให้กรรมการสอบสวนดำเนินการได้เต็มที่ และเป็นการลงโทษทางปกครองในฐานะ “เป็นหัวหน้าสถานีไม่สามารถควบคุมกำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาในสังกัด”

และวานนี้ (31 ม.ค.) พล.ต.ต.อัฎธพร วงศ์ศิริปรีดา ผบก.น.1 ได้เซ็นคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ จำนวน 5 นาย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตั้งด่านที่ สกาย และ ชาลีน อัน เผชิญในเช้ามืดวันที่ 5 ม.ค. โดยมีรายชื่อดังนี้

ร.ต.อ. ยอดฤทธิ์ ลางดุลเสน รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ร.ต.อ. ปฏิภาณ ศิริชัยวัฒนา รกฎหมายองสารวัตรอำนวยการ สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ด.ต. อธิเวช จุลพันธ์ ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ด.ต. กฤษฎา คำมะนา ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ส.ต.อ. เฉลิมชัย ศิริวังโส ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ส.ต.อ. วัชรนนท์ ขาวยอง ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลหัวยขวาง
ส.ต.อ. นันทวัชร์ สุวรรณา ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, ชูวิทย์นำปี๊บมาเพื่อให้ตำรวจ “คลุมศีรษะ”อย่างไรก็ดี นายชูวิทย์ วิพากษ์วิจารณ์ตำรวจนครบาลอย่างรุนแรงว่า เป็นการลงโทษตำรวจชั้นผู้น้อยของนายตำรวจระดับสูง เพื่อปกป้องตำแหน่งของตนเอง

“ตำรวจไม่ได้ปกป้องประเทศชาติ ปกป้องตัวเอง ปกป้องตำแหน่ง ลงโทษแต่ตำรวจชั้นผู้น้อย”
ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ? การนำเข้ามา หรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร หรือเคลื่อนย้ายของออกโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับ 4 เท่าของราคา หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ริบของทันที ตามกฎหมายมาตรา 242 ใน พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560

หากพบบุคคลใดว่าครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า ตำรวจสามารถใช้มาตรา 246 ว่าด้วย ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้ ซึ่งของที่รู้ว่าเป็นความผิดตามมาตรา 242 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับ 4 เท่าของราคาของ หรือทั้งจำทั้งปรับ

ดังนั้น การนำเข้า การผลิต การจำหน่าย ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายชัดเจน แต่ส่วนของผู้ครอบครองและใช้บุหรี่ไฟฟ้า แม้จะไม่มีความผิดโดยตรง แต่ก็จะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 246 ตามดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย

คาสิโนออนไลน์ บาคาร่าออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หวยออนไลน์ เกมส์ออนไลน์ แทงบอลออนไลน์
ชายสิงคโปร์อ้างตำรวจไทยข่มขู่ให้จ่าย 2.7 หมื่น ฐานพกบุหรี่ไฟฟ้าแลกติดคุก

ชายสิงคโปร์อ้างตำรวจไทยข่มขู่ให้จ่าย 2.7 หมื่น ฐานพกบุหรี่ไฟฟ้าแลกติดคุกที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, “สกาย” ชายสิงคโปร์ ที่อยู่ในเหตุการณ์กับ ชาลีน อัน นักแสดงสาวไต้หวันเมื่อ 9 ชั่วโมงที่แล้ว“สกาย” ชายสิงคโปร์ เพื่อนดาราสาวไต้หวัน ที่เป็นคนเจรจากับตำรวจที่ด่านตรวจ เผย ถูกตำรวจไทย “ข่มขู่” และให้จ่ายเงิน เพื่อไม่ต้องไป “โรงพัก-เข้าคุก” เป็นเงิน 27,000 บาท หลังตำรวจพบว่าเขาพกบุหรี่ไฟฟ้า ยืนยัน ดาราสาวไต้หวันไม่ได้พกไปในคืนวันนั้น

วันนี้ (1 ก.พ. 2566) นาย “สกาย” เพื่อนของ อัน อวี๋ฉิง หรือ ชาลีน อัน ดาราสาวไต้หวันที่เปิดเผยว่า ถูกตำรวจไทยรีดไถเงินเธอกับเพื่อน ๆ รวม 27,000 บาท ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวจากมุมมองของเขา นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย เป็นผู้ “ควักเงินส่วนตัว” จองตั๋วเครื่องบินให้นายสกาย เดินทางมาไทยจากสิงคโปร์ เพื่อแถลงข่าวชี้แจงสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด

สกาย เล่าว่า ไปเที่ยวไนต์คลับกับชาลีน อัน ก่อนจะเรียกรถแกร็บเพื่อเดินทางไปต่อย่านห้วยขวาง แต่กลับเจอด่านตำรวจระหว่างทาง และตำรวจเรียกให้เขาและเพื่อน ๆ ลงจากรถ

“ตำรวจบอกว่าอยากตรวจค้น เอาไฟฉายส่อง… เขาจับกระเป๋าตามตัวผม ผมก็เอาสิ่งของให้ดูทั้งหมด เขาบอกให้ผมถอดรองเท้า แล้วขอดูหนังสือเดินทาง ซึ่งผมไม่ได้เอาไป” สกาย แถลงข่าวเป็นภาษาไทย ที่เขาระบุว่า พูดได้ในระดับที่สื่อสารได้ เพราะเดินทางมาไทยบ่อยครั้ง

นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ยอมรับว่า เขาพกบุหรี่ไฟฟ้าไปด้วย เช่นเดียวกับเพื่อนอีกสองคน แต่ ชาลีน อัน ไม่ได้พกบุหรี่ไฟฟ้าไปด้วยในคืนนั้น แม้ว่าเธอจะสูบบุหรี่ไฟฟ้าบ้าง สรุปแล้ว กลุ่มเพื่อนของเขา รวมชาลีน อัน มีอยู่ด้วยกัน 4 คน พกพาบุหรี่ไฟฟ้า 3 แท่ง และไม่ได้พกพาหนังสือเดินทาง
“ฉันไม่ใช่วีรสตรี ไม่ได้อยากสู้กับตำรวจไทย”เที่ยวแบบ VVIP : ปมจ้างตำรวจไทยนำขบวน นทท. จีน สะท้อนภาพปราบโกงล้มเหลวหรือไม่ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าตำรวจไทยเจอต้องทำอย่างไรสกาย เล่าต่อว่า ตำรวจได้นำบุหรี่ไฟฟ้าไป แต่เมื่อชาลีน อัน พยายามถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์มือถือ ตำรวจมีท่าทีเปลี่ยนไป และมีท่าทีเชิงข่มขู่ว่า “คุณมีบุหรี่ไฟฟ้า พวกคุณต้องไปสถานีตำรวจ และอาจต้องติดคุกอย่างน้อย 2 วัน”

ในเวลานั้น มีตำรวจ 3 คนที่ สกาย ต้องเจรจาด้วย เพราะเป็นบุคคลในเดียวในกลุ่มที่พอจะพูดภาษาไทยได้ โดยตำรวจนายหนึ่ง ไม่ได้สวมเครื่องแบบ

สกาย จึงสอบถามตำรวจว่า “จะให้พวกเราทำอย่างไร” เพราะเขาไม่ได้พกหนังสือเดินทางมา แต่ด้วยความที่เป็นคนสิงคโปร์ ไม่ต้องใช้วีซ่าก็สามารถพำนักในไทยได้ไม่เกิน 30 วัน แต่ตำรวจไม่ยอม ระบุว่าต้องมีหนังสือเดินทางตัวจริง จากนั้น ตำรวจจึงระบุว่า “ขอคุยกับตำรวจยศใหญ่ก่อน”
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, นายชูวิทย์ เป็นผู้เชิญให้สกายมาแถลงข่าวในครั้งนี้“เขาก็กลับมาบอกว่า บุหรี่ไฟฟ้ามี 3 แท่ง ต้องจ่ายแท่งละ 8 พันบาท และเมื่อรวมกับการไม่มีหนังสือเดินทาง รวมเป็น 27,000 บาท” สกาย ย้อนบทสนทนาของเขากับตำรวจเมื่อวันที่ 5 ม.ค. 2566 “ผมก็บอกโอเค”

ภายหลังการแถลงข่าวร่วมกับ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์, นายกายจะเข้าให้ปากคำกับตำรวจ ถึงสิ่งที่เขาและเพื่อน ๆ เจอ เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาพิจารณาประกอบการดำเนินคดี

อย่างไรก็ตาม ในส่วนการดำเนินคดีกับนักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ในฐานะผู้ให้สินบนนั้น ยังไม่สามารถดำเนินการได้ในขณะนี้ เนื่องจากการจะดำเนินคดีในข้อหานี้ได้ นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ ต้องอยู่ในฐานะผู้เสนอให้สินบนเจ้าพนักงาน ไม่ได้ถูกข่มขู่บังคับ ดังนั้น การสอบปากคำนักท่องเที่ยวสิงคโปร์จึงสำคัญมาก และเป็นการสอบปากคำในฐานะพยาน โดยทีมสอบสวนได้เตรียมรูปถ่าย ตำรวจชุดตั้งด่านในวันเกิดเหตุทั้ง 14 นาย ให้ผู้เสียหายชี้ใน 3 ประเด็นหลัก ๆ คือ จ่ายเงินให้กับใคร, ใน 14 คนนี้มีใครบังคับขู่เข็นเรียกเงิน, และมีใครมีส่วนรู้เห็นจาการรีดรับเงินในครั้งนี้บ้าง
สิ่งที่เกิดขึ้นกับ สกาย, ชาลีน อัน, และเพื่อนอีก 2 คนสกาย เล่าว่า เขาเดินทางมาไทยบ่อยครั้ง ครั้งล่าสุด เดินทางมาอยู่ไทยตั้งแต่ 25 ธ.ค. 2565 เพื่อท่องเที่ยวไปจนถึงช่วงปีใหม่ ด้วยสถานะพลเมืองสิงคโปร์ เขาจึงไม่ต้องทำวีซ่า เพื่อพำนักไม่เกิน 30 วัน

ดังนั้น เขาจึงไม่เข้าใจว่า ทำไมตำรวจไทยที่พวกเขาเจอที่ด่านในคืนวันที่ 5 ม.ค. 2566 จึงคะยั้นคะยอจะดูหนังสือเดินทาง และตรวจว่าเขามีวีซ่าหรือไม่

ส่วนการครอบครองบุหรี่ไฟฟ้านั้น เขายอมรับว่า ไม่ทราบเลยว่าการซื้อและครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าในไทยเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เพราะไม่เคยมีประกาศแจ้งนักท่องเที่ยว
ที่มาของภาพ, BBC Thaiคำบรรยายภาพ, ชาลีน อัน หรือ อัน อวี๋ฉิง นักแสดงสาวไต้หวัน“ถ้าบอกบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ทำไมที่ตลาดขายได้ เพราะผมซื้อที่ห้วยขวาง และเห็นขายทั่วไป ทุกคนก็ใช้อยู่ ไม่เห็นมีปัญหา” สกาย กล่าว

“กัญชายังเปิดร้านขายได้เลย ทำไมบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย” เขาบอกว่า เมื่อพูดถึงตรงนี้ ตำรวจที่เขาพูดคุยอยู่มีท่าที “โมโห” ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สกายจึงพยายามเจรจาอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยว่า “ขอโอกาสพวกเขาได้ไหม” แต่ตำรวจตอบกลับว่า “ไม่ได้ ต้องไปโรงพัก” พร้อมขู่ว่า ถ้าไปโรงพักจะต้องถูกจับขังคุกอย่างน้อย 2 วัน

สถานการณ์จึงเป็นในลักษณะที่นายชูวิทย์สรุปว่า ตำรวจข่มขู่นักท่องเที่ยวชาวไต้หวันและสิงคโปร์ว่า จะถูกจับขังหากไปที่สถานีตำรวจ และเมื่อ สกาย ถามว่า “แล้วจะต้องทำยังไง” ตำรวจจึงเรียกรับเงินสำหรับนักท่องเที่ยว 4 คน บุหรี่ไฟฟ้า 3 แท่ง และไม่มีหนังสือเดินทาง เป็นเงิน 27,000 บาท
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, ชูวิทย์ ก้มโค้ง “ขอโทษแทนตำรวจไทย”แต่พฤติการณ์ที่น่าสงสัยของตำรวจ คือ ให้ สกาย นับเงิน พร้อมชี้ไปทางบริเวณสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เพื่อให้สังเกตกล้องวงจรปิด แต่เมื่อกำลังจะยื่นเงินให้ ตำรวจทำท่าทางให้สกาย และเพื่อน ๆ ยืนบังทิศทางของกล้องวงจรปิด เพื่อไม่ให้เห็นพฤติการณ์รับเงินของตำรวจ

สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมา สอดคล้องกับที่ ชาลีน อัน ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยก่อนหน้านี้ คือ “ตำรวจเก็บเงินไป แล้วยื่นบุหรี่ไฟฟ้า (ของเขาและเพื่อน) ให้ผมแล้วถ่ายรูป ยื่นให้ชาลีน และคนอื่น ๆ แล้วถ่ายรูปด้วย” โดยสกายเสริมว่า ในขณะนั้น ชาลีน อัน มีท่าทางเหนื่อยและเครียดมาก

“ผมไม่มีทางเลือก ผมต้องให้เงิน ถ้าผมมีทางเลือกผมคงไม่ทำหรอก” สกาย ยอมรับว่า ถูกข่มขู่ให้จ่ายเงินสินบนแก่ตำรวจ
ทำไมถึงไปห้วยขวางต่อการแถลงข่าวของ สกาย สอดคล้องกับบทสัมภาษณ์ของชาลีน อัน กับบีบีซีไทย ที่เธอยืนกรานว่า ไม่ได้พกบุหรี่ไฟฟ้าออกไปด้วยในวันนั้น แต่เธอไม่เคยปฏิเสธว่า ไม่เคยครอบครองและสูบบุหรี่ไฟฟ้า

ชาลีน อัน ยังให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยถึงกรณีปรากฎภาพเธอและเพื่อน ๆ ไปเดินตลาดกลางคืนที่ห้วยขวาง ว่า เธอไปเดินตลาดกลางคืนแถวห้วยขวางต่อจริง เพราะวางแผนจะไปทานอาหารที่ร้านอาหารในแถบนั้นอยู่แล้ว และตลาดแห่งนั้นก็อยู่ใกล้กับร้านอาหาร

ข้อมูลจากสกายทำให้สถานการณ์ชัดเจนขึ้น โดยสกายเล่าว่า ชาลีน อัน “รู้สึกโกรธมาก” จึงอยากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อที่ห้วยขวาง ซึ่งเขาได้ตามไปสมทบภายหลังนั่งแท็กซี่ไปส่งเพื่อนที่โรงแรม

ในกลุ่มเพื่อนราว 10 คน รวมถึงชาลีน อัน และสกาย ด้วย มีคนไทยที่เขาเล่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง ซึ่งคนไทยแนะนำว่า ครั้งหน้าอย่าพกเงินสดเยอะ และให้พกพาหนังสือเดินทาง เพื่อไม่ให้ตำรวจรีดไถเงินได้เช่นนี้ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ต่อมา ชาลีน อัน ได้นำไปโพสต์ในอินสตาแกรม และกลายเป็นประเด็นใหญ่ในสังคมไทยในเวลาต่อมา
ที่มาของภาพ, .คำบรรยายภาพ, ชาลีน อัน ไปแถวห้วยขวางต่อหลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสกาย ยังเปรียบเทียบว่า สถานการณ์ที่พวกเขาเจอนั้น เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่เคยเจอมาก่อน ในสิงคโปร์เอง เขาก็ไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้ และยอมรับว่า การกระทำของตำรวจไทยกับพวกเขา “ไม่มีเหตุผล” และทำให้เขา “กลัว”

ภายหลังการแถลงข่าว นายชูวิทย์ ได้โค้งและกล่าวขอโทษ สกาย แทน “ตำรวจไทย” ส่วนกรณีบุหรี่ไฟฟ้านั้น นายชูวิทย์ ระบุว่า “ชาวต่างชาติเขาจะรู้ไหม ก็เปิดขายกันทั่วไปตลาดห้วยขวาง ทองหล่อก็มี ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลให้ขายได้ยังไง”
มาตรการของตำรวจจนถึงตอนนี้ ผบ.ตร. ได้เซ็นย้าย ผกก.สน.ห้วยขวาง เพื่อเปิดทางให้กรรมการสอบสวนดำเนินการได้เต็มที่ และเป็นการลงโทษทางปกครองในฐานะ “เป็นหัวหน้าสถานีไม่สามารถควบคุมกำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาในสังกัด”

และวานนี้ (31 ม.ค.) พล.ต.ต.อัฎธพร วงศ์ศิริปรีดา ผบก.น.1 ได้เซ็นคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ จำนวน 5 นาย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตั้งด่านที่ สกาย และ ชาลีน อัน เผชิญในเช้ามืดวันที่ 5 ม.ค. โดยมีรายชื่อดังนี้

ร.ต.อ. ยอดฤทธิ์ ลางดุลเสน รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ร.ต.อ. ปฏิภาณ ศิริชัยวัฒนา รองสารวัตรอำนวยการ สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ด.ต. อธิเวช จุลพันธ์ ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ด.ต. กฤษฎา คำมะนา ผู้บัประเทศไทยงคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ส.ต.อ. เฉลิมชัย ศิริวังโส ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ส.ต.อ. วัชรนนท์ ขาวยอง ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลหัวยขวาง
ส.ต.อ. นันทวัชร์ สุวรรณา ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, ชูวิทย์นำปี๊บมาเพื่อให้ตำรวจ “คลุมศีรษะ”อย่างไรก็ดี นายชูวิทย์ วิพากษ์วิจารณ์ตำรวจนครบาลอย่างรุนแรงว่า เป็นการลงโทษตำรวจชั้นผู้น้อยของนายตำรวจระดับสูง เพื่อปกป้องตำแหน่งของตนเอง

“ตำรวจไม่ได้ปกป้องประเทศชาติ ปกป้องตัวเอง ปกป้องตำแหน่ง ลงโทษแต่ตำรวจชั้นผู้น้อย”
ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ? การนำเข้ามา หรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร หรือเคลื่อนย้ายของออกโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับ 4 เท่าของราคา หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ริบของทันที ตามกฎหมายมาตรา 242 ใน พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560

หากพบบุคคลใดว่าครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า ตำรวจสามารถใช้มาตรา 246 ว่าด้วย ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้ ซึ่งของที่รู้ว่าเป็นความผิดตามมาตรา 242 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับ 4 เท่าของราคาของ หรือทั้งจำทั้งปรับ

ดังนั้น การนำเข้า การผลิต การจำหน่าย ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายชัดเจน แต่ส่วนของผู้ครอบครองและใช้บุหรี่ไฟฟ้า แม้จะไม่มีความผิดโดยตรง แต่ก็จะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 246 ตามดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย

คาสิโนออนไลน์ บาคาร่าออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หวยออนไลน์ เกมส์ออนไลน์ แทงบอลออนไลน์
ชายสิงคโปร์อ้างตำรวจไทยข่มขู่ให้จ่าย 2.7 หมื่น ฐานพกบุหรี่ไฟฟ้าแลกติดคุก

ชายสิงคโปร์อ้างตำรวจไทยข่มขู่ให้จ่าย 2.7 หมื่น ฐานพกบุหรี่ไฟฟ้าแลกติดคุกที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, “สกาย” ชายสิงคโปร์ ที่อยู่ในเหตุการณ์กับ ชาลีน อัน นักแสดงสาวไต้หวันเมื่อ 9 ชั่วโมงที่แล้ว“สกาย” ชายสิงคโปร์ เพื่อนดาราสาวไต้หวัน ที่เป็นคนเจรจากับตำรวจที่ด่านตรวจ เผย ถูกตำรวจไทย “ข่มขู่” และให้จ่ายเงิน เพื่อไม่ต้องไป “โรงพัก-เข้าคุก” เป็นเงิน 27,000 บาท หลังตำรวจพบว่าเขาพกบุหรี่ไฟฟ้า ยืนยัน ดาราสาวไต้หวันไม่ได้พกไปในคืนวันนั้น

วันนี้ (1 ก.พ. 2566) นาย “สกาย” เพื่อนของ อัน อวี๋ฉิง หรือ ชาลีน อัน ดาราสาวไต้หวันที่เปิดเผยว่า ถูกตำรวจไทยรีดไถเงินเธอกับเพื่อน ๆ รวม 27,000 บาท ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวจากมุมมองของเขา นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย เป็นผู้ “ควักเงินส่วนตัว” จองตั๋วเครื่องบินให้นายสกาย เดินทางมาไทยจากสิงคโปร์ เพื่อแถลงข่าวชี้แจงสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด

สกาย เล่าว่า ไปเที่ยวไนต์คลับกับชาลีน อัน ก่อนจะเรียกรถแกร็บเพื่อเดินทางไปต่อย่านห้วยขวาง แต่กลับเจอด่านตำรวจระหว่างทาง และตำรวจเรียกให้เขาและเพื่อน ๆ ลงจากรถ

“ตำรวจบอกว่าอยากตรวจค้น เอาไฟฉายส่อง… เขาจับกระเป๋าตามตัวผม ผมก็เอาสิ่งของให้ดูทั้งหมด เขาบอกให้ผมถอดรองเท้า แล้วขอดูหนังสือเดินทาง ซึ่งผมไม่ได้เอาไป” สกาย แถลงข่าวเป็นภาษาไทย ที่เขาระบุว่า พูดได้ในระดับที่สื่อสารได้ เพราะเดินทางมาไทยบ่อยครั้ง

นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ยอมรับว่า เขาพกบุหรี่ไฟฟ้าไปด้วย เช่นเดียวกับเพื่อนอีกสองคน แต่ ชาลีน อัน ไม่ได้พกบุหรี่ไฟฟ้าไปด้วยในคืนนั้น แม้ว่าเธอจะสูบบุหรี่ไฟฟ้าบ้าง สรุปแล้ว กลุ่มเพื่อนของเขา รวมชาลีน อัน มีอยู่ด้วยกัน 4 คน พกพาบุหรี่ไฟฟ้า 3 แท่ง และไม่ได้พกพาหนังสือเดินทาง
“ฉันไม่ใช่วีรสตรี ไม่ได้อยากสู้กับตำรวจไทย”เที่ยวแบบ VVIP : ปมจ้างตำรวจไทยนำขบวน นทท. จีน สะท้อนภาพปราบโกงล้มเหลวหรือไม่ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าตำรวจไทยเจอต้องทำอย่างไรสกาย เล่าต่อว่า ตำรวจได้นำบุหรี่ไฟฟ้าไป แต่เมื่อชาลีน อัน พยายามถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์มือถือ ตำรวจมีท่าทีเปลี่ยนไป และมีท่าทีเชิงข่มขู่ว่า “คุณมีบุหรี่ไฟฟ้า พวกคุณต้องไปสถานีตำรวจ และอาจต้องติดคุกอย่างน้อย 2 วัน”

ในเวลานั้น มีตำรวจ 3 คนที่ สกาย ต้องเจรจาด้วย เพราะเป็นบุคคลในเดียวในกลุ่มที่พอจะพูดภาษาไทยได้ โดยตำรวจนายหนึ่ง ไม่ได้สวมเครื่องแบบ

สกาย จึงสอบถามตำรวจว่า “จะให้พวกเราทำอย่างไร” เพราะเขาไม่ได้พกหนังสือเดินทางมา แต่ด้วยความที่เป็นคนสิงคโปร์ ไม่ต้องใช้วีซ่าก็สามารถพำนักในไทยได้ไม่เกิน 30 วัน แต่ตำรวจไม่ยอม ระบุว่าต้องมีหนังสือเดินทางตัวจริง จากนั้น ตำรวจจึงระบุว่า “ขอคุยกับตำรวจยศใหญ่ก่อน”
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, นายชูวิทย์ เป็นผู้เชิญให้สกายมาแถลงข่าวในครั้งนี้“เขาก็กลับมาบอกว่า บุหรี่ไฟฟ้ามี 3 แท่ง ต้องจ่ายแท่งละ 8 พันบาท และเมื่อรวมกับการไม่มีหนังสือเดินทาง รวมเป็น 27,000 บาท” สกาย ย้อนบทสนทนาของเขากับตำรวจเมื่อวันที่ 5 ม.ค. 2566 “ผมก็บอกโอเค”

ภายหลังการแถลงข่าวร่วมกับ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์, นายกายจะเข้าให้ปากคำกับตำรวจ ถึงสิ่งที่เขาและเพื่อน ๆ เจอ เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาพิจารณาประกอบการดำเนินคดี

อย่างไรก็ตาม ในส่วนการดำเนินคดีกับนักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ในฐานะผู้ให้สินบนนั้น ยังไม่สามารถดำเนินการได้ในขณะนี้ เนื่องจากการจะดำเนินคดีในข้อหานี้ได้ นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ ต้องอยู่ในฐานะผู้เสนอให้สินบนเจ้าพนักงาน ไม่ได้ถูกข่มขู่บังคับ ดังนั้น การสอบปากคำนักท่องเที่ยวสิงคโปร์จึงสำคัญมาก และเป็นการสอบปากคำในฐานะพยาน โดยทีมสอบสวนได้เตรียมรูปถ่าย ตำรวจชุดตั้งด่านในวันเกิดเหตุทั้ง 14 นาย ให้ผู้เสียหายชี้ใน 3 ประเด็นหลัก ๆ คือ จ่ายเงินให้กับใคร, ใน 14 คนนี้มีใครบังคับขู่เข็นเรียกเงิน, และมีใครมีส่วนรู้เห็นจาการรีดรับเงินในครั้งนี้บ้าง
สิ่งที่เกิดขึ้นกับ สกาย, ชาลีน อัน, และเพื่อนอีก 2 คนสกาย เล่าว่า เขาเดินทางมาไทยบ่อยครั้ง ครั้งล่าสุด เดินทางมาอยู่ไทยตั้งแต่ 25 ธ.ค. 2565 เพื่อท่องเที่ยวไปจนถึงช่วงปีใหม่ ด้วยสถานะพลเมืองสิงคโปร์ เขาจึงไม่ต้องทำวีซ่า เพื่อพำนักไม่เกิน 30 วัน

ดังนั้น เขาจึงไม่เข้าใจว่า ทำไมตำรวจไทยที่พวกเขาเจอที่ด่านในคืนวันที่ 5 ม.ค. 2566 จึงคะยั้นคะยอจะดูหนังสือเดินทาง และตรวจว่าเขามีวีซ่าหรือไม่

ส่วนการครอบครองบุหรี่ไฟฟ้านั้น เขายอมรับว่า ไม่ทราบเลยว่าการซื้อและครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าในไทยเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เพราะไม่เคยมีประกาศแจ้งนักท่องเที่ยว
ที่มาของภาพ, BBC Thaiคำบรรยายภาพ, ชาลีน อัน หรือ อัน อวี๋ฉิง นักแสดงสาวไต้หวัน“ถ้าบอกบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ทำไมที่ตลาดขายได้ เพราะผมซื้อที่ห้วยขวาง และเห็นขายทั่วไป ทุกคนก็ใช้อยู่ ไม่เห็นมีปัญหา” สกาย กล่าว

“กัญชายังเปิดร้านขายได้เลย ทำไมบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย” เขาบอกว่า เมื่อพูดถึงตรงนี้ ตำรวจที่เขาพูดคุยอยู่มีท่าที “โมโห” ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สกายจึงพยายามเจรจาอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยว่า “ขอโอกาสพวกเขาได้ไหม” แต่ตำรวจตอบกลับว่า “ไม่ได้ ต้องไปโรงพัก” พร้อมขู่ว่า ถ้าไปโรงพักจะต้องถูกจับขังคุกอย่างน้อย 2 วัน

สถานการณ์จึงเปท่องเที่ยว็นในลักษณะที่นายชูวิทย์สรุปว่า ตำรวจข่มขู่นักท่องเที่ยวชาวไต้หวันและสิงคโปร์ว่า จะถูกจับขังหากไปที่สถานีตำรวจ และเมื่อ สกาย ถามว่า “แล้วจะต้องทำยังไง” ตำรวจจึงเรียกรับเงินสำหรับนักท่องเที่ยว 4 คน บุหรี่ไฟฟ้า 3 แท่ง และไม่มีหนังสือเดินทาง เป็นเงิน 27,000 บาท
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, ชูวิทย์ ก้มโค้ง “ขอโทษแทนตำรวจไทย”แต่พฤติการณ์ที่น่าสงสัยของตำรวจ คือ ให้ สกาย นับเงิน พร้อมชี้ไปทางบริเวณสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เพื่อให้สังเกตกล้องวงจรปิด แต่เมื่อกำลังจะยื่นเงินให้ ตำรวจทำท่าทางให้สกาย และเพื่อน ๆ ยืนบังทิศทางของกล้องวงจรปิด เพื่อไม่ให้เห็นพฤติการณ์รับเงินของตำรวจ

สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมา สอดคล้องกับที่ ชาลีน อัน ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยก่อนหน้านี้ คือ “ตำรวจเก็บเงินไป แล้วยื่นบุหรี่ไฟฟ้า (ของเขาและเพื่อน) ให้ผมแล้วถ่ายรูป ยื่นให้ชาลีน และคนอื่น ๆ แล้วถ่ายรูปด้วย” โดยสกายเสริมว่า ในขณะนั้น ชาลีน อัน มีท่าทางเหนื่อยและเครียดมาก

“ผมไม่มีทางเลือก ผมต้องให้เงิน ถ้าผมมีทางเลือกผมคงไม่ทำหรอก” สกาย ยอมรับว่า ถูกข่มขู่ให้จ่ายเงินสินบนแก่ตำรวจ
ทำไมถึงไปห้วยขวางต่อการแถลงข่าวของ สกาย สอดคล้องกับบทสัมภาษณ์ของชาลีน อัน กับบีบีซีไทย ที่เธอยืนกรานว่า ไม่ได้พกบุหรี่ไฟฟ้าออกไปด้วยในวันนั้น แต่เธอไม่เคยปฏิเสธว่า ไม่เคยครอบครองและสูบบุหรี่ไฟฟ้า

ชาลีน อัน ยังให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยถึงกรณีปรากฎภาพเธอและเพื่อน ๆ ไปเดินตลาดกลางคืนที่ห้วยขวาง ว่า เธอไปเดินตลาดกลางคืนแถวห้วยขวางต่อจริง เพราะวางแผนจะไปทานอาหารที่ร้านอาหารในแถบนั้นอยู่แล้ว และตลาดแห่งนั้นก็อยู่ใกล้กับร้านอาหาร

ข้อมูลจากสกายทำให้สถานการณ์ชัดเจนขึ้น โดยสกายเล่าว่า ชาลีน อัน “รู้สึกโกรธมาก” จึงอยากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อที่ห้วยขวาง ซึ่งเขาได้ตามไปสมทบภายหลังนั่งแท็กซี่ไปส่งเพื่อนที่โรงแรม

ในกลุ่มเพื่อนราว 10 คน รวมถึงชาลีน อัน และสกาย ด้วย มีคนไทยที่เขาเล่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง ซึ่งคนไทยแนะนำว่า ครั้งหน้าอย่าพกเงินสดเยอะ และให้พกพาหนังสือเดินทาง เพื่อไม่ให้ตำรวจรีดไถเงินได้เช่นนี้ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ต่อมา ชาลีน อัน ได้นำไปโพสต์ในอินสตาแกรม และกลายเป็นประเด็นใหญ่ในสังคมไทยในเวลาต่อมา
ที่มาของภาพ, .คำบรรยายภาพ, ชาลีน อัน ไปแถวห้วยขวางต่อหลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสกาย ยังเปรียบเทียบว่า สถานการณ์ที่พวกเขาเจอนั้น เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่เคยเจอมาก่อน ในสิงคโปร์เอง เขาก็ไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้ และยอมรับว่า การกระทำของตำรวจไทยกับพวกเขา “ไม่มีเหตุผล” และทำให้เขา “กลัว”

ภายหลังการแถลงข่าว นายชูวิทย์ ได้โค้งและกล่าวขอโทษ สกาย แทน “ตำรวจไทย” ส่วนกรณีบุหรี่ไฟฟ้านั้น นายชูวิทย์ ระบุว่า “ชาวต่างชาติเขาจะรู้ไหม ก็เปิดขายกันทั่วไปตลาดห้วยขวาง ทองหล่อก็มี ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลให้ขายได้ยังไง”
มาตรการของตำรวจจนถึงตอนนี้ ผบ.ตร. ได้เซ็นย้าย ผกก.สน.ห้วยขวาง เพื่อเปิดทางให้กรรมการสอบสวนดำเนินการได้เต็มที่ และเป็นการลงโทษทางปกครองในฐานะ “เป็นหัวหน้าสถานีไม่สามารถควบคุมกำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาในสังกัด”

และวานนี้ (31 ม.ค.) พล.ต.ต.อัฎธพร วงศ์ศิริปรีดา ผบก.น.1 ได้เซ็นคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ จำนวน 5 นาย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตั้งด่านที่ สกาย และ ชาลีน อัน เผชิญในเช้ามืดวันที่ 5 ม.ค. โดยมีรายชื่อดังนี้

ร.ต.อ. ยอดฤทธิ์ ลางดุลเสน รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ร.ต.อ. ปฏิภาณ ศิริชัยวัฒนา รองสารวัตรอำนวยการ สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ด.ต. อธิเวช จุลพันธ์ ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ด.ต. กฤษฎา คำมะนา ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ส.ต.อ. เฉลิมชัย ศิริวังโส ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ส.ต.อ. วัชรนนท์ ขาวยอง ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลหัวยขวาง
ส.ต.อ. นันทวัชร์ สุวรรณา ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, ชูวิทย์นำปี๊บมาเพื่อให้ตำรวจ “คลุมศีรษะ”อย่างไรก็ดี นายชูวิทย์ วิพากษ์วิจารณ์ตำรวจนครบาลอย่างรุนแรงว่า เป็นการลงโทษตำรวจชั้นผู้น้อยของนายตำรวจระดับสูง เพื่อปกป้องตำแหน่งของตนเอง

“ตำรวจไม่ได้ปกป้องประเทศชาติ ปกป้องตัวเอง ปกป้องตำแหน่ง ลงโทษแต่ตำรวจชั้นผู้น้อย”
ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ? การนำเข้ามา หรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร หรือเคลื่อนย้ายของออกโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับ 4 เท่าของราคา หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ริบของทันที ตามกฎหมายมาตรา 242 ใน พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560

หากพบบุคคลใดว่าครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า ตำรวจสามารถใช้มาตรา 246 ว่าด้วย ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้ ซึ่งของที่รู้ว่าเป็นความผิดตามมาตรา 242 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับ 4 เท่าของราคาของ หรือทั้งจำทั้งปรับ

ดังนั้น การนำเข้า การผลิต การจำหน่าย ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายชัดเจน แต่ส่วนของผู้ครอบครองและใช้บุหรี่ไฟฟ้า แม้จะไม่มีความผิดโดยตรง แต่ก็จะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 246 ตามดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย

คาสิโนออนไลน์ บาคาร่าออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หวยออนไลน์ เกมส์ออนไลน์ แทงบอลออนไลน์
ชายสิงคโปร์อ้างตำรวจไทยข่มขู่ให้จ่าย 2.7 หมื่น ฐานพกบุหรี่ไฟฟ้าแลกติดคุก

ชายสิงคโปร์อ้างตำรวจไทยข่มขู่ให้จ่าย 2.7 หมื่น ฐานพกบุหรี่ไฟฟ้าแลกติดคุกที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, “สกาย” ชายสิงคโปร์ ที่อยู่ในเหตุการณ์กับ ชาลีน อัน นักแสดงสาวไต้หวันเมื่อ 9 ชั่วโมงที่แล้ว“สกาย” ชายสิงคโปร์ เพื่อนดาราสาวไต้หวัน ที่เป็นคนเจรจากับตำรวจที่ด่านตรวจ เผย ถูกตำรวจไทย “ข่มขู่” และให้จ่ายเงิน เพื่อไม่ต้องไป “โรงพัก-เข้าคุก” เป็นเงิน 27,000 บาท หลังตำรวจพบว่าเขาพกบุหรี่ไฟฟ้า ยืนยัน ดาราสาวไต้หวันไม่ได้พกไปในคืนวันนั้น

วันนี้ (1 ก.พ. 2566) นาย “สกาย” เพื่อนของ อัน อวี๋ฉิง หรือ ชาลีน อัน ดาราสาวไต้หวันที่เปิดเผยว่า ถูกตำรวจไทยรีดไถเงินเธอกับเพื่อน ๆ รวม 27,000 บาท ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวจากมุมมองของเขา นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย เป็นผู้ “ควักเงินส่วนตัว” จองตั๋วเครื่องบินให้นายสกาย เดินทางมาไทยจากสิงคโปร์ เพื่อแถลงข่าวชี้แจงสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด

สกาย เล่าว่า ไปเที่ยวไนต์คลับกับชาลีน อัน ก่อนจะเรียกรถแกร็บเพื่อเดินทางไปต่อย่านห้วยขวาง แต่กลับเจอด่านตำรวจระหว่างทาง และตำรวจเรียกให้เขาและเพื่อน ๆ ลงจากรถ

“ตำรวจบอกว่าอยากตรวจค้น เอาไฟฉายส่อง… เขาจับกระเป๋าตามตัวผม ผมก็เอาสิ่งของให้ดูทั้งหมด เขาบอกให้ผมถอดรองเท้า แล้วขอดูหนังสือเดินทาง ซึ่งผมไม่ได้เอาไป” สกาย แถลงข่าวเป็นภาษาไทย ที่เขาระบุว่า พูดได้ในระดับที่สื่อสารได้ เพราะเดินทางมาไทยบ่อยครั้ง

นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ยอมรับว่า เขาพกบุหรี่ไฟฟ้าไปด้วย เช่นเดียวกับเพื่อนอีกสองคน แต่ ชาลีน อัน ไม่ได้พกบุหรี่ไฟฟ้าไปด้วยในคืนนั้น แม้ว่าเธอจะสูบบุหรี่ไฟฟ้าบ้าง สรุปแล้ว กลุ่มเพื่อนของเขา รวมชาลีน อัน มีอยู่ด้วยกัน 4 คน พกพาบุหรี่ไฟฟ้า 3 แท่ง และไม่ได้พกพาหนังสือเดินทาง
“ฉันไม่ใช่วีรสตรี ไม่ได้อยากสู้กับตำรวจไทย”เที่ยวแบบ VVIP : ปมจ้างตำรวจไทยนำขบวน นทท. จีน สะท้อนภาพปราบโกงล้มเหลวหรือไม่ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าตำรวจไทยเจอต้องทำอย่างไรสกาย เล่าต่อว่า ตำรวจได้นำบุหรี่ไฟฟ้าไป แต่เมื่อชาลีน อัน พยายามถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์มือถือ ตำรวจมีท่าทีเปลี่ยนไป และมีท่าทีเชิงข่มขู่ว่า “คุณมีบุหรี่ไฟฟ้า พวกคุณต้องไปสถานีตำรวจ และอาจต้องติดคุกอย่างน้อย 2 วัน”

ในเวลานั้น มีตำรวจ 3 คนที่ สกาย ต้องเจรจาด้วย เพราะเป็นบุคคลในเดียวในกลุ่มที่พอจะพูดภาษาไทยได้ โดยตำรวจนายหนึ่ง ไม่ได้สวมเครื่องแบบ

สกาย จึงสอบถามตำรวจว่า “จะให้พวกเราทำอย่างไร” เพราะเขาไม่ได้พกหนังสือเดินทางมา แต่ด้วยความที่เป็นคนสิงคโปร์ ไม่ต้องใช้วีซ่าก็สามารถพำนักในไทยได้ไม่เกิน 30 วัน แต่ตำรวจไม่ยอม ระบุว่าต้องมีหนังสือเดินทางตัวจริง จากนั้น ตำรวจจึงระบุว่า “ขอคุยกับตำรวจยศใหญ่ก่อน”
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, นายชูวิทย์ เป็นผู้เชิญให้สกายมาแถลงข่าวในครั้งนี้“เขาก็กลับมาบอกว่า บุหรี่ไฟฟ้ามี 3 แท่ง ต้องจ่ายแท่งละ 8 พันบาท และเมื่อรวมกับการไม่มีหนังสือเดินทาง รวมเป็น 27,000 บาท” สกาย ย้อนบทสนทนาของเขากับตำรวจเมื่อวันที่ 5 ม.ค. 2566 “ผมก็บอกโอเค”

ภายหลังการแถลงข่าวร่วมกับ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์, นายกายจะเข้าให้ปากคำกับตำรวจ ถึงสิ่งที่เขาและเพื่อน ๆ เจอ เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาพิจารณาประกอบการดำเนินคดี

อย่างไรก็ตาม ในส่วนการดำเนินคดีกับนักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ในฐานะผู้ให้สินบนนั้น ยังไม่สามารถดำเนินการได้ในขณะนี้ เนื่องจากการจะดำเนินคดีในข้อหานี้ได้ นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ ต้องอยู่ในฐานะผู้เสนอให้สินบนเจ้าพนักงาน ไม่ได้ถูกข่มขู่บังคับ ดังนั้น การสอบปากคำนักท่องเที่ยวสิงคโปร์จึงสำคัญมาก และเป็นการสอบปากคำในฐานะพยาน โดยทีมสอบสวนได้เตรียมรูปถ่าย ตำรวจชุดตั้งด่านในวันเกิดเหตุทั้ง 14 นาย ให้ผู้เสียหายชี้ใน 3 ประเด็นหลัก ๆ คือ จ่ายเงินให้กับใคร, ใน 14 คนนี้มีใครบังคับขู่เข็นเรียกเงิน, และมีใครมีส่วนรู้เห็นจาการรีดรับเงินในครั้งนี้บ้าง
สิ่งที่เกิดขึ้นกับ สกาย, ชาลีน อัน, และเพื่อนอีก 2 คนสกาย เล่าว่า เขาเดินทางมาไทยบ่อยครั้ง ครั้งล่าสุด เดินทางมาอยู่ไทยตั้งแต่ 25 ธ.ค. 2565 เพื่อท่องเที่ยวไปจนถึงช่วงปีใหม่ ด้วยสถานะพลเมืองสิงคโปร์ เขาจึงไม่ต้องทำวีซ่า เพื่อพำนักไม่เกิน 30 วัน

ดังนั้น เขาจึงไม่เข้าใจว่า ทำไมตำรวจไทยที่พวกเขาเจอที่ด่านในคืนวันที่ 5 ม.ค. 2566 จึงคะยั้นคะยอจะดูหนังสือเดินทาง และตรวจว่าเขามีวีซ่าหรือไม่

ส่วนการครอบครองบุหรี่ไฟฟ้านั้น เขายอมรับว่า ไม่ทราบเลยว่าการซื้อและครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าในไทยเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เพราะไม่เคยมีประกาศแจ้งนักท่องเที่ยว
ที่มาของภาพ, BBC Thaiคำบรรยายภาพ, ชาลีน อัน หรือ อัน อวี๋ฉิง นักแสดงสาวไต้หวัน“ถ้าบอกบุหรี่ไฟฟ้าผิดประเทศไทยกฎหมาย ทำไมที่ตลาดขายได้ เพราะผมซื้อที่ห้วยขวาง และเห็นขายทั่วไป ทุกคนก็ใช้อยู่ ไม่เห็นมีปัญหา” สกาย กล่าว

“กัญชายังเปิดร้านขายได้เลย ทำไมบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย” เขาบอกว่า เมื่อพูดถึงตรงนี้ ตำรวจที่เขาพูดคุยอยู่มีท่าที “โมโห” ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สกายจึงพยายามเจรจาอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยว่า “ขอโอกาสพวกเขาได้ไหม” แต่ตำรวจตอบกลับว่า “ไม่ได้ ต้องไปโรงพัก” พร้อมขู่ว่า ถ้าไปโรงพักจะต้องถูกจับขังคุกอย่างน้อย 2 วัน

สถานการณ์จึงเป็นในลักษณะที่นายชูวิทย์สรุปว่า ตำรวจข่มขู่นักท่องเที่ยวชาวไต้หวันและสิงคโปร์ว่า จะถูกจับขังหากไปที่สถานีตำรวจ และเมื่อ สกาย ถามว่า “แล้วจะต้องทำยังไง” ตำรวจจึงเรียกรับเงินสำหรับนักท่องเที่ยว 4 คน บุหรี่ไฟฟ้า 3 แท่ง และไม่มีหนังสือเดินทาง เป็นเงิน 27,000 บาท
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, ชูวิทย์ ก้มโค้ง “ขอโทษแทนตำรวจไทย”แต่พฤติการณ์ที่น่าสงสัยของตำรวจ คือ ให้ สกาย นับเงิน พร้อมชี้ไปทางบริเวณสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เพื่อให้สังเกตกล้องวงจรปิด แต่เมื่อกำลังจะยื่นเงินให้ ตำรวจทำท่าทางให้สกาย และเพื่อน ๆ ยืนบังทิศทางของกล้องวงจรปิด เพื่อไม่ให้เห็นพฤติการณ์รับเงินของตำรวจ

สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมา สอดคล้องกับที่ ชาลีน อัน ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยก่อนหน้านี้ คือ “ตำรวจเก็บเงินไป แล้วยื่นบุหรี่ไฟฟ้า (ของเขาและเพื่อน) ให้ผมแล้วถ่ายรูป ยื่นให้ชาลีน และคนอื่น ๆ แล้วถ่ายรูปด้วย” โดยสกายเสริมว่า ในขณะนั้น ชาลีน อัน มีท่าทางเหนื่อยและเครียดมาก

“ผมไม่มีทางเลือก ผมต้องให้เงิน ถ้าผมมีทางเลือกผมคงไม่ทำหรอก” สกาย ยอมรับว่า ถูกข่มขู่ให้จ่ายเงินสินบนแก่ตำรวจ
ทำไมถึงไปห้วยขวางต่อการแถลงข่าวของ สกาย สอดคล้องกับบทสัมภาษณ์ของชาลีน อัน กับบีบีซีไทย ที่เธอยืนกรานว่า ไม่ได้พกบุหรี่ไฟฟ้าออกไปด้วยในวันนั้น แต่เธอไม่เคยปฏิเสธว่า ไม่เคยครอบครองและสูบบุหรี่ไฟฟ้า

ชาลีน อัน ยังให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยถึงกรณีปรากฎภาพเธอและเพื่อน ๆ ไปเดินตลาดกลางคืนที่ห้วยขวาง ว่า เธอไปเดินตลาดกลางคืนแถวห้วยขวางต่อจริง เพราะวางแผนจะไปทานอาหารที่ร้านอาหารในแถบนั้นอยู่แล้ว และตลาดแห่งนั้นก็อยู่ใกล้กับร้านอาหาร

ข้อมูลจากสกายทำให้สถานการณ์ชัดเจนขึ้น โดยสกายเล่าว่า ชาลีน อัน “รู้สึกโกรธมาก” จึงอยากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อที่ห้วยขวาง ซึ่งเขาได้ตามไปสมทบภายหลังนั่งแท็กซี่ไปส่งเพื่อนที่โรงแรม

ในกลุ่มเพื่อนราว 10 คน รวมถึงชาลีน อัน และสกาย ด้วย มีคนไทยที่เขาเล่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง ซึ่งคนไทยแนะนำว่า ครั้งหน้าอย่าพกเงินสดเยอะ และให้พกพาหนังสือเดินทาง เพื่อไม่ให้ตำรวจรีดไถเงินได้เช่นนี้ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ต่อมา ชาลีน อัน ได้นำไปโพสต์ในอินสตาแกรม และกลายเป็นประเด็นใหญ่ในสังคมไทยในเวลาต่อมา
ที่มาของภาพ, .คำบรรยายภาพ, ชาลีน อัน ไปแถวห้วยขวางต่อหลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสกาย ยังเปรียบเทียบว่า สถานการณ์ที่พวกเขาเจอนั้น เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่เคยเจอมาก่อน ในสิงคโปร์เอง เขาก็ไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้ และยอมรับว่า การกระทำของตำรวจไทยกับพวกเขา “ไม่มีเหตุผล” และทำให้เขา “กลัว”

ภายหลังการแถลงข่าว นายชูวิทย์ ได้โค้งและกล่าวขอโทษ สกาย แทน “ตำรวจไทย” ส่วนกรณีบุหรี่ไฟฟ้านั้น นายชูวิทย์ ระบุว่า “ชาวต่างชาติเขาจะรู้ไหม ก็เปิดขายกันทั่วไปตลาดห้วยขวาง ทองหล่อก็มี ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลให้ขายได้ยังไง”
มาตรการของตำรวจจนถึงตอนนี้ ผบ.ตร. ได้เซ็นย้าย ผกก.สน.ห้วยขวาง เพื่อเปิดทางให้กรรมการสอบสวนดำเนินการได้เต็มที่ และเป็นการลงโทษทางปกครองในฐานะ “เป็นหัวหน้าสถานีไม่สามารถควบคุมกำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาในสังกัด”

และวานนี้ (31 ม.ค.) พล.ต.ต.อัฎธพร วงศ์ศิริปรีดา ผบก.น.1 ได้เซ็นคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ จำนวน 5 นาย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตั้งด่านที่ สกาย และ ชาลีน อัน เผชิญในเช้ามืดวันที่ 5 ม.ค. โดยมีรายชื่อดังนี้

ร.ต.อ. ยอดฤทธิ์ ลางดุลเสน รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ร.ต.อ. ปฏิภาณ ศิริชัยวัฒนา รองสารวัตรอำนวยการ สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ด.ต. อธิเวช จุลพันธ์ ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ด.ต. กฤษฎา คำมะนา ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ส.ต.อ. เฉลิมชัย ศิริวังโส ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ส.ต.อ. วัชรนนท์ ขาวยอง ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลหัวยขวาง
ส.ต.อ. นันทวัชร์ สุวรรณา ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, ชูวิทย์นำปี๊บมาเพื่อให้ตำรวจ “คลุมศีรษะ”อย่างไรก็ดี นายชูวิทย์ วิพากษ์วิจารณ์ตำรวจนครบาลอย่างรุนแรงว่า เป็นการลงโทษตำรวจชั้นผู้น้อยของนายตำรวจระดับสูง เพื่อปกป้องตำแหน่งของตนเอง

“ตำรวจไม่ได้ปกป้องประเทศชาติ ปกป้องตัวเอง ปกป้องตำแหน่ง ลงโทษแต่ตำรวจชั้นผู้น้อย”
ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ? การนำเข้ามา หรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร หรือเคลื่อนย้ายของออกโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับ 4 เท่าของราคา หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ริบของทันที ตามกฎหมายมาตรา 242 ใน พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560

หากพบบุคคลใดว่าครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า ตำรวจสามารถใช้มาตรา 246 ว่าด้วย ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้ ซึ่งของที่รู้ว่าเป็นความผิดตามมาตรา 242 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับ 4 เท่าของราคาของ หรือทั้งจำทั้งปรับ

ดังนั้น การนำเข้า การผลิต การจำหน่าย ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายชัดเจน แต่ส่วนของผู้ครอบครองและใช้บุหรี่ไฟฟ้า แม้จะไม่มีความผิดโดยตรง แต่ก็จะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 246 ตามดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย

คาสิโนออนไลน์ บาคาร่าออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หวยออนไลน์ เกมส์ออนไลน์ แทงบอลออนไลน์
ชายสิงคโปร์อ้างตำรวจไทยข่มขู่ให้จ่าย 2.7 หมื่น ฐานพกบุหรี่ไฟฟ้าแลกติดคุก

ชายสิงคโปร์อ้างตำรวจไทยข่มขู่ให้จ่าย 2.7 หมื่น ฐานพกบุหรี่ไฟฟ้าแลกติดคุกที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, “สกาย” ชายสิงคโปร์ ที่อยู่ในเหตุการณ์กับ ชาลีน อัน นักแสดงสาวไต้หวันเมื่อ 9 ชั่วโมงที่แล้ว“สกาย” ชายสิงคโปร์ เพื่อนดาราสาวไต้หวัน ที่เป็นคนเจรจากับตำรวจที่ด่านตรวจ เผย ถูกตำรวจไทย “ข่มขู่” และให้จ่ายเงิน เพื่อไม่ต้องไป “โรงพัก-เข้าคุก” เป็นเงิน 27,000 บาท หลังตำรวจพบว่าเขาพกบุหรี่ไฟฟ้า ยืนยัน ดาราสาวไต้หวันไม่ได้พกไปในคืนวันนั้น

วันนี้ (1 ก.พ. 2566) นาย “สกาย” เพื่อนของ อัน อวี๋ฉิง หรือ ชาลีน อัน ดาราสาวไต้หวันที่เปิดเผยว่า ถูกตำรวจไทยรีดไถเงินเธอกับเพื่อน ๆ รวม 27,000 บาท ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวจากมุมมองของเขา นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย เป็นผู้ “ควักเงินส่วนตัว” จองตั๋วเครื่องบินให้นายสกาย เดินทางมาไทยจากสิงคโปร์ เพื่อแถลงข่าวชี้แจงสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด

สกาย เล่าว่า ไปเที่ยวไนต์คลับกับชาลีน อัน ก่อนจะเรียกรถแกร็บเพื่อเดินทางไปต่อย่านห้วยขวาง แต่กลับเจอด่านตำรวจระหว่างทาง และตำรวจเรียกให้เขาและเพื่อน ๆ ลงจากรถ

“ตำรวจบอกว่าอยากตรวจค้น เอาไฟฉายส่อง… เขาจับกระเป๋าตามตัวผม ผมก็เอาสิ่งของให้ดูทั้งหมด เขาบอกให้ผมถอดรองเท้า แล้วขอดูหนังสือเดินทาง ซึ่งผมไม่ได้เอาไป” สกาย แถลงข่าวเป็นภาษาไทย ที่เขาระบุว่า พูดได้ในระดับที่สื่อสารได้ เพราะเดินทางมาไทยบ่อยครั้ง

นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ยอมรับว่า เขาพกบุหรี่ไฟฟ้าไปด้วย เช่นเดียวกับเพื่อนอีกสองคน แต่ ชาลีน อัน ไม่ได้พกบุหรี่ไฟฟ้าไปด้วยในคืนนั้น แม้ว่าเธอจะสูบบุหรี่ไฟฟ้าบ้าง สรุปแล้ว กลุ่มเพื่อนของเขา รวมชาลีน อัน มีอยู่ด้วยกัน 4 คน พกพาบุหรี่ไฟฟ้า 3 แท่ง และไม่ได้พกพาหนังสือเดินทาง
“ฉันไม่ใช่วีรสตรี ไม่ได้อยากสู้กับตำรวจไทย”เที่ยวแบบ VVIP : ปมจ้างตำรวจไทยนำขบวน นทท. จีน สะท้อนภาพปราบโกงล้มเหลวหรือไม่ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าตำรวจไทยเจอต้องทำอย่างไรสกาย เล่าต่อว่า ตำรวจได้นำบุหรี่ไฟฟ้าไป แต่เมื่อชาลีน อัน พยายามถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์มือถือ ตำรวจมีท่าทีเปลี่ยนไป และมีท่าทีเชิงข่มขู่ว่า “คุณมีบุหรี่ไฟฟ้า พวกคุณต้องไปสถานีตำรวจ และอาจต้องติดคุกอย่างน้อย 2 วัน”

ในเวลานั้น มีตำรวจ 3 คนที่ สกฎหมายกาย ต้องเจรจาด้วย เพราะเป็นบุคคลในเดียวในกลุ่มที่พอจะพูดภาษาไทยได้ โดยตำรวจนายหนึ่ง ไม่ได้สวมเครื่องแบบ

สกาย จึงสอบถามตำรวจว่า “จะให้พวกเราทำอย่างไร” เพราะเขาไม่ได้พกหนังสือเดินทางมา แต่ด้วยความที่เป็นคนสิงคโปร์ ไม่ต้องใช้วีซ่าก็สามารถพำนักในไทยได้ไม่เกิน 30 วัน แต่ตำรวจไม่ยอม ระบุว่าต้องมีหนังสือเดินทางตัวจริง จากนั้น ตำรวจจึงระบุว่า “ขอคุยกับตำรวจยศใหญ่ก่อน”
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, นายชูวิทย์ เป็นผู้เชิญให้สกายมาแถลงข่าวในครั้งนี้“เขาก็กลับมาบอกว่า บุหรี่ไฟฟ้ามี 3 แท่ง ต้องจ่ายแท่งละ 8 พันบาท และเมื่อรวมกับการไม่มีหนังสือเดินทาง รวมเป็น 27,000 บาท” สกาย ย้อนบทสนทนาของเขากับตำรวจเมื่อวันที่ 5 ม.ค. 2566 “ผมก็บอกโอเค”

ภายหลังการแถลงข่าวร่วมกับ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์, นายกายจะเข้าให้ปากคำกับตำรวจ ถึงสิ่งที่เขาและเพื่อน ๆ เจอ เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาพิจารณาประกอบการดำเนินคดี

อย่างไรก็ตาม ในส่วนการดำเนินคดีกับนักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ในฐานะผู้ให้สินบนนั้น ยังไม่สามารถดำเนินการได้ในขณะนี้ เนื่องจากการจะดำเนินคดีในข้อหานี้ได้ นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ ต้องอยู่ในฐานะผู้เสนอให้สินบนเจ้าพนักงาน ไม่ได้ถูกข่มขู่บังคับ ดังนั้น การสอบปากคำนักท่องเที่ยวสิงคโปร์จึงสำคัญมาก และเป็นการสอบปากคำในฐานะพยาน โดยทีมสอบสวนได้เตรียมรูปถ่าย ตำรวจชุดตั้งด่านในวันเกิดเหตุทั้ง 14 นาย ให้ผู้เสียหายชี้ใน 3 ประเด็นหลัก ๆ คือ จ่ายเงินให้กับใคร, ใน 14 คนนี้มีใครบังคับขู่เข็นเรียกเงิน, และมีใครมีส่วนรู้เห็นจาการรีดรับเงินในครั้งนี้บ้าง
สิ่งที่เกิดขึ้นกับ สกาย, ชาลีน อัน, และเพื่อนอีก 2 คนสกาย เล่าว่า เขาเดินทางมาไทยบ่อยครั้ง ครั้งล่าสุด เดินทางมาอยู่ไทยตั้งแต่ 25 ธ.ค. 2565 เพื่อท่องเที่ยวไปจนถึงช่วงปีใหม่ ด้วยสถานะพลเมืองสิงคโปร์ เขาจึงไม่ต้องทำวีซ่า เพื่อพำนักไม่เกิน 30 วัน

ดังนั้น เขาจึงไม่เข้าใจว่า ทำไมตำรวจไทยที่พวกเขาเจอที่ด่านในคืนวันที่ 5 ม.ค. 2566 จึงคะยั้นคะยอจะดูหนังสือเดินทาง และตรวจว่าเขามีวีซ่าหรือไม่

ส่วนการครอบครองบุหรี่ไฟฟ้านั้น เขายอมรับว่า ไม่ทราบเลยว่าการซื้อและครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าในไทยเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เพราะไม่เคยมีประกาศแจ้งนักท่องเที่ยว
ที่มาของภาพ, BBC Thaiคำบรรยายภาพ, ชาลีน อัน หรือ อัน อวี๋ฉิง นักแสดงสาวไต้หวัน“ถ้าบอกบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ทำไมที่ตลาดขายได้ เพราะผมซื้อที่ห้วยขวาง และเห็นขายทั่วไป ทุกคนก็ใช้อยู่ ไม่เห็นมีปัญหา” สกาย กล่าว

“กัญชายังเปิดร้านขายได้เลย ทำไมบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย” เขาบอกว่า เมื่อพูดถึงตรงนี้ ตำรวจที่เขาพูดคุยอยู่มีท่าที “โมโห” ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สกายจึงพยายามเจรจาอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยว่า “ขอโอกาสพวกเขาได้ไหม” แต่ตำรวจตอบกลับว่า “ไม่ได้ ต้องไปโรงพัก” พร้อมขู่ว่า ถ้าไปโรงพักจะต้องถูกจับขังคุกอย่างน้อย 2 วัน

สถานการณ์จึงเป็นในลักษณะที่นายชูวิทย์สรุปว่า ตำรวจข่มขู่นักท่องเที่ยวชาวไต้หวันและสิงคโปร์ว่า จะถูกจับขังหากไปที่สถานีตำรวจ และเมื่อ สกาย ถามว่า “แล้วจะต้องทำยังไง” ตำรวจจึงเรียกรับเงินสำหรับนักท่องเที่ยว 4 คน บุหรี่ไฟฟ้า 3 แท่ง และไม่มีหนังสือเดินทาง เป็นเงิน 27,000 บาท
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, ชูวิทย์ ก้มโค้ง “ขอโทษแทนตำรวจไทย”แต่พฤติการณ์ที่น่าสงสัยของตำรวจ คือ ให้ สกาย นับเงิน พร้อมชี้ไปทางบริเวณสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เพื่อให้สังเกตกล้องวงจรปิด แต่เมื่อกำลังจะยื่นเงินให้ ตำรวจทำท่าทางให้สกาย และเพื่อน ๆ ยืนบังทิศทางของกล้องวงจรปิด เพื่อไม่ให้เห็นพฤติการณ์รับเงินของตำรวจ

สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมา สอดคล้องกับที่ ชาลีน อัน ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยก่อนหน้านี้ คือ “ตำรวจเก็บเงินไป แล้วยื่นบุหรี่ไฟฟ้า (ของเขาและเพื่อน) ให้ผมแล้วถ่ายรูป ยื่นให้ชาลีน และคนอื่น ๆ แล้วถ่ายรูปด้วย” โดยสกายเสริมว่า ในขณะนั้น ชาลีน อัน มีท่าทางเหนื่อยและเครียดมาก

“ผมไม่มีทางเลือก ผมต้องให้เงิน ถ้าผมมีทางเลือกผมคงไม่ทำหรอก” สกาย ยอมรับว่า ถูกข่มขู่ให้จ่ายเงินสินบนแก่ตำรวจ
ทำไมถึงไปห้วยขวางต่อการแถลงข่าวของ สกาย สอดคล้องกับบทสัมภาษณ์ของชาลีน อัน กับบีบีซีไทย ที่เธอยืนกรานว่า ไม่ได้พกบุหรี่ไฟฟ้าออกไปด้วยในวันนั้น แต่เธอไม่เคยปฏิเสธว่า ไม่เคยครอบครองและสูบบุหรี่ไฟฟ้า

ชาลีน อัน ยังให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยถึงกรณีปรากฎภาพเธอและเพื่อน ๆ ไปเดินตลาดกลางคืนที่ห้วยขวาง ว่า เธอไปเดินตลาดกลางคืนแถวห้วยขวางต่อจริง เพราะวางแผนจะไปทานอาหารที่ร้านอาหารในแถบนั้นอยู่แล้ว และตลาดแห่งนั้นก็อยู่ใกล้กับร้านอาหาร

ข้อมูลจากสกายทำให้สถานการณ์ชัดเจนขึ้น โดยสกายเล่าว่า ชาลีน อัน “รู้สึกโกรธมาก” จึงอยากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อที่ห้วยขวาง ซึ่งเขาได้ตามไปสมทบภายหลังนั่งแท็กซี่ไปส่งเพื่อนที่โรงแรม

ในกลุ่มเพื่อนราว 10 คน รวมถึงชาลีน อัน และสกาย ด้วย มีคนไทยที่เขาเล่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง ซึ่งคนไทยแนะนำว่า ครั้งหน้าอย่าพกเงินสดเยอะ และให้พกพาหนังสือเดินทาง เพื่อไม่ให้ตำรวจรีดไถเงินได้เช่นนี้ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ต่อมา ชาลีน อัน ได้นำไปโพสต์ในอินสตาแกรม และกลายเป็นประเด็นใหญ่ในสังคมไทยในเวลาต่อมา
ที่มาของภาพ, .คำบรรยายภาพ, ชาลีน อัน ไปแถวห้วยขวางต่อหลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสกาย ยังเปรียบเทียบว่า สถานการณ์ที่พวกเขาเจอนั้น เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่เคยเจอมาก่อน ในสิงคโปร์เอง เขาก็ไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้ และยอมรับว่า การกระทำของตำรวจไทยกับพวกเขา “ไม่มีเหตุผล” และทำให้เขา “กลัว”

ภายหลังการแถลงข่าว นายชูวิทย์ ได้โค้งและกล่าวขอโทษ สกาย แทน “ตำรวจไทย” ส่วนกรณีบุหรี่ไฟฟ้านั้น นายชูวิทย์ ระบุว่า “ชาวต่างชาติเขาจะรู้ไหม ก็เปิดขายกันทั่วไปตลาดห้วยขวาง ทองหล่อก็มี ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลให้ขายได้ยังไง”
มาตรการของตำรวจจนถึงตอนนี้ ผบ.ตร. ได้เซ็นย้าย ผกก.สน.ห้วยขวาง เพื่อเปิดทางให้กรรมการสอบสวนดำเนินการได้เต็มที่ และเป็นการลงโทษทางปกครองในฐานะ “เป็นหัวหน้าสถานีไม่สามารถควบคุมกำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาในสังกัด”

และวานนี้ (31 ม.ค.) พล.ต.ต.อัฎธพร วงศ์ศิริปรีดา ผบก.น.1 ได้เซ็นคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ จำนวน 5 นาย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตั้งด่านที่ สกาย และ ชาลีน อัน เผชิญในเช้ามืดวันที่ 5 ม.ค. โดยมีรายชื่อดังนี้

ร.ต.อ. ยอดฤทธิ์ ลางดุลเสน รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ร.ต.อ. ปฏิภาณ ศิริชัยวัฒนา รองสารวัตรอำนวยการ สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ด.ต. อธิเวช จุลพันธ์ ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ด.ต. กฤษฎา คำมะนา ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ส.ต.อ. เฉลิมชัย ศิริวังโส ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ส.ต.อ. วัชรนนท์ ขาวยอง ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลหัวยขวาง
ส.ต.อ. นันทวัชร์ สุวรรณา ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, ชูวิทย์นำปี๊บมาเพื่อให้ตำรวจ “คลุมศีรษะ”อย่างไรก็ดี นายชูวิทย์ วิพากษ์วิจารณ์ตำรวจนครบาลอย่างรุนแรงว่า เป็นการลงโทษตำรวจชั้นผู้น้อยของนายตำรวจระดับสูง เพื่อปกป้องตำแหน่งของตนเอง

“ตำรวจไม่ได้ปกป้องประเทศชาติ ปกป้องตัวเอง ปกป้องตำแหน่ง ลงโทษแต่ตำรวจชั้นผู้น้อย”
ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ? การนำเข้ามา หรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร หรือเคลื่อนย้ายของออกโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับ 4 เท่าของราคา หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ริบของทันที ตามกฎหมายมาตรา 242 ใน พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560

หากพบบุคคลใดว่าครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า ตำรวจสามารถใช้มาตรา 246 ว่าด้วย ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้ ซึ่งของที่รู้ว่าเป็นความผิดตามมาตรา 242 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับ 4 เท่าของราคาของ หรือทั้งจำทั้งปรับ

ดังนั้น การนำเข้า การผลิต การจำหน่าย ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายชัดเจน แต่ส่วนของผู้ครอบครองและใช้บุหรี่ไฟฟ้า แม้จะไม่มีความผิดโดยตรง แต่ก็จะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 246 ตามดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย

คาสิโนออนไลน์ บาคาร่าออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หวยออนไลน์ เกมส์ออนไลน์ แทงบอลออนไลน์
ชายสิงคโปร์อ้างตำรวจไทยข่มขู่ให้จ่าย 2.7 หมื่น ฐานพกบุหรี่ไฟฟ้าแลกติดคุก

ชายสิงคโปร์อ้างตำรวจไทยข่มขู่ให้จ่าย 2.7 หมื่น ฐานพกบุหรี่ไฟฟ้าแลกติดคุกที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, “สกาย” ชายสิงคโปร์ ที่อยู่ในเหตุการณ์กับ ชาลีน อัน นักแสดงสาวไต้หวันเมื่อ 9 ชั่วโมงที่แล้ว“สกาย” ชายสิงคโปร์ เพื่อนดาราสาวไต้หวัน ที่เป็นคนเจรจากับตำรวจที่ด่านตรวจ เผย ถูกตำรวจไทย “ข่มขู่” และให้จ่ายเงิน เพื่อไม่ต้องไป “โรงพัก-เข้าคุก” เป็นเงิน 27,000 บาท หลังตำรวจพบว่าเขาพกบุหรี่ไฟฟ้า ยืนยัน ดาราสาวไต้หวันไม่ได้พกไปในคืนวันนั้น

วันนี้ (1 ก.พ. 2566) นาย “สกาย” เพื่อนของ อัน อวี๋ฉิง หรือ ชาลีน อัน ดาราสาวไต้หวันที่เปิดเผยว่า ถูกตำรวจไทยรีดไถเงินเธอกับเพื่อน ๆ รวม 27,000 บาท ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวจากมุมมองของเขา นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย เป็นผู้ “ควักเงินส่วนตัว” จองตั๋วเครื่องบินให้นายสกาย เดินทางมาไทยจากสิงคโปร์ เพื่อแถลงข่าวชี้แจงสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด

สกาย เล่าว่า ไปเที่ยวไนต์คลับกับชาลีน อัน ก่อนจะเรียกรถแกร็บเพื่อเดินทางไปต่อย่านห้วยขวาง แต่กลับเจอด่านตำรวจระหว่างทาง และตำรวจเรียกให้เขาและเพื่อน ๆ ลงจากรถ

“ตำรวจบอกว่าอยากตรวจค้น เอาไฟฉายส่อง… เขาจับกระเป๋าตามตัวผม ผมก็เอาสิ่งของให้ดูทั้งหมด เขาบอกให้ผมถอดรองเท้า แล้วขอดูหนังสือเดินทาง ซึ่งผมไม่ได้เอาไป” สกาย แถลงข่าวเป็นภาษาไทย ที่เขาระบุว่า พูดได้ในระดับที่สื่อสารได้ เพราะเดินทางมาไทยบ่อยครั้ง

นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ยอมรับว่า เขาพกบุหรี่ไฟฟ้าไปด้วย เช่นเดียวกับเพื่อนอีกสองคน แต่ ชาลีน อัน ไม่ได้พกบุหรี่ไฟฟ้าไปด้วยในคืนนั้น แม้ว่าเธอจะสูบบุหรี่ไฟฟ้าบ้าง สรุปแล้ว กลุ่มเพื่อนของเขา รวมชาลีน อัน มีอยู่ด้วยกัน 4 คน พกพาบุหรี่ไฟฟ้า 3 แท่ง และไม่ได้พกพาหนังสือเดินทาง
“ฉันไม่ใช่วีรสตรี ไม่ได้อยากสู้กับตำรวจไทย”เที่ยวแบบ VVIP : ปมจ้างตำรวจไทยนำขบวน นทท. จีน สะท้อนภาพปราบโกงล้มเหลวหรือไม่ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าตำรวจไทยเจอต้องทำอย่างไรสกาย เล่าต่อว่า ตำรวจได้นำบุหรี่ไฟฟ้าไป แต่เมื่อชาลีน อัน พยายามถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์มือถือ ตำรวจมีท่าทีเปลี่ยนไป และมีท่าทีเชิงข่มขู่ว่า “คุณมีบุหรี่ไฟฟ้า พวกคุณต้องไปสถานีตำรวจ และอาจต้องติดคุกอย่างน้อย 2 วัน”

ในเวลานั้น มีตำรวจ 3 คนที่ สกาย ต้องเจรจาด้วย เพราะเป็นบุคคลในเดียวในกลุ่มที่พอจะพูดภาษาไทยได้ โดยตำรวจนายหนึ่ง ไม่ได้สวมเครื่องแบบ

สกาย จึงสอบถามตำรวจว่า “จะให้พวกเราทำอย่างไร” เพราะเขาไม่ได้พกหนังสือเดินทางมา แต่ด้วยความที่เป็นคนสิงคโปร์ ไม่ต้องใช้วีซ่าก็สามารถพำนักในไทยได้ไม่เกิน 30 วัน แต่ตำรวจไม่ยอม ระบุว่าต้องมีหนังสือเดินทางตัวจริง จากนั้น ตำรวจจึงระบุว่า “ขอคุยกับตำรวจยศใหญ่ก่อน”
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, นายชูวิทย์ เป็นผู้เชิญให้สกายมาแถลงข่าวในครั้งนี้“เขาก็กลับมาบอกว่า บุหรี่ไฟฟ้ามี 3 แท่ง ต้องจ่ายแท่งละ 8 พันบาท และเมื่อรวมกับการไม่มีหนังสือเดินทาง รวมเป็น 27,000 บาท” สกาย ย้อนบทสนทนาของเขากับตำรวจเมื่อวันที่ 5 ม.ค. 2566 “ผมก็บอกโอเค”

ภายหลังการแถลงข่าวร่วมกับ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์, นายกายจะเข้าให้ปากคำกับตำรวจ ถึงสิ่งที่เขาและเพื่อน ๆ เจอ เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาพิจารณาประกอบการดำเนินคดี

อย่างไรก็ตาม ในส่วนการดำเนินคดีกับนักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ในฐานะผู้ให้สินบนนั้น ยังไม่สามารถดำเนินการได้ในขณะนี้ เนื่องจากการจะดำเนินคดีในข้อหานี้ได้ นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ ต้องอยู่ในฐานะผู้เสนอให้สินบนเจ้าพนักงาน ไม่ได้ถูกข่มขู่บังคับ ดังนั้น การสอบปากคำนักท่องเที่ยวสิงคโปร์จึงสำคัญมาก และเป็นการสอบปากคำในฐานะพยาน โดยทีมสอบสวนได้เตรียมรูปถ่าย ตำรวจชุดตั้งด่านในวันเกิดเหตุทั้ง 14 นาย ให้ผู้เสียหายชี้ใน 3 ประเด็นหลัก ๆ คือ จ่ายเงินให้กับใคร, ใน 14 คนนี้มีใครบังคับขู่เข็นเรียกเงิน, และมีใครมีส่วนรู้เห็นจาการรีดรับเงินในครั้งนี้บ้าง
สิ่งที่เกิดขึ้นกับ สกาย, ชาลีน อัน, และเพื่อนอีก 2 คนสกาย เล่าว่า เขาเดินทางมาไทยบ่อยครั้ง ครั้งล่าสุด เดินทางมาอยู่ไทยตั้งแต่ 25 ธ.ค. 2565 เพื่อท่องเที่ยวไปจนถึงช่วงปีใหม่ ด้วยสถานะพลเมืองสิงคโปร์ เขาจึงไม่ต้องทำวีซ่า เพื่อพำนักไม่เกิน 30 วัน

ดังนั้น เขาจึงไม่เข้าใจว่า ทำไมตำรวจไทยที่พวกเขาเจอที่ด่านในคืนวันที่ 5 ม.ค. 2566 จึงคะยั้นคะยอจะดูหนังสือเดินทาง และตรวจว่าเขามีวีซ่าหรือไม่

ส่วนการครอบครองบุหรี่ไฟฟ้านั้น เขายอมรับว่า ไม่ทราบเลยว่าการซื้อและครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าในไทยเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เพราะไม่เคยมีประกาศแจ้งนักท่องเที่ยว
ที่มาของภาพ, BBC Thaiคำบรรยายภาพ, ชาลีน อัน หรือ อัน อวี๋ฉิง นักแสดงสาวไต้หวัน“ถ้าบอกบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ทำไมที่ตลาดขายได้ เพราะผมซื้อที่ห้วยขวาง และเห็นขายทั่วไป ทุกคนก็ใช้อยู่ ไม่เห็นมีปัญหา” สกาย กล่าว

“กัญชายังเปิดร้านขายได้เลย ทำไมบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย” เขาบอกว่า เมื่อพูดถึงตรงนี้ ตำรวจที่เขาพูดคุยอยู่มีท่าที “โมโห” ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สกายจึงพยายามเจรจาอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยว่า “ขอโอกาสพวกเขาได้ไหม” แต่ตำรวจตอบกลับว่า “ไม่ได้ ต้องไปโรงพัก” พร้อมขู่ว่า ถ้าไปโรงพักจะต้องถูกจับขังคุกอย่างน้อย 2 วัน

สถานการณ์จึงเป็นในลักษณะที่นายชูวิทย์สรุปว่า ตำรวจข่มขู่นักท่องเที่ยวชาวไต้หวันและสิงคโปร์ว่า จะถูกจับขังหากไปที่สถานีตำรวจ และเมื่อ สกาย ถามว่า “แล้วจะต้องทำยังไง” ตำรวจจึงเรียกรับเงินสำหรับนักท่องเที่ยว 4 คน บุหรี่ไฟฟ้า 3 แท่ง และไม่มีหนังสือเดินทาง เป็นเงิน 27,000 บาท
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, ชูวิทย์ ก้มโค้ง “ขอโทษแทนตำรวจไทย”แต่พฤติการณ์ที่น่าสงสัยของตำรวจ คือ ให้ สกาย นับเงิน พร้อมชี้ไปทางบริเวณสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เพื่อให้สังเกตกล้องวงจรปิด แต่เมื่อกำลังจะยื่นเงินให้ ตำรวจทำท่าทางให้สกาย และเพื่อน ๆ ยืนบังทิศทางของกล้องวงจรปิด เพื่อไม่ให้เห็นพฤติการณ์รับเงินของตำรวจ

สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมา สอดคล้องกับที่ ชาลีน อัน ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยก่อนหน้านี้ คือ “ตำรวจเก็บเงินไป แล้วยื่นบุหรี่ไฟฟ้า (ของเขาและเพื่อน) ให้ผมแล้วถ่ายรูป ยื่นให้ชาลีน และคนอื่น ๆ แล้วถ่ายรูปด้วย” โดยสกายเสริมว่า ในขณะนั้น ชาลีน อัน มีท่าทางเหนื่อยและเครียดมาก

“ผมไม่มีทางเลือก ผมต้องให้เงิน ถ้าผมมีทางเลือกผมคงไม่ทำหรอก” สกาย ยอมรับว่า ถูกข่มขู่ให้จ่ายเงินสินบนแก่ตำรวจ
ทำไมถึงไปห้วยขวางต่อการแถลงข่าวของ สกาย สอดคล้องกับบทสัมภาษณ์ของชาลีน อัน กับบีบีซีไทย ที่เธอยืนกรานว่า ไม่ได้พกบุหรี่ไฟฟ้าออกไปด้วยในวันนั้น แต่เธอไม่เคยปฏิเสธว่า ไม่เคยครอบครองและสูบบุหรี่ไฟฟ้า

ชาลีน อัน ยังให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยถึงกรณีปรากฎภาพเธอและเพื่อน ๆ ไปเดินตลาดกลางคืนที่ห้วยขวาง ว่า เธอไปเดินตลาดกลางคืนแถวห้วยขวางต่อจริง เพราะวางแผนจะไปทานอาหารที่ร้านอาหารในแถบนั้นอยู่แล้ว และตลาดแห่งนั้นก็อยู่ใกล้กับร้านอาหาร

ข้อมูลจากสกายทำให้สถานการณ์ชัดเจนขึ้น โดยสกายเล่าว่า ชาลีน อัน “รู้สึกโกรธมาก” จึงอยากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อที่ห้วยขวาง ซึ่งเขาได้ตามไปสมทบภายหลังนั่งแท็กซี่ไปส่งเพื่อนที่โรงแรม

ในกลุ่มเพื่อนราว 10 คน รวมถึงชาลีน อัน และสกาย ด้วย มีคนไทยที่เขาเล่าสถานการณ์ที่เกิดขึประเทศไทย้นให้ฟัง ซึ่งคนไทยแนะนำว่า ครั้งหน้าอย่าพกเงินสดเยอะ และให้พกพาหนังสือเดินทาง เพื่อไม่ให้ตำรวจรีดไถเงินได้เช่นนี้ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ต่อมา ชาลีน อัน ได้นำไปโพสต์ในอินสตาแกรม และกลายเป็นประเด็นใหญ่ในสังคมไทยในเวลาต่อมา
ที่มาของภาพ, .คำบรรยายภาพ, ชาลีน อัน ไปแถวห้วยขวางต่อหลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสกาย ยังเปรียบเทียบว่า สถานการณ์ที่พวกเขาเจอนั้น เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่เคยเจอมาก่อน ในสิงคโปร์เอง เขาก็ไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้ และยอมรับว่า การกระทำของตำรวจไทยกับพวกเขา “ไม่มีเหตุผล” และทำให้เขา “กลัว”

ภายหลังการแถลงข่าว นายชูวิทย์ ได้โค้งและกล่าวขอโทษ สกาย แทน “ตำรวจไทย” ส่วนกรณีบุหรี่ไฟฟ้านั้น นายชูวิทย์ ระบุว่า “ชาวต่างชาติเขาจะรู้ไหม ก็เปิดขายกันทั่วไปตลาดห้วยขวาง ทองหล่อก็มี ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลให้ขายได้ยังไง”
มาตรการของตำรวจจนถึงตอนนี้ ผบ.ตร. ได้เซ็นย้าย ผกก.สน.ห้วยขวาง เพื่อเปิดทางให้กรรมการสอบสวนดำเนินการได้เต็มที่ และเป็นการลงโทษทางปกครองในฐานะ “เป็นหัวหน้าสถานีไม่สามารถควบคุมกำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาในสังกัด”

และวานนี้ (31 ม.ค.) พล.ต.ต.อัฎธพร วงศ์ศิริปรีดา ผบก.น.1 ได้เซ็นคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ จำนวน 5 นาย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตั้งด่านที่ สกาย และ ชาลีน อัน เผชิญในเช้ามืดวันที่ 5 ม.ค. โดยมีรายชื่อดังนี้

ร.ต.อ. ยอดฤทธิ์ ลางดุลเสน รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ร.ต.อ. ปฏิภาณ ศิริชัยวัฒนา รองสารวัตรอำนวยการ สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ด.ต. อธิเวช จุลพันธ์ ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ด.ต. กฤษฎา คำมะนา ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ส.ต.อ. เฉลิมชัย ศิริวังโส ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ส.ต.อ. วัชรนนท์ ขาวยอง ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลหัวยขวาง
ส.ต.อ. นันทวัชร์ สุวรรณา ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, ชูวิทย์นำปี๊บมาเพื่อให้ตำรวจ “คลุมศีรษะ”อย่างไรก็ดี นายชูวิทย์ วิพากษ์วิจารณ์ตำรวจนครบาลอย่างรุนแรงว่า เป็นการลงโทษตำรวจชั้นผู้น้อยของนายตำรวจระดับสูง เพื่อปกป้องตำแหน่งของตนเอง

“ตำรวจไม่ได้ปกป้องประเทศชาติ ปกป้องตัวเอง ปกป้องตำแหน่ง ลงโทษแต่ตำรวจชั้นผู้น้อย”
ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ? การนำเข้ามา หรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร หรือเคลื่อนย้ายของออกโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับ 4 เท่าของราคา หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ริบของทันที ตามกฎหมายมาตรา 242 ใน พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560

หากพบบุคคลใดว่าครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า ตำรวจสามารถใช้มาตรา 246 ว่าด้วย ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้ ซึ่งของที่รู้ว่าเป็นความผิดตามมาตรา 242 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับ 4 เท่าของราคาของ หรือทั้งจำทั้งปรับ

ดังนั้น การนำเข้า การผลิต การจำหน่าย ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายชัดเจน แต่ส่วนของผู้ครอบครองและใช้บุหรี่ไฟฟ้า แม้จะไม่มีความผิดโดยตรง แต่ก็จะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 246 ตามดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย

คาสิโนออนไลน์ บาคาร่าออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หวยออนไลน์ เกมส์ออนไลน์ แทงบอลออนไลน์
ชายสิงคโปร์อ้างตำรวจไทยข่มขู่ให้จ่าย 2.7 หมื่น ฐานพกบุหรี่ไฟฟ้าแลกติดคุก

ชายสิงคโปร์อ้างตำรวจไทยข่มขู่ให้จ่าย 2.7 หมื่น ฐานพกบุหรี่ไฟฟ้าแลกติดคุกที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, “สกาย” ชายสิงคโปร์ ที่อยู่ในเหตุการณ์กับ ชาลีน อัน นักแสดงสาวไต้หวันเมื่อ 9 ชั่วโมงที่แล้ว“สกาย” ชายสิงคโปร์ เพื่อนดาราสาวไต้หวัน ที่เป็นคนเจรจากับตำรวจที่ด่านตรวจ เผย ถูกตำรวจไทย “ข่มขู่” และให้จ่ายเงิน เพื่อไม่ต้องไป “โรงพัก-เข้าคุก” เป็นเงิน 27,000 บาท หลังตำรวจพบว่าเขาพกบุหรี่ไฟฟ้า ยืนยัน ดาราสาวไต้หวันไม่ได้พกไปในคืนวันนั้น

วันนี้ (1 ก.พ. 2566) นาย “สกาย” เพื่อนของ อัน อวี๋ฉิง หรือ ชาลีน อัน ดาราสาวไต้หวันที่เปิดเผยว่า ถูกตำรวจไทยรีดไถเงินเธอกับเพื่อน ๆ รวม 27,000 บาท ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวจากมุมมองของเขา นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย เป็นผู้ “ควักเงินส่วนตัว” จองตั๋วเครื่องบินให้นายสกาย เดินทางมาไทยจากสิงคโปร์ เพื่อแถลงข่าวชี้แจงสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด

สกาย เล่าว่า ไปเที่ยวไนต์คลับกับชาลีน อัน ก่อนจะเรียกรถแกร็บเพื่อเดินทางไปต่อย่านห้วยขวาง แต่กลับเจอด่านตำรวจระหว่างทาง และตำรวจเรียกให้เขาและเพื่อน ๆ ลงจากรถ

“ตำรวจบอกว่าอยากตรวจค้น เอาไฟฉายส่อง… เขาจับกระเป๋าตามตัวผม ผมก็เอาสิ่งของให้ดูทั้งหมด เขาบอกให้ผมถอดรองเท้า แล้วขอดูหนังสือเดินทาง ซึ่งผมไม่ได้เอาไป” สกาย แถลงข่าวเป็นภาษาไทย ที่เขาระบุว่า พูดได้ในระดับที่สื่อสารได้ เพราะเดินทางมาไทยบ่อยครั้ง

นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ยอมรับว่า เขาพกบุหรี่ไฟฟ้าไปด้วย เช่นเดียวกับเพื่อนอีกสองคน แต่ ชาลีน อัน ไม่ได้พกบุหรี่ไฟฟ้าไปด้วยในคืนนั้น แม้ว่าเธอจะสูบบุหรี่ไฟฟ้าบ้าง สรุปแล้ว กลุ่มเพื่อนของเขา รวมชาลีน อัน มีอยู่ด้วยกัน 4 คน พกพาบุหรี่ไฟฟ้า 3 แท่ง และไม่ได้พกพาหนังสือเดินทาง
“ฉันไม่ใช่วีรสตรี ไม่ได้อยากสู้กับตำรวจไทย”เที่ยวแบบ VVIP : ปมจ้างตำรวจไทยนำขบวน นทท. จีน สะท้อนภาพปราบโกงล้มเหลวหรือไม่ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าตำรวจไทยเจอต้องทำอย่างไรสกาย เล่าต่อว่า ตำรวจได้นำบุหรี่ไฟฟ้าไป แต่เมื่อชาลีน อัน พยายามถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์มือถือ ตำรวจมีท่าทีเปลี่ยนไป และมีท่าทีเชิงข่มขู่ว่า “คุณมีบุหรี่ไฟฟ้า พวกคุณต้องไปสถานีตำรวจ และอาจต้องติดคุกอย่างน้อย 2 วัน”

ในเวลานั้น มีตำรวจ 3 คนที่ สกาย ต้องเจรจาด้วย เพราะเป็นบุคคลในเดียวในกลุ่มที่พอจะพูดภาษาไทยได้ โดยตำรวจนายหนึ่ง ไม่ได้สวมเครื่องแบบ

สกาย จึงสอบถามตำรวจว่า “จะให้พวกเราทำอย่างไร” เพราะเขาไม่ได้พกหนังสือเดินทางมา แต่ด้วยความที่เป็นคนสิงคโปร์ ไม่ต้องใช้วีซ่าก็สามารถพำนักในไทยได้ไม่เกิน 30 วัน แต่ตำรวจไม่ยอม ระบุว่าต้องมีหนังสือเดินทางตัวจริง จากนั้น ตำรวจจึงระบุว่า “ขอคุยกับตำรวจยศใหญ่ก่อน”
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, นายชูวิทย์ เป็นผู้เชิญให้สกายมาแถลงข่าวในครั้งนี้“เขาก็กลับมาบอกว่า บุหรี่ไฟฟ้ามี 3 แท่ง ต้องจ่ายแท่งละ 8 พันบาท และเมื่อรวมกับการไม่มีหนังสือเดินทาง รวมเป็น 27,000 บาท” สกาย ย้อนบทสนทนาของเขากับตำรวจเมื่อวันที่ 5 ม.ค. 2566 “ผมก็บอกโอเค”

ภายหลังการแถลงข่าวร่วประเทศไทยมกับ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์, นายกายจะเข้าให้ปากคำกับตำรวจ ถึงสิ่งที่เขาและเพื่อน ๆ เจอ เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาพิจารณาประกอบการดำเนินคดี

อย่างไรก็ตาม ในส่วนการดำเนินคดีกับนักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ในฐานะผู้ให้สินบนนั้น ยังไม่สามารถดำเนินการได้ในขณะนี้ เนื่องจากการจะดำเนินคดีในข้อหานี้ได้ นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ ต้องอยู่ในฐานะผู้เสนอให้สินบนเจ้าพนักงาน ไม่ได้ถูกข่มขู่บังคับ ดังนั้น การสอบปากคำนักท่องเที่ยวสิงคโปร์จึงสำคัญมาก และเป็นการสอบปากคำในฐานะพยาน โดยทีมสอบสวนได้เตรียมรูปถ่าย ตำรวจชุดตั้งด่านในวันเกิดเหตุทั้ง 14 นาย ให้ผู้เสียหายชี้ใน 3 ประเด็นหลัก ๆ คือ จ่ายเงินให้กับใคร, ใน 14 คนนี้มีใครบังคับขู่เข็นเรียกเงิน, และมีใครมีส่วนรู้เห็นจาการรีดรับเงินในครั้งนี้บ้าง
สิ่งที่เกิดขึ้นกับ สกาย, ชาลีน อัน, และเพื่อนอีก 2 คนสกาย เล่าว่า เขาเดินทางมาไทยบ่อยครั้ง ครั้งล่าสุด เดินทางมาอยู่ไทยตั้งแต่ 25 ธ.ค. 2565 เพื่อท่องเที่ยวไปจนถึงช่วงปีใหม่ ด้วยสถานะพลเมืองสิงคโปร์ เขาจึงไม่ต้องทำวีซ่า เพื่อพำนักไม่เกิน 30 วัน

ดังนั้น เขาจึงไม่เข้าใจว่า ทำไมตำรวจไทยที่พวกเขาเจอที่ด่านในคืนวันที่ 5 ม.ค. 2566 จึงคะยั้นคะยอจะดูหนังสือเดินทาง และตรวจว่าเขามีวีซ่าหรือไม่

ส่วนการครอบครองบุหรี่ไฟฟ้านั้น เขายอมรับว่า ไม่ทราบเลยว่าการซื้อและครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าในไทยเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เพราะไม่เคยมีประกาศแจ้งนักท่องเที่ยว
ที่มาของภาพ, BBC Thaiคำบรรยายภาพ, ชาลีน อัน หรือ อัน อวี๋ฉิง นักแสดงสาวไต้หวัน“ถ้าบอกบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ทำไมที่ตลาดขายได้ เพราะผมซื้อที่ห้วยขวาง และเห็นขายทั่วไป ทุกคนก็ใช้อยู่ ไม่เห็นมีปัญหา” สกาย กล่าว

“กัญชายังเปิดร้านขายได้เลย ทำไมบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย” เขาบอกว่า เมื่อพูดถึงตรงนี้ ตำรวจที่เขาพูดคุยอยู่มีท่าที “โมโห” ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สกายจึงพยายามเจรจาอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยว่า “ขอโอกาสพวกเขาได้ไหม” แต่ตำรวจตอบกลับว่า “ไม่ได้ ต้องไปโรงพัก” พร้อมขู่ว่า ถ้าไปโรงพักจะต้องถูกจับขังคุกอย่างน้อย 2 วัน

สถานการณ์จึงเป็นในลักษณะที่นายชูวิทย์สรุปว่า ตำรวจข่มขู่นักท่องเที่ยวชาวไต้หวันและสิงคโปร์ว่า จะถูกจับขังหากไปที่สถานีตำรวจ และเมื่อ สกาย ถามว่า “แล้วจะต้องทำยังไง” ตำรวจจึงเรียกรับเงินสำหรับนักท่องเที่ยว 4 คน บุหรี่ไฟฟ้า 3 แท่ง และไม่มีหนังสือเดินทาง เป็นเงิน 27,000 บาท
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, ชูวิทย์ ก้มโค้ง “ขอโทษแทนตำรวจไทย”แต่พฤติการณ์ที่น่าสงสัยของตำรวจ คือ ให้ สกาย นับเงิน พร้อมชี้ไปทางบริเวณสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เพื่อให้สังเกตกล้องวงจรปิด แต่เมื่อกำลังจะยื่นเงินให้ ตำรวจทำท่าทางให้สกาย และเพื่อน ๆ ยืนบังทิศทางของกล้องวงจรปิด เพื่อไม่ให้เห็นพฤติการณ์รับเงินของตำรวจ

สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมา สอดคล้องกับที่ ชาลีน อัน ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยก่อนหน้านี้ คือ “ตำรวจเก็บเงินไป แล้วยื่นบุหรี่ไฟฟ้า (ของเขาและเพื่อน) ให้ผมแล้วถ่ายรูป ยื่นให้ชาลีน และคนอื่น ๆ แล้วถ่ายรูปด้วย” โดยสกายเสริมว่า ในขณะนั้น ชาลีน อัน มีท่าทางเหนื่อยและเครียดมาก

“ผมไม่มีทางเลือก ผมต้องให้เงิน ถ้าผมมีทางเลือกผมคงไม่ทำหรอก” สกาย ยอมรับว่า ถูกข่มขู่ให้จ่ายเงินสินบนแก่ตำรวจ
ทำไมถึงไปห้วยขวางต่อการแถลงข่าวของ สกาย สอดคล้องกับบทสัมภาษณ์ของชาลีน อัน กับบีบีซีไทย ที่เธอยืนกรานว่า ไม่ได้พกบุหรี่ไฟฟ้าออกไปด้วยในวันนั้น แต่เธอไม่เคยปฏิเสธว่า ไม่เคยครอบครองและสูบบุหรี่ไฟฟ้า

ชาลีน อัน ยังให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยถึงกรณีปรากฎภาพเธอและเพื่อน ๆ ไปเดินตลาดกลางคืนที่ห้วยขวาง ว่า เธอไปเดินตลาดกลางคืนแถวห้วยขวางต่อจริง เพราะวางแผนจะไปทานอาหารที่ร้านอาหารในแถบนั้นอยู่แล้ว และตลาดแห่งนั้นก็อยู่ใกล้กับร้านอาหาร

ข้อมูลจากสกายทำให้สถานการณ์ชัดเจนขึ้น โดยสกายเล่าว่า ชาลีน อัน “รู้สึกโกรธมาก” จึงอยากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อที่ห้วยขวาง ซึ่งเขาได้ตามไปสมทบภายหลังนั่งแท็กซี่ไปส่งเพื่อนที่โรงแรม

ในกลุ่มเพื่อนราว 10 คน รวมถึงชาลีน อัน และสกาย ด้วย มีคนไทยที่เขาเล่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง ซึ่งคนไทยแนะนำว่า ครั้งหน้าอย่าพกเงินสดเยอะ และให้พกพาหนังสือเดินทาง เพื่อไม่ให้ตำรวจรีดไถเงินได้เช่นนี้ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ต่อมา ชาลีน อัน ได้นำไปโพสต์ในอินสตาแกรม และกลายเป็นประเด็นใหญ่ในสังคมไทยในเวลาต่อมา
ที่มาของภาพ, .คำบรรยายภาพ, ชาลีน อัน ไปแถวห้วยขวางต่อหลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสกาย ยังเปรียบเทียบว่า สถานการณ์ที่พวกเขาเจอนั้น เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่เคยเจอมาก่อน ในสิงคโปร์เอง เขาก็ไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้ และยอมรับว่า การกระทำของตำรวจไทยกับพวกเขา “ไม่มีเหตุผล” และทำให้เขา “กลัว”

ภายหลังการแถลงข่าว นายชูวิทย์ ได้โค้งและกล่าวขอโทษ สกาย แทน “ตำรวจไทย” ส่วนกรณีบุหรี่ไฟฟ้านั้น นายชูวิทย์ ระบุว่า “ชาวต่างชาติเขาจะรู้ไหม ก็เปิดขายกันทั่วไปตลาดห้วยขวาง ทองหล่อก็มี ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลให้ขายได้ยังไง”
มาตรการของตำรวจจนถึงตอนนี้ ผบ.ตร. ได้เซ็นย้าย ผกก.สน.ห้วยขวาง เพื่อเปิดทางให้กรรมการสอบสวนดำเนินการได้เต็มที่ และเป็นการลงโทษทางปกครองในฐานะ “เป็นหัวหน้าสถานีไม่สามารถควบคุมกำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาในสังกัด”

และวานนี้ (31 ม.ค.) พล.ต.ต.อัฎธพร วงศ์ศิริปรีดา ผบก.น.1 ได้เซ็นคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ จำนวน 5 นาย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตั้งด่านที่ สกาย และ ชาลีน อัน เผชิญในเช้ามืดวันที่ 5 ม.ค. โดยมีรายชื่อดังนี้

ร.ต.อ. ยอดฤทธิ์ ลางดุลเสน รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ร.ต.อ. ปฏิภาณ ศิริชัยวัฒนา รองสารวัตรอำนวยการ สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ด.ต. อธิเวช จุลพันธ์ ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ด.ต. กฤษฎา คำมะนา ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ส.ต.อ. เฉลิมชัย ศิริวังโส ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ส.ต.อ. วัชรนนท์ ขาวยอง ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลหัวยขวาง
ส.ต.อ. นันทวัชร์ สุวรรณา ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, ชูวิทย์นำปี๊บมาเพื่อให้ตำรวจ “คลุมศีรษะ”อย่างไรก็ดี นายชูวิทย์ วิพากษ์วิจารณ์ตำรวจนครบาลอย่างรุนแรงว่า เป็นการลงโทษตำรวจชั้นผู้น้อยของนายตำรวจระดับสูง เพื่อปกป้องตำแหน่งของตนเอง

“ตำรวจไม่ได้ปกป้องประเทศชาติ ปกป้องตัวเอง ปกป้องตำแหน่ง ลงโทษแต่ตำรวจชั้นผู้น้อย”
ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ? การนำเข้ามา หรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร หรือเคลื่อนย้ายของออกโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับ 4 เท่าของราคา หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ริบของทันที ตามกฎหมายมาตรา 242 ใน พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560

หากพบบุคคลใดว่าครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า ตำรวจสามารถใช้มาตรา 246 ว่าด้วย ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้ ซึ่งของที่รู้ว่าเป็นความผิดตามมาตรา 242 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับ 4 เท่าของราคาของ หรือทั้งจำทั้งปรับ

ดังนั้น การนำเข้า การผลิต การจำหน่าย ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายชัดเจน แต่ส่วนของผู้ครอบครองและใช้บุหรี่ไฟฟ้า แม้จะไม่มีความผิดโดยตรง แต่ก็จะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 246 ตามดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย

คาสิโนออนไลน์ บาคาร่าออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หวยออนไลน์ เกมส์ออนไลน์ แทงบอลออนไลน์
ชายสิงคโปร์อ้างตำรวจไทยข่มขู่ให้จ่าย 2.7 หมื่น ฐานพกบุหรี่ไฟฟ้าแลกติดคุก

ชายสิงคโปร์อ้างตำรวจไทยข่มขู่ให้จ่าย 2.7 หมื่น ฐานพกบุหรี่ไฟฟ้าแลกติดคุกที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, “สกาย” ชายสิงคโปร์ ที่อยู่ในเหตุการณ์กับ ชาลีน อัน นักแสดงสาวไต้หวันเมื่อ 9 ชั่วโมงที่แล้ว“สกาย” ชายสิงคโปร์ เพื่อนดาราสาวไต้หวัน ที่เป็นคนเจรจากับตำรวจที่ด่านตรวจ เผย ถูกตำรวจไทย “ข่มขู่” และให้จ่ายเงิน เพื่อไม่ต้องไป “โรงพัก-เข้าคุก” เป็นเงิน 27,000 บาท หลังตำรวจพบว่าเขาพกบุหรี่ไฟฟ้า ยืนยัน ดาราสาวไต้หวันไม่ได้พกไปในคืนวันนั้น

วันนี้ (1 ก.พ. 2566) นาย “สกาย” เพื่อนของ อัน อวี๋ฉิง หรือ ชาลีน อัน ดาราสาวไต้หวันที่เปิดเผยว่า ถูกตำรวจไทยรีดไถเงินเธอกับเพื่อน ๆ รวม 27,000 บาท ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวจากมุมมองของเขา นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย เป็นผู้ “ควักเงินส่วนตัว” จองตั๋วเครื่องบินให้นายสกาย เดินทางมาไทยจากสิงคโปร์ เพื่อแถลงข่าวชี้แจงสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด

สกาย เล่าว่า ไปเที่ยวไนต์คลับกับชาลีน อัน ก่อนจะเรียกรถแกร็บเพื่อเดินทางไปต่อย่านห้วยขวาง แต่กลับเจอด่านตำรวจระหว่างทาง และตำรวจเรียกให้เขาและเพื่อน ๆ ลงจากรถ

“ตำรวจบอกว่าอยากตรวจค้น เอาไฟฉายส่อง… เขาจับกระเป๋าตามตัวผม ผมก็เอาสิ่งของให้ดูทั้งหมด เขาบอกให้ผมถอดรองเท้า แล้วขอดูหนังสือเดินทาง ซึ่งผมไม่ได้เอาไป” สกาย แถลงข่าวเป็นภาษาไทย ที่เขาระบุว่า พูดได้ในระดับที่สื่อสารได้ เพราะเดินทางมาไทยบ่อยครั้ง

นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ยอมรับว่า เขาพกบุหรี่ไฟฟ้าไปด้วย เช่นเดียวกับเพื่อนอีกสองคน แต่ ชาลีน อัน ไม่ได้พกบุหรี่ไฟฟ้าไปด้วยในคืนนั้น แม้ว่าเธอจะสูบบุหรี่ไฟฟ้าบ้าง สรุปแล้ว กลุ่มเพื่อนของเขา รวมชาลีน อัน มีอยู่ด้วยกัน 4 คน พกพาบุหรี่ไฟฟ้า 3 แท่ง และไม่ได้พกพาหนังสือเดินทาง
“ฉันไม่ใช่วีรสตรี ไม่ได้อยากสู้กับตำรวจไทย”เที่ยวแบบ VVIP : ปมจ้างตำรวจไทยนำขบวน นทท. จีน สะท้อนภาพปราบโกงล้มเหลวหรือไม่ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าตำรวจไทยเจอต้องทำอย่างไรสกาย เล่าต่อว่า ตำรวจได้นำบุหรี่ไฟฟ้าไป แต่เมื่อชาลีน อัน พยายามถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์มือถือ ตำรวจมีท่าทีเปลี่ยนไป และมีท่าทีเชิงข่มขู่ว่า “คุณมีบุหรี่ไฟฟ้า พวกคุณต้องไปสถานีตำรวจ และอาจต้องติดคุกอย่างน้อย 2 ประเทศไทยวัน”

ในเวลานั้น มีตำรวจ 3 คนที่ สกาย ต้องเจรจาด้วย เพราะเป็นบุคคลในเดียวในกลุ่มที่พอจะพูดภาษาไทยได้ โดยตำรวจนายหนึ่ง ไม่ได้สวมเครื่องแบบ

สกาย จึงสอบถามตำรวจว่า “จะให้พวกเราทำอย่างไร” เพราะเขาไม่ได้พกหนังสือเดินทางมา แต่ด้วยความที่เป็นคนสิงคโปร์ ไม่ต้องใช้วีซ่าก็สามารถพำนักในไทยได้ไม่เกิน 30 วัน แต่ตำรวจไม่ยอม ระบุว่าต้องมีหนังสือเดินทางตัวจริง จากนั้น ตำรวจจึงระบุว่า “ขอคุยกับตำรวจยศใหญ่ก่อน”
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, นายชูวิทย์ เป็นผู้เชิญให้สกายมาแถลงข่าวในครั้งนี้“เขาก็กลับมาบอกว่า บุหรี่ไฟฟ้ามี 3 แท่ง ต้องจ่ายแท่งละ 8 พันบาท และเมื่อรวมกับการไม่มีหนังสือเดินทาง รวมเป็น 27,000 บาท” สกาย ย้อนบทสนทนาของเขากับตำรวจเมื่อวันที่ 5 ม.ค. 2566 “ผมก็บอกโอเค”

ภายหลังการแถลงข่าวร่วมกับ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์, นายกายจะเข้าให้ปากคำกับตำรวจ ถึงสิ่งที่เขาและเพื่อน ๆ เจอ เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาพิจารณาประกอบการดำเนินคดี

อย่างไรก็ตาม ในส่วนการดำเนินคดีกับนักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ในฐานะผู้ให้สินบนนั้น ยังไม่สามารถดำเนินการได้ในขณะนี้ เนื่องจากการจะดำเนินคดีในข้อหานี้ได้ นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ ต้องอยู่ในฐานะผู้เสนอให้สินบนเจ้าพนักงาน ไม่ได้ถูกข่มขู่บังคับ ดังนั้น การสอบปากคำนักท่องเที่ยวสิงคโปร์จึงสำคัญมาก และเป็นการสอบปากคำในฐานะพยาน โดยทีมสอบสวนได้เตรียมรูปถ่าย ตำรวจชุดตั้งด่านในวันเกิดเหตุทั้ง 14 นาย ให้ผู้เสียหายชี้ใน 3 ประเด็นหลัก ๆ คือ จ่ายเงินให้กับใคร, ใน 14 คนนี้มีใครบังคับขู่เข็นเรียกเงิน, และมีใครมีส่วนรู้เห็นจาการรีดรับเงินในครั้งนี้บ้าง
สิ่งที่เกิดขึ้นกับ สกาย, ชาลีน อัน, และเพื่อนอีก 2 คนสกาย เล่าว่า เขาเดินทางมาไทยบ่อยครั้ง ครั้งล่าสุด เดินทางมาอยู่ไทยตั้งแต่ 25 ธ.ค. 2565 เพื่อท่องเที่ยวไปจนถึงช่วงปีใหม่ ด้วยสถานะพลเมืองสิงคโปร์ เขาจึงไม่ต้องทำวีซ่า เพื่อพำนักไม่เกิน 30 วัน

ดังนั้น เขาจึงไม่เข้าใจว่า ทำไมตำรวจไทยที่พวกเขาเจอที่ด่านในคืนวันที่ 5 ม.ค. 2566 จึงคะยั้นคะยอจะดูหนังสือเดินทาง และตรวจว่าเขามีวีซ่าหรือไม่

ส่วนการครอบครองบุหรี่ไฟฟ้านั้น เขายอมรับว่า ไม่ทราบเลยว่าการซื้อและครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าในไทยเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เพราะไม่เคยมีประกาศแจ้งนักท่องเที่ยว
ที่มาของภาพ, BBC Thaiคำบรรยายภาพ, ชาลีน อัน หรือ อัน อวี๋ฉิง นักแสดงสาวไต้หวัน“ถ้าบอกบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ทำไมที่ตลาดขายได้ เพราะผมซื้อที่ห้วยขวาง และเห็นขายทั่วไป ทุกคนก็ใช้อยู่ ไม่เห็นมีปัญหา” สกาย กล่าว

“กัญชายังเปิดร้านขายได้เลย ทำไมบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย” เขาบอกว่า เมื่อพูดถึงตรงนี้ ตำรวจที่เขาพูดคุยอยู่มีท่าที “โมโห” ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สกายจึงพยายามเจรจาอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยว่า “ขอโอกาสพวกเขาได้ไหม” แต่ตำรวจตอบกลับว่า “ไม่ได้ ต้องไปโรงพัก” พร้อมขู่ว่า ถ้าไปโรงพักจะต้องถูกจับขังคุกอย่างน้อย 2 วัน

สถานการณ์จึงเป็นในลักษณะที่นายชูวิทย์สรุปว่า ตำรวจข่มขู่นักท่องเที่ยวชาวไต้หวันและสิงคโปร์ว่า จะถูกจับขังหากไปที่สถานีตำรวจ และเมื่อ สกาย ถามว่า “แล้วจะต้องทำยังไง” ตำรวจจึงเรียกรับเงินสำหรับนักท่องเที่ยว 4 คน บุหรี่ไฟฟ้า 3 แท่ง และไม่มีหนังสือเดินทาง เป็นเงิน 27,000 บาท
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, ชูวิทย์ ก้มโค้ง “ขอโทษแทนตำรวจไทย”แต่พฤติการณ์ที่น่าสงสัยของตำรวจ คือ ให้ สกาย นับเงิน พร้อมชี้ไปทางบริเวณสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เพื่อให้สังเกตกล้องวงจรปิด แต่เมื่อกำลังจะยื่นเงินให้ ตำรวจทำท่าทางให้สกาย และเพื่อน ๆ ยืนบังทิศทางของกล้องวงจรปิด เพื่อไม่ให้เห็นพฤติการณ์รับเงินของตำรวจ

สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมา สอดคล้องกับที่ ชาลีน อัน ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยก่อนหน้านี้ คือ “ตำรวจเก็บเงินไป แล้วยื่นบุหรี่ไฟฟ้า (ของเขาและเพื่อน) ให้ผมแล้วถ่ายรูป ยื่นให้ชาลีน และคนอื่น ๆ แล้วถ่ายรูปด้วย” โดยสกายเสริมว่า ในขณะนั้น ชาลีน อัน มีท่าทางเหนื่อยและเครียดมาก

“ผมไม่มีทางเลือก ผมต้องให้เงิน ถ้าผมมีทางเลือกผมคงไม่ทำหรอก” สกาย ยอมรับว่า ถูกข่มขู่ให้จ่ายเงินสินบนแก่ตำรวจ
ทำไมถึงไปห้วยขวางต่อการแถลงข่าวของ สกาย สอดคล้องกับบทสัมภาษณ์ของชาลีน อัน กับบีบีซีไทย ที่เธอยืนกรานว่า ไม่ได้พกบุหรี่ไฟฟ้าออกไปด้วยในวันนั้น แต่เธอไม่เคยปฏิเสธว่า ไม่เคยครอบครองและสูบบุหรี่ไฟฟ้า

ชาลีน อัน ยังให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยถึงกรณีปรากฎภาพเธอและเพื่อน ๆ ไปเดินตลาดกลางคืนที่ห้วยขวาง ว่า เธอไปเดินตลาดกลางคืนแถวห้วยขวางต่อจริง เพราะวางแผนจะไปทานอาหารที่ร้านอาหารในแถบนั้นอยู่แล้ว และตลาดแห่งนั้นก็อยู่ใกล้กับร้านอาหาร

ข้อมูลจากสกายทำให้สถานการณ์ชัดเจนขึ้น โดยสกายเล่าว่า ชาลีน อัน “รู้สึกโกรธมาก” จึงอยากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อที่ห้วยขวาง ซึ่งเขาได้ตามไปสมทบภายหลังนั่งแท็กซี่ไปส่งเพื่อนที่โรงแรม

ในกลุ่มเพื่อนราว 10 คน รวมถึงชาลีน อัน และสกาย ด้วย มีคนไทยที่เขาเล่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง ซึ่งคนไทยแนะนำว่า ครั้งหน้าอย่าพกเงินสดเยอะ และให้พกพาหนังสือเดินทาง เพื่อไม่ให้ตำรวจรีดไถเงินได้เช่นนี้ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ต่อมา ชาลีน อัน ได้นำไปโพสต์ในอินสตาแกรม และกลายเป็นประเด็นใหญ่ในสังคมไทยในเวลาต่อมา
ที่มาของภาพ, .คำบรรยายภาพ, ชาลีน อัน ไปแถวห้วยขวางต่อหลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสกาย ยังเปรียบเทียบว่า สถานการณ์ที่พวกเขาเจอนั้น เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่เคยเจอมาก่อน ในสิงคโปร์เอง เขาก็ไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้ และยอมรับว่า การกระทำของตำรวจไทยกับพวกเขา “ไม่มีเหตุผล” และทำให้เขา “กลัว”

ภายหลังการแถลงข่าว นายชูวิทย์ ได้โค้งและกล่าวขอโทษ สกาย แทน “ตำรวจไทย” ส่วนกรณีบุหรี่ไฟฟ้านั้น นายชูวิทย์ ระบุว่า “ชาวต่างชาติเขาจะรู้ไหม ก็เปิดขายกันทั่วไปตลาดห้วยขวาง ทองหล่อก็มี ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลให้ขายได้ยังไง”
มาตรการของตำรวจจนถึงตอนนี้ ผบ.ตร. ได้เซ็นย้าย ผกก.สน.ห้วยขวาง เพื่อเปิดทางให้กรรมการสอบสวนดำเนินการได้เต็มที่ และเป็นการลงโทษทางปกครองในฐานะ “เป็นหัวหน้าสถานีไม่สามารถควบคุมกำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาในสังกัด”

และวานนี้ (31 ม.ค.) พล.ต.ต.อัฎธพร วงศ์ศิริปรีดา ผบก.น.1 ได้เซ็นคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ จำนวน 5 นาย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตั้งด่านที่ สกาย และ ชาลีน อัน เผชิญในเช้ามืดวันที่ 5 ม.ค. โดยมีรายชื่อดังนี้

ร.ต.อ. ยอดฤทธิ์ ลางดุลเสน รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ร.ต.อ. ปฏิภาณ ศิริชัยวัฒนา รองสารวัตรอำนวยการ สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ด.ต. อธิเวช จุลพันธ์ ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ด.ต. กฤษฎา คำมะนา ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ส.ต.อ. เฉลิมชัย ศิริวังโส ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ส.ต.อ. วัชรนนท์ ขาวยอง ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลหัวยขวาง
ส.ต.อ. นันทวัชร์ สุวรรณา ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, ชูวิทย์นำปี๊บมาเพื่อให้ตำรวจ “คลุมศีรษะ”อย่างไรก็ดี นายชูวิทย์ วิพากษ์วิจารณ์ตำรวจนครบาลอย่างรุนแรงว่า เป็นการลงโทษตำรวจชั้นผู้น้อยของนายตำรวจระดับสูง เพื่อปกป้องตำแหน่งของตนเอง

“ตำรวจไม่ได้ปกป้องประเทศชาติ ปกป้องตัวเอง ปกป้องตำแหน่ง ลงโทษแต่ตำรวจชั้นผู้น้อย”
ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ? การนำเข้ามา หรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร หรือเคลื่อนย้ายของออกโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับ 4 เท่าของราคา หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ริบของทันที ตามกฎหมายมาตรา 242 ใน พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560

หากพบบุคคลใดว่าครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า ตำรวจสามารถใช้มาตรา 246 ว่าด้วย ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้ ซึ่งของที่รู้ว่าเป็นความผิดตามมาตรา 242 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับ 4 เท่าของราคาของ หรือทั้งจำทั้งปรับ

ดังนั้น การนำเข้า การผลิต การจำหน่าย ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายชัดเจน แต่ส่วนของผู้ครอบครองและใช้บุหรี่ไฟฟ้า แม้จะไม่มีความผิดโดยตรง แต่ก็จะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 246 ตามดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย

คาสิโนออนไลน์ บาคาร่าออนไลน์ สล็อตออนไลน์ หวยออนไลน์ เกมส์ออนไลน์ แทงบอลออนไลน์
ชายสิงคโปร์อ้างตำรวจไทยข่มขู่ให้จ่าย 2.7 หมื่น ฐานพกบุหรี่ไฟฟ้าแลกติดคุก

ชายสิงคโปร์อ้างตำรวจไทยข่มขู่ให้จ่าย 2.7 หมื่น ฐานพกบุหรี่ไฟฟ้าแลกติดคุกที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, “สกาย” ชายสิงคโปร์ ที่อยู่ในเหตุการณ์กับ ชาลีน อัน นักแสดงสาวไต้หวันเมื่อ 9 ชั่วโมงที่แล้ว“สกาย” ชายสิงคโปร์ เพื่อนดาราสาวไต้หวัน ที่เป็นคนเจรจากับตำรวจที่ด่านตรวจ เผย ถูกตำรวจไทย “ข่มขู่” และให้จ่ายเงิน เพื่อไม่ต้องไป “โรงพัก-เข้าคุก” เป็นเงิน 27,000 บาท หลังตำรวจพบว่าเขาพกบุหรี่ไฟฟ้า ยืนยัน ดาราสาวไต้หวันไม่ได้พกไปในคืนวันนั้น

วันนี้ (1 ก.พ. 2566) นาย “สกาย” เพื่อนของ อัน อวี๋ฉิง หรือ ชาลีน อัน ดาราสาวไต้หวันที่เปิดเผยว่า ถูกตำรวจไทยรีดไถเงินเธอกับเพื่อน ๆ รวม 27,000 บาท ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวจากมุมมองของเขา นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย เป็นผู้ “ควักเงินส่วนตัว” จองตั๋วเครื่องบินให้นายสกาย เดินทางมาไทยจากสิงคโปร์ เพื่อแถลงข่าวชี้แจงสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด

สกาย เล่าว่า ไปเที่ยวไนต์คลับกับชาลีน อัน ก่อนจะเรียกรถแกร็บเพื่อเดินทางไปต่อย่านห้วยขวาง แต่กลับเจอด่านตำรวจระหว่างทาง และตำรวจเรียกให้เขาและเพื่อน ๆ ลงจากรถ

“ตำรวจบอกว่าอยากตรวจค้น เอาไฟฉายส่อง… เขาจับกระเป๋าตามตัวผม ผมก็เอาสิ่งของให้ดูทั้งหมด เขาบอกให้ผมถอดรองเท้า แล้วขอดูหนังสือเดินทาง ซึ่งผมไม่ได้เอาไป” สกาย แถลงข่าวเป็นภาษาไทย ที่เขาระบุว่า พูดได้ในระดับที่สื่อสารได้ เพราะเดินทางมาไทยบ่อยครั้ง

นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ยอมรับว่า เขาพกบุหรี่ไฟฟ้าไปด้วย เช่นเดียวกับเพื่อนอีกสองคน แต่ ชาลีน อัน ไม่ได้พกบุหรี่ไฟฟ้าไปด้วยในคืนนั้น แม้ว่าเธอจะสูบบุหรี่ไฟฟ้าบ้าง สรุปแล้ว กลุ่มเพื่อนของเขา รวมชาลีน อัน มีอยู่ด้วยกันประเทศไทย 4 คน พกพาบุหรี่ไฟฟ้า 3 แท่ง และไม่ได้พกพาหนังสือเดินทาง
“ฉันไม่ใช่วีรสตรี ไม่ได้อยากสู้กับตำรวจไทย”เที่ยวแบบ VVIP : ปมจ้างตำรวจไทยนำขบวน นทท. จีน สะท้อนภาพปราบโกงล้มเหลวหรือไม่ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าตำรวจไทยเจอต้องทำอย่างไรสกาย เล่าต่อว่า ตำรวจได้นำบุหรี่ไฟฟ้าไป แต่เมื่อชาลีน อัน พยายามถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์มือถือ ตำรวจมีท่าทีเปลี่ยนไป และมีท่าทีเชิงข่มขู่ว่า “คุณมีบุหรี่ไฟฟ้า พวกคุณต้องไปสถานีตำรวจ และอาจต้องติดคุกอย่างน้อย 2 วัน”

ในเวลานั้น มีตำรวจ 3 คนที่ สกาย ต้องเจรจาด้วย เพราะเป็นบุคคลในเดียวในกลุ่มที่พอจะพูดภาษาไทยได้ โดยตำรวจนายหนึ่ง ไม่ได้สวมเครื่องแบบ

สกาย จึงสอบถามตำรวจว่า “จะให้พวกเราทำอย่างไร” เพราะเขาไม่ได้พกหนังสือเดินทางมา แต่ด้วยความที่เป็นคนสิงคโปร์ ไม่ต้องใช้วีซ่าก็สามารถพำนักในไทยได้ไม่เกิน 30 วัน แต่ตำรวจไม่ยอม ระบุว่าต้องมีหนังสือเดินทางตัวจริง จากนั้น ตำรวจจึงระบุว่า “ขอคุยกับตำรวจยศใหญ่ก่อน”
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, นายชูวิทย์ เป็นผู้เชิญให้สกายมาแถลงข่าวในครั้งนี้“เขาก็กลับมาบอกว่า บุหรี่ไฟฟ้ามี 3 แท่ง ต้องจ่ายแท่งละ 8 พันบาท และเมื่อรวมกับการไม่มีหนังสือเดินทาง รวมเป็น 27,000 บาท” สกาย ย้อนบทสนทนาของเขากับตำรวจเมื่อวันที่ 5 ม.ค. 2566 “ผมก็บอกโอเค”

ภายหลังการแถลงข่าวร่วมกับ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์, นายกายจะเข้าให้ปากคำกับตำรวจ ถึงสิ่งที่เขาและเพื่อน ๆ เจอ เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาพิจารณาประกอบการดำเนินคดี

อย่างไรก็ตาม ในส่วนการดำเนินคดีกับนักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ในฐานะผู้ให้สินบนนั้น ยังไม่สามารถดำเนินการได้ในขณะนี้ เนื่องจากการจะดำเนินคดีในข้อหานี้ได้ นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ ต้องอยู่ในฐานะผู้เสนอให้สินบนเจ้าพนักงาน ไม่ได้ถูกข่มขู่บังคับ ดังนั้น การสอบปากคำนักท่องเที่ยวสิงคโปร์จึงสำคัญมาก และเป็นการสอบปากคำในฐานะพยาน โดยทีมสอบสวนได้เตรียมรูปถ่าย ตำรวจชุดตั้งด่านในวันเกิดเหตุทั้ง 14 นาย ให้ผู้เสียหายชี้ใน 3 ประเด็นหลัก ๆ คือ จ่ายเงินให้กับใคร, ใน 14 คนนี้มีใครบังคับขู่เข็นเรียกเงิน, และมีใครมีส่วนรู้เห็นจาการรีดรับเงินในครั้งนี้บ้าง
สิ่งที่เกิดขึ้นกับ สกาย, ชาลีน อัน, และเพื่อนอีก 2 คนสกาย เล่าว่า เขาเดินทางมาไทยบ่อยครั้ง ครั้งล่าสุด เดินทางมาอยู่ไทยตั้งแต่ 25 ธ.ค. 2565 เพื่อท่องเที่ยวไปจนถึงช่วงปีใหม่ ด้วยสถานะพลเมืองสิงคโปร์ เขาจึงไม่ต้องทำวีซ่า เพื่อพำนักไม่เกิน 30 วัน

ดังนั้น เขาจึงไม่เข้าใจว่า ทำไมตำรวจไทยที่พวกเขาเจอที่ด่านในคืนวันที่ 5 ม.ค. 2566 จึงคะยั้นคะยอจะดูหนังสือเดินทาง และตรวจว่าเขามีวีซ่าหรือไม่

ส่วนการครอบครองบุหรี่ไฟฟ้านั้น เขายอมรับว่า ไม่ทราบเลยว่าการซื้อและครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าในไทยเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เพราะไม่เคยมีประกาศแจ้งนักท่องเที่ยว
ที่มาของภาพ, BBC Thaiคำบรรยายภาพ, ชาลีน อัน หรือ อัน อวี๋ฉิง นักแสดงสาวไต้หวัน“ถ้าบอกบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ทำไมที่ตลาดขายได้ เพราะผมซื้อที่ห้วยขวาง และเห็นขายทั่วไป ทุกคนก็ใช้อยู่ ไม่เห็นมีปัญหา” สกาย กล่าว

“กัญชายังเปิดร้านขายได้เลย ทำไมบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย” เขาบอกว่า เมื่อพูดถึงตรงนี้ ตำรวจที่เขาพูดคุยอยู่มีท่าที “โมโห” ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สกายจึงพยายามเจรจาอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยว่า “ขอโอกาสพวกเขาได้ไหม” แต่ตำรวจตอบกลับว่า “ไม่ได้ ต้องไปโรงพัก” พร้อมขู่ว่า ถ้าไปโรงพักจะต้องถูกจับขังคุกอย่างน้อย 2 วัน

สถานการณ์จึงเป็นในลักษณะที่นายชูวิทย์สรุปว่า ตำรวจข่มขู่นักท่องเที่ยวชาวไต้หวันและสิงคโปร์ว่า จะถูกจับขังหากไปที่สถานีตำรวจ และเมื่อ สกาย ถามว่า “แล้วจะต้องทำยังไง” ตำรวจจึงเรียกรับเงินสำหรับนักท่องเที่ยว 4 คน บุหรี่ไฟฟ้า 3 แท่ง และไม่มีหนังสือเดินทาง เป็นเงิน 27,000 บาท
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, ชูวิทย์ ก้มโค้ง “ขอโทษแทนตำรวจไทย”แต่พฤติการณ์ที่น่าสงสัยของตำรวจ คือ ให้ สกาย นับเงิน พร้อมชี้ไปทางบริเวณสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เพื่อให้สังเกตกล้องวงจรปิด แต่เมื่อกำลังจะยื่นเงินให้ ตำรวจทำท่าทางให้สกาย และเพื่อน ๆ ยืนบังทิศทางของกล้องวงจรปิด เพื่อไม่ให้เห็นพฤติการณ์รับเงินของตำรวจ

สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมา สอดคล้องกับที่ ชาลีน อัน ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยก่อนหน้านี้ คือ “ตำรวจเก็บเงินไป แล้วยื่นบุหรี่ไฟฟ้า (ของเขาและเพื่อน) ให้ผมแล้วถ่ายรูป ยื่นให้ชาลีน และคนอื่น ๆ แล้วถ่ายรูปด้วย” โดยสกายเสริมว่า ในขณะนั้น ชาลีน อัน มีท่าทางเหนื่อยและเครียดมาก

“ผมไม่มีทางเลือก ผมต้องให้เงิน ถ้าผมมีทางเลือกผมคงไม่ทำหรอก” สกาย ยอมรับว่า ถูกข่มขู่ให้จ่ายเงินสินบนแก่ตำรวจ
ทำไมถึงไปห้วยขวางต่อการแถลงข่าวของ สกาย สอดคล้องกับบทสัมภาษณ์ของชาลีน อัน กับบีบีซีไทย ที่เธอยืนกรานว่า ไม่ได้พกบุหรี่ไฟฟ้าออกไปด้วยในวันนั้น แต่เธอไม่เคยปฏิเสธว่า ไม่เคยครอบครองและสูบบุหรี่ไฟฟ้า

ชาลีน อัน ยังให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยถึงกรณีปรากฎภาพเธอและเพื่อน ๆ ไปเดินตลาดกลางคืนที่ห้วยขวาง ว่า เธอไปเดินตลาดกลางคืนแถวห้วยขวางต่อจริง เพราะวางแผนจะไปทานอาหารที่ร้านอาหารในแถบนั้นอยู่แล้ว และตลาดแห่งนั้นก็อยู่ใกล้กับร้านอาหาร

ข้อมูลจากสกายทำให้สถานการณ์ชัดเจนขึ้น โดยสกายเล่าว่า ชาลีน อัน “รู้สึกโกรธมาก” จึงอยากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อที่ห้วยขวาง ซึ่งเขาได้ตามไปสมทบภายหลังนั่งแท็กซี่ไปส่งเพื่อนที่โรงแรม

ในกลุ่มเพื่อนราว 10 คน รวมถึงชาลีน อัน และสกาย ด้วย มีคนไทยที่เขาเล่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง ซึ่งคนไทยแนะนำว่า ครั้งหน้าอย่าพกเงินสดเยอะ และให้พกพาหนังสือเดินทาง เพื่อไม่ให้ตำรวจรีดไถเงินได้เช่นนี้ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ต่อมา ชาลีน อัน ได้นำไปโพสต์ในอินสตาแกรม และกลายเป็นประเด็นใหญ่ในสังคมไทยในเวลาต่อมา
ที่มาของภาพ, .คำบรรยายภาพ, ชาลีน อัน ไปแถวห้วยขวางต่อหลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสกาย ยังเปรียบเทียบว่า สถานการณ์ที่พวกเขาเจอนั้น เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่เคยเจอมาก่อน ในสิงคโปร์เอง เขาก็ไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้ และยอมรับว่า การกระทำของตำรวจไทยกับพวกเขา “ไม่มีเหตุผล” และทำให้เขา “กลัว”

ภายหลังการแถลงข่าว นายชูวิทย์ ได้โค้งและกล่าวขอโทษ สกาย แทน “ตำรวจไทย” ส่วนกรณีบุหรี่ไฟฟ้านั้น นายชูวิทย์ ระบุว่า “ชาวต่างชาติเขาจะรู้ไหม ก็เปิดขายกันทั่วไปตลาดห้วยขวาง ทองหล่อก็มี ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลให้ขายได้ยังไง”
มาตรการของตำรวจจนถึงตอนนี้ ผบ.ตร. ได้เซ็นย้าย ผกก.สน.ห้วยขวาง เพื่อเปิดทางให้กรรมการสอบสวนดำเนินการได้เต็มที่ และเป็นการลงโทษทางปกครองในฐานะ “เป็นหัวหน้าสถานีไม่สามารถควบคุมกำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาในสังกัด”

และวานนี้ (31 ม.ค.) พล.ต.ต.อัฎธพร วงศ์ศิริปรีดา ผบก.น.1 ได้เซ็นคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ จำนวน 5 นาย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตั้งด่านที่ สกาย และ ชาลีน อัน เผชิญในเช้ามืดวันที่ 5 ม.ค. โดยมีรายชื่อดังนี้

ร.ต.อ. ยอดฤทธิ์ ลางดุลเสน รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ร.ต.อ. ปฏิภาณ ศิริชัยวัฒนา รองสารวัตรอำนวยการ สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ด.ต. อธิเวช จุลพันธ์ ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ด.ต. กฤษฎา คำมะนา ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ส.ต.อ. เฉลิมชัย ศิริวังโส ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ส.ต.อ. วัชรนนท์ ขาวยอง ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลหัวยขวาง
ส.ต.อ. นันทวัชร์ สุวรรณา ผู้บังคับหมู่ ทำหน้าที่ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง
ที่มาของภาพ, Thai News Pixคำบรรยายภาพ, ชูวิทย์นำปี๊บมาเพื่อให้ตำรวจ “คลุมศีรษะ”อย่างไรก็ดี นายชูวิทย์ วิพากษ์วิจารณ์ตำรวจนครบาลอย่างรุนแรงว่า เป็นการลงโทษตำรวจชั้นผู้น้อยของนายตำรวจระดับสูง เพื่อปกป้องตำแหน่งของตนเอง

“ตำรวจไม่ได้ปกป้องประเทศชาติ ปกป้องตัวเอง ปกป้องตำแหน่ง ลงโทษแต่ตำรวจชั้นผู้น้อย”
ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ? การนำเข้ามา หรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร หรือเคลื่อนย้ายของออกโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับ 4 เท่าของราคา หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ริบของทันที ตามกฎหมายมาตรา 242 ใน พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560

หากพบบุคคลใดว่าครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า ตำรวจสามารถใช้มาตรา 246 ว่าด้วย ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้ ซึ่งของที่รู้ว่าเป็นความผิดตามมาตรา 242 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับ 4 เท่าของราคาของ หรือทั้งจำทั้งปรับ

ดังนั้น การนำเข้า การผลิต การจำหน่าย ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายชัดเจน แต่ส่วนของผู้ครอบครองและใช้บุหรี่ไฟฟ้า แม้จะไม่มีความผิดโดยตรง แต่ก็จะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 246 ตามดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย